×

กระแสข่าวลักพาตัว ทำไมคนจีนกลัวมาไทย ฟังเสียงสะท้อนประชาชน และปัญหาการสื่อสารที่จีนเองก็พูดไม่หมด

22.10.2026
ภาพประกอบข่าวเกี่ยวกับกระแสความกังวลเรื่องการลักพาตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาไทย

“ช่วงนี้ข่าวด้านลบเกี่ยวกับไทยเยอะมาก” ไกด์ชาวจีนคนหนึ่งซึ่งรู้จักกันตอนไปทริปที่จีนส่งข้อความถึงผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และถามด้วยว่า “นักท่องเที่ยวจีนในไทยลดลงเยอะไหม”

 

 
 

ผมถามกลับไปว่า เป็นข่าวเกี่ยวกับอะไรบ้าง? ไกด์หญิงคนนี้ซึ่งไม่ประสงค์ออกนามตอบว่า “เป็นข่าวเกี่ยวกับว่า…มาเที่ยวไทยแล้ว ถึงสนามบินก็โดนลักพา ไปดูคอนเสิร์ต ก็โดนลักพา”

 

เธอเล่าว่า หลายข่าวก็เห็นจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีน และมีการรายงานโดยบัญชีสำนักข่าวของทางการด้วย

 

เธอยังส่งคลิปสั้นที่เผยแพร่ใน WeChat Channels ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มวิดีโอขนาดสั้นยอดนิยมในจีนมาให้ดู เจ้าของบัญชีใช้ชื่อว่า ‘เฉินก่านเอินไฉจิง’ จากเมืองหังโจว มณฑลเจ้อเจียง เป็นแอคเคานต์ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว (verified) ซึ่งคลิปนี้เจ้าของบัญชีได้เตือนภัยเกี่ยวกับการเดินทางมาไทย โดยต้นคลิปได้พูดถึงข่าวที่ชายชาวจีน 2 คนมาเที่ยวไทยในช่วงหยุดวันชาติ และหายสาบสูญไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนที่ตำรวจไทยจะเผยว่า พวกเขาถูกหลอกไปทำงานที่เมียนมา

 

เจ้าของบัญชีนี้ยังพูดเตือนว่า “สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในประเทศไทยตอนนี้ ไม่ใช่การที่มีคนไม่ดีอยู่เพียงไม่กี่คน แต่คือคนไม่ดีเหล่านั้นอาจสวมเครื่องแบบ ขับรถตำรวจ ติดตราตำรวจ แถมยังเข้าใจความคิดของคุณเป็นอย่างดี”

 

“ไกด์อาจกลายเป็นพ่อค้ามนุษย์ ตำรวจอาจกลายเป็นโจร โรงพยาบาลเปิดประตูช่วยชีวิตคน แต่เมื่อปิดประตูลง อาจเป็นอีกธุรกิจหนึ่งเลยก็ได้”

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าของคลิปไม่ได้ระบุข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นคนสัญชาติอะไร ถูกหลอกได้อย่างไร และเป็นคนกลุ่มใดที่ตกเป็นเหยื่อถูกหลอก

 

แต่ในคลิปนี้เขายังเล่าย้อนถึงคดีดังหลายคดีที่เคยเกิดขึ้นในไทยในอดีต เช่น คดีของหวังซิง นักแสดงชายชาวจีนที่ถูกลักพาไปเมียนมาเมื่อปี 2025 ก่อนที่ทางการจะช่วยเหลือออกมาได้ หรือคดีเมื่อเร็วๆ นี้ที่มีตำรวจไทย 4 นายเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวชาวจีน 5 คนไปเรียกค่าไถ่ที่จังหวัดสระแก้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีคดีที่ พล.ท. มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ตกเป็นจำเลยสำคัญในข้อหาค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาที่เริ่มเป็นข่าวใหญ่ตั้งแต่ปี 2015

 

คลิปนี้มีคนกดไลค์เป็นหมื่น และแชร์ต่อ 8,600 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีคนมาแสดงความเห็นรวม 715 ข้อความ

 

ผมลองกดเข้าไปอ่านข้อความ ก็พบว่าคนที่มาแสดงความเห็นส่วนใหญ่เขียนไปในทิศทางเดียวกันว่า “เมืองไทยอันตราย อย่ามานะ” “ไม่ควรไปเที่ยวประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” “เที่ยวจีนกันเองดีกว่า ปลอดภัย” และท็อปคอมเมนต์ที่ขึ้นแนะนำเขียนว่า “ที่ประเทศไทย คนที่ใส่ชุดตำรวจ ไม่ใช่ว่าจะสามารถปกป้องคุณได้” พร้อมติดแฮชแท็กว่า #ความปลอดภัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ #ความเสี่ยงโดนลักพาข้ามพรมแดน #สแกมเมอร์

 

