วันนี้ (11 ตุลาคม) กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ภายหลังพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ต้องรอให้ทางสภาตรวจสอบความถูกต้องของญัตติ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นประธานสภาจะนัดหารือวิป 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดกรอบเวลาการประชุมและวันลงมติ ก่อนจะประสานไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกำหนดวันอภิปรายอย่างเป็นทางการ
เบื้องต้นประเมินว่า หากการอภิปรายไม่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม ก็คาดว่าจะเป็นช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน ซึ่งทางรัฐบาลมีความพร้อมและใช้เวลาเตรียมตัวไม่มาก เนื่องจากญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นมามีความกว้างพอสมควร
เมื่อสอบถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปรายถึง 5 วัน ประธานวิปรัฐบาลระบุว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นระยะเวลาที่มากเกินไป และประเมินว่าเวลา 3 วันน่าจะเพียงพอ เนื่องจากหลายประเด็นที่ฝ่ายค้านเตรียมนำเสนอเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงซ้ำซากและหาประเด็นใหม่ได้ยาก เช่น กรณีข้อครหาการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อย่างไรก็ตาม อำนาจการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับประธานสภาผู้แทนราษฎรในการควบคุมการประชุม
กรวีร์ กล่าวย้ำถึงเจตนารมณ์ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ว่า ต้องการให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยฝ่ายค้านควรนำเสนอหลักฐานที่ชัดเจนว่ารัฐมนตรีที่บริหารงานอยู่ในปัจจุบันมีความผิดพลาด ล้มเหลว หรือมีการทุจริตคอร์รัปชันอย่างไร เพื่อให้ประชาชนที่ติดตามการอภิปรายได้เห็นภาพความบกพร่องในการบริหารงานอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ประธานวิปรัฐบาลแสดงความกังวลว่า ญัตติที่ฝ่ายค้านเขียนมามีความกว้างจนไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าใครทำผิดในประเด็นใด พร้อมทิ้งท้ายว่า ท้ายที่สุดแล้วเวทีการอภิปรายครั้งนี้ควรเป็นไปเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงเวทีที่สร้างประโยชน์ให้กับ ‘พรรคประชาชน’


