×

หนี้ครัวเรือนไทยสูงสุดในรอบ 18 ปี แม่เลี้ยงเดี่ยวแบกหนี้กว่า 12 ล้านบาท เชื่อใช้หนี้ไม่หมดชั่วชีวิต

09.10.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงหนี้ครัวเรือนไทยสูงสุดในรอบ 18 ปี พร้อมตัวเลขหนี้ 12 ล้านบาทของแม่เลี้ยงเดี่ยว

Reuters รายงานว่าหนี้ครัวเรือนไทยที่พุ่งขึ้นไปอยู่ในระดับสูงที่สุดในรอบ 18 ปี กำลังกลายเป็นสัญญาณอันตรายต่อเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ในช่วงที่แรงกดดันจากเงินเฟ้อเริ่มก่อตัวขึ้น และยังฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยที่เติบโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอยู่แล้ว

 

 

หนึ่งในลูกหนี้ที่ Reuters พูดคุยด้วยคือ กวิตา วงศ์ยะเกษม เจ้าของธุรกิจวัย 51 ปี และแม่เลี้ยงเดี่ยวลูก 2 คน ซึ่งปัจจุบันมีหนี้กับสถาบันการเงิน 7 แห่งรวม 10 ล้านบาท และหนี้นอกระบบอีก 2.1 ล้านบาท รวมแล้วกว่า 12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากยอดหนี้รวม 8 ล้านบาทเมื่อ 3 ปีก่อนที่ Reuters สัมภาษณ์เธอครั้งแรก

 

“ธุรกิจขาดทุนต่อเนื่องเดือนละ 4-5 หมื่นบาท ฉันเลยต้องหาเงินมาจ่าย” กวิตาเล่าทั้งน้ำตา โดยธุรกิจของเธอรับงานบริการให้กับบริษัทพลังงานรายใหญ่แห่งหนึ่งของไทย

 

เธออธิบายว่าเงินกู้ทั้งหมดถูกนำมาใช้จุนเจือครอบครัวและธุรกิจขนาดเล็กของเธอ รวมถึงผ่อนบ้านราคา 3 ล้านบาท “จะให้ทำอะไรได้อีก ถ้าอยากเอาตัวรอด” เธอกล่าว

 

กวิตาเชื่อว่าหากเศรษฐกิจโดยรวมไม่ซบเซาแบบนี้ เธออาจมีเงินพอจะทยอยใช้หนี้ หรืออาจไม่ต้องกู้เงินก้อนใหม่เพิ่ม

 

IMF เตือนหนี้ครัวเรือนอาจขวางการปฏิรูปเศรษฐกิจ

 

ในเดือนตุลาคมนี้ กรุงเทพฯ จะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการเงินจากทั่วโลกมาร่วมหารือเรื่องเศรษฐกิจโลก, AI, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความท้าทายอื่นๆ

 

ค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากสงครามในอิหร่านและยูเครนจะเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของการประชุมครั้งนี้

 

IMF และรัฐบาลไทยวางแผนใช้เวทีนี้นำเสนอการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจของไทยสู่ ‘New Horizons’ โดยถอดบทเรียนจากการพัฒนาเศรษฐกิจกว่า 35 ปี และระบุในแถลงการณ์ร่วมเมื่อเดือนมีนาคมว่า “โมเดลการเปลี่ยนผ่านนี้อาจเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นในภูมิภาคนำไปปรับใช้ได้ในอนาคต”

 

แต่ IMF ก็เตือนถึงความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนที่สูงเช่นกัน โดยรายงานของเจ้าหน้าที่ IMF เกี่ยวกับประเทศไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ระบุว่า “หนี้ครัวเรือนที่สูงอาจเป็นอุปสรรคต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพราะทำให้ครัวเรือนมีรายได้เหลือใช้จ่ายน้อยลง และมีเงินไม่พอลงทุนพัฒนาความรู้และทักษะของคน”

 

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยอยู่ที่ 85.2% ซึ่งสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในเอเชีย

 