มีข้อสังเกตว่า ข้อความเหล่านี้ไม่ได้เตือนภัยเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุที่อาจเป็นคนสัญชาติเดียวกันที่หลอกลวงคนชาติเดียวกันเลย มีเพียงการเตือนให้ระวังเจ้าหน้าที่ไทยที่อาจเกี่ยวข้อง ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือหลายคดีมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีนโดยตรง

 

ต่อมาเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (16 ตุลาคม) สถานทูตจีนในไทยได้ออกประกาศเตือนพลเมืองที่เดินทางมาไทยให้ระมัดระวังการถูกลักพาตัว โดยมีข้อความว่าอย่าหลงเชื่อข้อเสนองานที่ให้ผลตอบแทนสูง หรือการถูกชักชวนให้ลงทุน หรือเตือนเกี่ยวกับการมารับงานถ่ายทำและแสดงโชว์ รวมถึงให้ระวังการขึ้นยานพาหนะคนแปลกหน้าที่ให้บริการรับส่งฟรีด้วย

 

มีข้อสังเกตว่า ในข้อความประกาศเตือนของสถานทูตก็ไม่ได้ระบุให้ระวังผู้ก่อเหตุที่อาจเป็นคนสัญชาติเดียวกันแต่อย่างใด

 

ผมสอบถามไปทางสถานทูต ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ตอบว่า ช่วงนี้มีกรณีลักพาตัวหรือหลอกลวงออนไลน์เกิดขึ้นหลายกรณี โดยเขายังส่งลิงก์ข่าวที่เผยแพร่ในแอป Xiaohongshu (RedNote) มาให้อ่าน เป็นข่าวเกี่ยวกับนักดนตรีชื่อ หานเส้าเจี๋ย จากเซี่ยงไฮ้ที่ขาดการติดต่อในกรุงเทพฯ แต่ล่าสุดกลับถึงเซี่ยงไฮ้อย่างปลอดภัย โดยพี่สาวได้โพสต์ข้อความว่า การขาดการติดต่อกับน้องชายเป็นเวลา 6 วัน ถือเป็นฝันร้าย แต่ตอนนี้น้องกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้วเมื่อเช้าวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมกล่าวขอบคุณสถานทูตจีน ตำรวจจีนและตำรวจไทยที่ให้ความช่วยเหลือ

 

ทางการไทยว่าอย่างไร

 

จากการสอบถาม พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการออกประกาศเตือนล่าสุดของสถานทูตจีนและจำนวนคดีการลักพาตัวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้นั้น ทางโฆษกตอบว่า คดีไม่ได้เยอะขึ้นกว่าที่ผ่านมา แต่ก็มีการสั่งการและกำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและติดตามเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างใกล้ชิด โดยมีการประสานกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองด้วย ส่วนรายละเอียดของคดีต่างๆ จะมีการแถลงข่าวในภายหลัง

 

ขณะที่ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนยืนยันว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวไม่ว่าชาติไหนอย่างเท่าเทียมกัน และยืนยันว่า ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายความมั่นคง จะยกระดับความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัย และขะไม่ยอมให้ไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของอาชญากรรมข้ามชาติ

 

อย่างไรก็ตาม สุรศักดิ์ตั้งคำถามกลับว่า ทำไมกรณีการลักพาจึงไม่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวประเทศอื่นที่เข้ามาเลย นั่นอาจแสดงให้เห็นว่ามีการชักจูงกันมาจากประเทศต้นทางหรือไม่ ส่วนการเดินทางผ่านชายแดนไทยต้องผ่านหลายด่าน จึงไม่สามารถออกจากไทยไปได้อย่างง่ายดาย หากเหยื่อต้องการความช่วยเหลือก็สามารถทำได้ ยกเว้นไม่รู้ว่าตนเองถูกหลอก ซึ่งหากเป็นคนที่ตั้งใจมาท่องเที่ยวในประเทศไทยจริงโดยที่ไม่มีเป้าหมายไปประเทศที่สาม ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

 

แหล่งข่าวอีกคนซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อให้ข้อมูลว่า เหยื่อที่ถูกหลอกส่วนใหญ่คือหลงเชื่อข้อเสนองานที่มีรายได้สูง รวมไปถึงธุรกิจสีเทาที่มีฐานอยู่ในประเทศที่ 3 ซึ่งคนเหล่านี้เป็นกลุ่มเสี่ยงที่หน่วยงานจีนคอยจับตาและโทรหาอยู่ตลอดเพื่อเตือนไม่ให้เดินทางมาไทยหรือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่คำเตือนเหล่านี้ก็มักไม่เป็นผลในหลายกรณี

 

ขณะที่ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ในระหว่างการเยือนกรุงโรม ประเทศอิตาลี ว่า ไทยไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะเร่งแก้ไขในสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย

 

