วันนี้ (21 สิงหาคม) เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงโอ๊คแลนด์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ณ ทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ กรุงเวลลิงตัน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ร่วมแถลงข่าวภายหลังการหารือทวิภาคี เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-นิวซีแลนด์
ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามใน ‘ปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์’ เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์ พร้อมวางกรอบความร่วมมือ 4 ด้าน ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วม ค.ศ. 2026-2030 ได้แก่
- การเมืองและความมั่นคง เพิ่มความร่วมมือในการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงออนไลน์ และการค้ามนุษย์ รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
- เศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศ 3 เท่า เป็น 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.46 แสนล้านบาท ภายในปี 2045 โดยเน้นนวัตกรรม ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว เกษตรกรรมยั่งยืน และสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าพัฒนาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย-นิวซีแลนด์ หรือ TNZCEP
- การศึกษา วัฒนธรรม และประชาชน ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ นวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้ใกล้ชิดมากขึ้น
- ความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ร่วมมือผ่านกรอบอาเซียน เอเปค และความร่วมมือในลุ่มน้ำโขง รวมถึงแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ อนุทินขอให้นิวซีแลนด์สนับสนุนไทยในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ซึ่งนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
อีกประเด็นสำคัญคือ การบินไทยมีแผนกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์อีกครั้ง โดยตั้งเป้าเริ่มให้บริการในเดือนมีนาคม 2570 นายอนุทินระบุว่าจะพยายามเร่งให้เปิดบริการได้เร็วกว่ากำหนด เพื่อช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน การศึกษา และการเดินทางระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
ในการเยือนครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามเอกสารความร่วมมืออีก 4 ฉบับ ครอบคลุมด้านวัฒนธรรม การพัฒนาข้าราชการ ความร่วมมือระหว่างตำรวจ และความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน
อนุทินกล่าวว่า การยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์จะทำให้ไทยและนิวซีแลนด์มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและลึกซึ้งมากขึ้น และนำไปสู่ประโยชน์และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในระยะยาว


