วันนี้ (1 สิงหาคม) ตำรวจทางหลวง บูรณาการความร่วมมือกับ กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กับกรณีรถบรรทุกสัญชาติจีนที่ลักลอบเดินรถออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะการแอบเดินรถมุ่งหน้าลงสู่พื้นที่ภาคใต้เพื่อกว้านรับซื้อผลไม้ส่งออก ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลงระหว่างประเทศและกฎหมายไทย
สำหรับการเข้ามาขับขี่ของรถบรรทุกสัญชาติจีนในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นการได้รับอนุญาตให้เดินรถภายใต้ความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ซึ่งมีเงื่อนไขเปิดให้ใช้บริการได้เฉพาะด่านพรมแดนที่ได้รับอนุญาตจำนวน 6 แห่ง และเส้นทางเดินรถที่กำหนดไว้ 9 เส้นทาง ครอบคลุมเพียงพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกเท่านั้น โดยไม่มีเส้นทางที่อนุญาตให้เดินรถลงสู่พื้นที่ภาคใต้แอย่างใด
อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีรถบรรทุกสัญชาติจีนบางส่วนฝ่าฝืนเงื่อนไขการอนุญาต โดยขับรถออกนอกเส้นทางที่กำหนด มุ่งหน้าลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อรับซื้อผลไม้ตามฤดูกาล เช่น ทุเรียน และมังคุด เพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน ขับรถบรรทุกออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก ซึ่งมีอัตราโทษเปรียบเทียบปรับ โดยทุกครั้งที่ตรวจพบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา เปรียบเทียบปรับ และกำชับผู้ขับขี่ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตำรวจทางหลวงและกรมการขนส่งทางบก ได้ร่วมกันจับกุมและดำเนินคดีกับรถบรรทุกต่างประเทศที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขการอนุญาตไปแล้วกว่า 20 ราย และหลังจากนี้จะเพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบการขนส่งสินค้าทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศเป็นไปตามข้อกำหนด กฎหมาย และความตกลงระหว่างประเทศอย่างถูกต้อง
พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นรถบรรทุกต่างประเทศที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเดินรถออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 หรือผ่านทางเพจ Facebook ตำรวจทางหลวง ตลอด 24 ชั่วโมง