ธปท. กังวลหนี้ฉุดเศรษฐกิจไทยโตไม่ถึง 2.7%

 

ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ลุกลามเป็นทอดๆ ไปทั่วระบบเศรษฐกิจ ยังเป็นจุดเปราะบางสำคัญของไทย ซึ่งคาดว่าในปีนี้เศรษฐกิจจะเติบโตเพียง 2.3%

 

ดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวกับ Reuters ว่า “เรากังวลมาก เพราะนี่คือหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจไทย ถ้าเราแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนไม่ได้ การจะทำให้เศรษฐกิจกลับไปเติบโตได้ 2.7% ตามศักยภาพที่ควรเป็นก็น่าจะยากมาก”

 

ทั้งนี้ อัตราการเติบโตตามศักยภาพ (Potential Growth) คือระดับที่เศรษฐกิจเติบโตได้ในระยะยาวจากแรงงาน ทุน และเทคโนโลยีที่มีอยู่ โดยไม่ทำให้เกิดเงินเฟ้อสูงเกินไป

 

ธปท. ระบุว่าหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นมีที่มาจากทั้งเศรษฐกิจที่ยากลำบากและรายได้ที่เพิ่มขึ้นช้า รวมถึงการเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลที่ง่ายขึ้น เช่น บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later: BNPL) ซึ่งผู้บริโภคบางส่วนอาจยังไม่เข้าใจเงื่อนไขอย่างถ่องแท้

 

จำนวนบัญชี BNPL พุ่งจากเพียง 6.2 แสนบัญชีในปี 2021 เป็น 6.3 ล้านบัญชีในปี 2025 ขณะที่ยอดสินเชื่อเพิ่มจาก 6.8 พันล้านบาท เป็น 4.07 หมื่นล้านบาทในช่วงเดียวกัน จน ธปท. ต้องเข้ามากำกับดูแลธุรกิจนี้

 

ด้าน สุรพล โอภาสเสถียร อดีตผู้บริหารสูงสุดของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ระบุว่าจากผู้กู้ทั้งหมด 27 ล้านคนในไทย มีเพียงราว 5 ล้านคนที่มีสถานะการเงินดีและมีคุณสมบัติพอจะขอสินเชื่อเพิ่มได้ ทำให้อีกหลายล้านคนเสี่ยงติดกับดักหนี้ระยะยาวและถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

 

รมว.คลังหวังใช้รายได้ที่เพิ่มขึ้นแก้หนี้

 

เมื่อ Reuters สอบถามถึงลูกหนี้ที่กำลังลำบากอย่างกวิตา ทาง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้ถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ต่ำเพียง 1% และความร่วมมือกับ ธปท. และสถาบันการเงินที่ดำเนินอยู่ในการแก้ปัญหานี้

 

“เราต้องทำให้แน่ใจว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนจะได้รับการแก้ไขด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้นของประชาชน” เอกนิติกล่าวกับ Reuters พร้อมเล่าถึงแผนผลักดันให้ GDP เติบโต 3% ภายใน 3 ปี ด้วยการดึงการลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่อุตสาหกรรมสำคัญอย่างเซมิคอนดักเตอร์

 

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายนี้ยังต่ำกว่าระดับ 5% ที่สุรพลประเมินว่าเศรษฐกิจไทยต้องเติบโตให้ได้ เพื่อดึงสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ให้ลงมาต่ำกว่า 80% ซึ่งถือเป็นเส้นแบ่งสำคัญ เพราะหากหนี้สูงเกินระดับนี้ ผลกระทบด้านลบจากหนี้จะยิ่งรุนแรงขึ้น

 

สำหรับกวิตา ซึ่งมีลูกสาวคนหนึ่งกำลังเรียนแพทย์ และอีกคนเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น ทุกวันคือการดิ้นรนหาเงินให้พอประคองครอบครัวต่อไป

 

“ฉันยังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” เธอกล่าว “ชีวิตฉันคงจบลงก่อนที่จะใช้หนี้หมด”

 

ภาพ: ฐานิส สุดโต / THE STANDARD

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories