×

‘อาสพลธ์’ โต้ ‘สุทธิพงษ์‘ ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้ขบวนการฝังรากลึก ซัดอดีตปล่อยช่องโหว่ ก่อนมหาดไทยยุคปัจจุบันเปิดโปง

โดย THE STANDARD TEAM
13.10.2026
  • LOADING...
อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กำลังแถลงข่าว

วันนี้(13 ตุลาคม) อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงกรณี สุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย แสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น โดยระบุว่า ขบวนการทุจริตไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีความเชื่อมโยงย้อนหลังไปถึงการสอบในปี 2564 พร้อมยืนยันว่า ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยชุดปัจจุบันคือผู้เปิดโปงปัญหาและนำผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

 

อาสพลธ์ระบุว่า แม้จะเคารพสุทธิพงษ์ในฐานะผู้รับราชการมายาวนาน แต่จำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยชุดปัจจุบันเป็นต้นเหตุของปัญหา ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขและปราบปรามอย่างจริงจัง

 

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบความเชื่อมโยงกับการสอบท้องถิ่นปี 2564 และการสอบคัดเลือกตำแหน่งบริหารท้องถิ่นในปีเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันถูกนำเข้าสู่กระบวนการไต่สวนเป็นคดีพิเศษ โดยพบผู้เกี่ยวข้อง 10 ราย รวมถึงอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในขณะนั้น นอกจากนี้ยังพบลักษณะการแก้ไขคะแนนที่คล้ายคลึงกับการสอบปี 2568

 

คณะกรรมาธิการฯ ยังพบข้อมูลว่า มีหลายจังหวัดทั่วประเทศที่ตำรวจรับแจ้งความจากผู้ที่จ่ายเงินให้นายหน้าเพื่อแลกกับการสอบเข้ารับราชการมาตั้งแต่ปี 2566 แต่สุดท้ายไม่มีรายชื่อสอบผ่าน สะท้อนให้เห็นว่าขบวนการดังกล่าวก่อตัวและดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้น

 

ประธานคณะกรรมาธิการฯ ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในอดีตว่า การสอบแข่งขันเข้ารับราชการท้องถิ่นในปี 2560, 2562 และ 2564 แม้จะมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต แต่ผู้บริหารระดับกรมและกระทรวงในขณะนั้นกลับไม่ได้ปรับปรุงขอบเขตของงาน (TOR) ให้รัดกุมขึ้น โดยยังคงใช้ TOR เดิมจากปี 2560 ลากยาวมาจนถึงการจัดสอบปี 2564 ก่อนจะได้รับการรื้อระบบและปรับปรุงใหม่ในการสอบปี 2568

 

สำหรับการสอบในปี 2568 มหาดไทยได้เพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด รวมถึงการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานตรวจสอบ ได้แก่ ป.ป.ช., ป.ป.ท., ป.ป.ง. และ ป.ป.ป. พร้อมปรับปรุง TOR โดยบูรณาการแนวทางจากสำนักงาน ก.พ. และ สตง. เข้าด้วยกัน เพื่อปิดช่องโหว่การทุจริตให้ได้มากที่สุด

 

คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 6,000 คน อาสพลธ์ย้ำว่า การนำผู้กระทำผิดมารับโทษต้องใช้เวลาและดำเนินการอย่างรอบคอบตามกฎหมาย โดยทางคณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญ บก.ปปป. และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดที่มีการแจ้งความมาให้ข้อมูล เพื่อให้การดำเนินคดีนายหน้าในทุกจังหวัดเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน พร้อมย้ำจุดยืนว่า จะไม่ปล่อยให้คดีเงียบหายหรือยุติเพียงแค่การคืนเงินกันเอง แต่ต้องขยายผลไปให้ถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งใดก็ตาม

 

ส่วนกรณีที่สุทธิพงษ์ฝากข้อคิดว่า ‘อย่าทำเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่’ อาสพลธ์ตอบกลับว่า การปกป้องระบบคุณธรรมและป้องกันการซื้อขายตำแหน่งถือเป็นหน้าที่โดยตรงของผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะเมื่อข้าราชการคือผู้รับเงินเดือนจากภาษีประชาชน

 

“หากเรื่องร้องเรียนในอดีตได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง และช่องโหว่ถูกปิดตั้งแต่วันนั้น เราคงไม่ต้องมาปราบปรามขบวนการที่ใหญ่โตขนาดนี้ในวันนี้ และลูกหลานของพี่น้องที่สอบด้วยความสุจริต คงไม่ต้องเสียโอกาสมาหลายปี”

 

อาสพลธ์กล่าวทิ้งท้ายว่า การตรวจพบการทุจริตในวันนี้ไม่ใช่เพราะการทุจริตเพิ่มขึ้น แต่เป็นผลจากการเอาจริงเอาจังของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทยยุคปัจจุบัน พร้อมยืนยันว่า คณะกรรมาธิการฯ จะติดตามคดีนี้จนถึงที่สุด และรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบเป็นระยะ

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising