ผู้นำ IMF มองว่าต้นทุนการกู้ยืมของไทยจะสูงขึ้น ท่ามกลางบอนด์ยีลด์ที่มีแนวโน้มจะค้างอยู่สูงต่อไปอีกนาน แนะไทยเร่งสร้างการเติบโต และค้าขายกับประเทศอาเซียนมากขึ้น
Kristalina Georgieva, Managing Director, IMF กล่าวว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มสูงมากที่มันจะอยู่ในระดับสูงไปอีกนาน (stay higher longer) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?
“เพราะนี่ไม่ใช่การปรับขึ้นจากการเก็งกำไร แต่มาจากการเปลี่ยนแปลงของเงื่อนไขพื้นฐานจริงๆ มีปัจจัยขับเคลื่อนที่ผสมผสานกันอยู่ ในสัดส่วนที่ต่างกัน และแสดงผลต่างกันในแต่ละประเทศ”
อย่างแรกคือ ราคาพลังงาน ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ผลที่ตามมาคือดอกเบี้ยสูงขึ้น ขณะที่กระแสความตื่นตัวเรื่อง AI ทำให้ความต้องการลงทุนและความต้องการเงินทุนเพิ่มขึ้น ขณะท่ีเศรษฐกิจของประเทศที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกบางแห่งยังไปได้ดี ทำให้ตลาดคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยต่อ และสุดท้ายคือความคาดหวังว่าการเติบโตจะยังแข็งแกร่งต่อไปได้อีก จากแรงหนุนของ AI
Georgieva กล่าวต่อว่า ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่างกันในแต่ละประเทศ ทำให้ภาพยิ่งซับซ้อน แต่แน่นอนว่ามันกำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับสูง คำถามคือ แล้วสิ่งนี้ส่งผลกระทบอย่างไรต่อตลาดเกิดใหม่ อย่างเช่น ประเทศไทย
“ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น ไม่ใช่เพราะส่วนต่างอัตราผลตอบแทน (spread) กำลังเพิ่มขึ้น ตลาดเกิดใหม่โดยรวมค่อนข้างมีเสถียรภาพ spread คงที่ แต่ฐานของอัตราดอกเบี้ยกำลังยกตัวสูงขึ้น และนั่นกำลังกัดกร่อนความสำเร็จที่ตลาดเกิดใหม่สร้างมา เพราะทำให้ต้นทุนการชำระหนี้สูงขึ้น”
คำถามคือ ประเทศต่างๆ ทำอะไรได้บ้าง แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้มีปัญหาเด่นชัด ตลาดยังทำงานได้ตามปกติ และเมื่อเทียบกันแล้วภาวะการเงินยังค่อนข้างผ่อนคลายอยู่
Georgieva กล่าวต่อว่า แล้วประเทศอย่างไทยทำอะไรได้บ้าง
“มุ่งยกระดับการเติบโตของคุณ ทำให้แน่ใจว่าพื้นฐานเศรษฐกิจมหภาคแข็งแกร่งมาก เพื่อจะไม่เปราะบางต่อแรงกระแทก และสำหรับไทยและอาเซียน ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้ได้ประโยชน์จากการรวมกลุ่มในภูมิภาคมากขึ้น อาเซียนเป็นภูมิภาคที่ยอดเยี่ยม เต็มไปด้วยประเทศที่มีพลวัตสูง และเป็นประเทศที่ผู้คนมีพลังบวก ซึ่งหลายแห่งมาจากประชากรที่ยังหนุ่มสาว แต่อาเซียนค้าขายกับส่วนอื่นของโลกมากกว่าค้าขายกันเอง การค้าภายในอาเซียนอยู่ที่ 22% ขณะที่สหภาพยุโรปอยู่ที่ 60% ไทยจึงทำอะไรได้อีกมาก แค่ใช้ประโยชน์จากประเทศเพื่อนบ้าน” Georgieva กล่าว
นอกจากนี้ Georgieva ยังมองว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่แนวหน้าของการได้ประโยชน์จากกระแสลงทุน AI ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก และเป็นหนึ่งในประเทศที่เริ่มคิดถึงความเสี่ยงของกระแสลงทุน AI ตั้งแต่เนิ่นๆ
สำหรับภาพรวมของทั้งโลก เนื่องจากเรารับมือกับแรงกระแทกมาได้หลายครั้ง จึงมีความเสี่ยงจริงๆ ที่จะเกิดความประมาท เพราะฉะนั้นจงตระหนักว่าแหล่งที่มาของความยืดหยุ่น (resilient) เหล่านี้กำลังร่อยหรอลง และต้องแน่ใจว่าคุณพร้อม หากสถานการณ์ยากลำบากขึ้น
ภาพ: Athit Perawongmeth / REUTERS