อย่างไรก็ตาม สีหศักดิ์มองว่าเรื่องนี้ควรต้องมีความร่วมมือระหว่างกัน เพราะเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากคนไทยเพียงอย่างเดียว และต้องตรวจสอบให้ดีว่า คนที่ถูกหลอกมาเป็นคนกลุ่มใดด้วย

 

รองนายกฯ ยังพูดถึงประกาศเตือนของสถานทูตจีนว่า การออกคำเตือนใดๆ ควรต้องรักษาความเป็นสัดส่วนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ใช่สร้างความตื่นตระหนก เพราะจะไม่เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย

 

ผมถามความเห็นเพิ่มเติมจากคนจีนที่อยู่ในประเทศจีนเกี่ยวกับข่าวสารที่ได้รับ ซึ่ง หลิวหว่านอิ๋ง นักข่าวจากสถานีโทรทัศน์กว่างซี ให้มุมมองส่วนตัวในฐานะสื่อว่า เหตุลักพาตัวที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เป็นคดีอาชญากรรมร้ายแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะและมีจำนวนไม่มาก ไม่สามารถนำมาใช้สะท้อนภาพรวมของสถานการณ์ความปลอดภัยในประเทศไทยได้ และไม่อาจสรุปได้ว่าการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยนั้นไม่ปลอดภัยด้วย

 

เธอกล่าวว่าผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยที่ตกเป็นเหยื่อ แท้จริงแล้วไม่ใช่นักท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นผู้ที่ถูกหลอกลวงผ่านโฆษณารับสมัครงานออนไลน์ที่เสนอค่าตอบแทนสูงเกินจริง จนติดกับดักของเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นบริบทสำคัญที่สุดในการทำความเข้าใจคดีลักษณะนี้

 

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ไทย

 

ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่ว่าผู้ก่อเหตุจะเป็นคนสัญชาติใด หรือมาจากไหน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยว โดยเนื้อหาที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์จีนส่วนใหญ่มีข้อมูลประกอบไม่รอบด้าน ซึ่งอาจยิ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิด และสร้างความตื่นตระหนกได้ เพราะมีการส่งต่อๆ กันในโซเชียลมีเดียจนเกิดกระแสวิตกกังวลจนเกินจริง

 

ไกด์หญิงบอกว่า คนจีนจำนวนมากกลัวการมาไทย จนยอดจองทัวร์ลดฮวบ และเธอเองก็ไม่สามารถจัดกรุ๊ปทัวร์มาเที่ยวไทยได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

 

เรื่องนี้ยังขาดการสร้างความเข้าใจในหมู่ประชาชนจีนในวงกว้าง โดยกระทรวงการต่างประเทศยอมรับว่า ที่ผ่านมาก็มีการชี้แจงเพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากนี้ก็ยังต้องทำต่อไป

 

แต่หลายฝ่ายมองว่า การชี้แจงไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศเพียงหน่วยงานเดียว แต่การสร้างความเข้าใจอย่างรอบด้านและถูกต้องควรมาจากทางการจีนเองด้วย เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นทาง

 

อย่างไรก็ดี ในอีกด้านหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไทยเองก็เป็นทางผ่านของอาชญากรรมข้ามชาติมานานแล้ว ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จนยังเกิดคดีลักษณะนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ในคลิปของ ‘เฉินก่านเอินไฉจิง’ ที่กล่าวไว้ช่วงต้น มีตอนหนึ่งกล่าวไว้ว่า ไทยเคยเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว แต่ที่ไทยกลายเป็นแบบนี้ได้เพราะมีช่องโหว่มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคอร์รัปชันและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งช่องโหว่เหล่านี้เอื้อให้ธุรกิจสีเทาหยั่งรากลึกได้ รวมถึงทำให้ไทยซึ่งมีพื้นที่เชื่อมต่อในสามเหลี่ยมทองคำในทางภูมิศาสตร์กลายเป็นทางผ่านของอาชญากรรมข้ามชาติ

 

ก็ต้องยอมรับว่า หากไทยแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้ ก็ยากที่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป

 

หลิวหว่านอิ๋งจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างไทยกับจีนว่า ตำรวจและสถานทูตของจีนและไทยจำเป็นต้องประสานความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันปราบปรามเครือข่ายนายหน้าและขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้

 

ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนก็ควรมีบทบาทในการให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถแยกแยะได้ระหว่างการเดินทางไปท่องเที่ยวตามปกติกับกลโกงหลอกลวงผ่านการรับสมัครงาน

 

หลิวกล่าวว่า เนื่องจากเธอมีความร่วมมือกับสื่อมวลชนไทยค่อนข้างมากอยู่แล้ว ตัวเธอเองจึงยังรู้สึกมั่นใจกับการเดินทางไปประเทศไทย และ “ประเทศไทยก็ไม่ได้ดูน่ากลัวอย่างที่มีการพูดกันบนอินเทอร์เน็ต”

 

อ้างอิง:


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising