×

Bond Yield พุ่ง เมื่อดอกเบี้ยไม่ถูกอีกต่อไป เกมเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนอย่างไร

16.02.2026
  • LOADING...
bond-yield-impact-on-personal-finance

ยังจำกันได้ไหม เมื่อ 10-15 ปีก่อน โลกเคยอยู่ในยุคที่ ‘เงินถูก’ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินทำให้การกู้ยืมเพื่อซื้อบ้านหรือทำธุรกิจเป็นเรื่องที่แทบไม่ต้องยั้งคิด ขณะที่นานาประเทศต่างเชื่อมั่นว่าการเปิดเสรีทางการค้าจะช่วยให้ทุกคนเติบโตไปพร้อมกัน 

 

แต่เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ ทั้งจากสภาวะสงครามและภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงตัว สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดในเวลานี้คือการพุ่งสูงขึ้นของ ‘Bond Yield’ ซึ่งไม่ใช่เพียงตัวเลขไกลตัวในตลาดการเงิน แต่คือเครื่องบ่งชี้ว่าต้นทุนชีวิตของคนธรรมดากำลังจะแพงขึ้นอย่างถาวร

 

Bond Yield คืออะไร และกระทบชีวิตเราอย่างไร?

 

พันธบัตรรัฐบาล คือเครื่องมือที่รัฐใช้ ‘กู้เงิน’ จากนักลงทุน โดยมี ‘Bond Yield’ หรืออัตราผลตอบแทนเป็นข้อแลกเปลี่ยน 

 

หัวใจสำคัญของกลไกนี้คือ เมื่อมีการเทขายพันธบัตรจนราคาตกลง อัตราผลตอบแทนหรือ Yield จะพุ่งสูงขึ้นทันทีเพื่อดึงดูดใจให้นักลงทุนยอมแบกรับความเสี่ยง 

 

ซึ่งปรากฏการณ์ Bond Yield พุ่งนี้เปรียบเสมือนการวาง ‘ฐานรากใหม่’ ให้กับดอกเบี้ยทั้งระบบ เมื่อรัฐบาลกู้เงินแพงขึ้น ธนาคารพาณิชย์ย่อมมีแนวโน้มปรับดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน รถ และธุรกิจให้สูงตามไปด้วย ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของทุกคนขยับตัวสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

แล้วทำไมพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกถูกเทขายพร้อมกัน?

 

สถานการณ์ ‘Bond Sell-off’ ที่เกิดขึ้นในวงกว้างขณะนี้มาจาก 3 แรงกดดันสำคัญที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก

 

  • รัฐบาลทั่วโลกต้องการใช้เงินมหาศาล: เมื่อความมั่นคงไม่ใช่ของฟรี รัฐบาลหลายประเทศจึงต้องกู้เงินเพื่อเพิ่มงบกลาโหม ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และพยุงเศรษฐกิจที่เติบโตช้าลง การออกพันธบัตรจำนวนมากทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความสามารถในการชำระหนี้และเรียกขอดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
  • ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายและสภาวะ Sell America: นักลงทุนกังวลเรื่องวินัยการคลังของสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงทางการค้าและความตึงเครียดระหว่างประเทศ เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าและมีความผันผวนสูง ผลตอบแทนที่แท้จริงจากการถือพันธบัตรสหรัฐฯ จึงลดลงจนเกิดแรงเทขายอย่างต่อเนื่อง
  • จุดเปลี่ยนสำคัญจากญี่ปุ่น: ญี่ปุ่นซึ่งเคยเป็นแหล่งเงินดอกเบี้ยต่ำของโลกมานานเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยและมีแผนการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินทุนที่เคยไหลออกไปทั่วโลกเริ่มไหลกลับเข้าสู่ญี่ปุ่น ซ้ำเติมแรงเทขายพันธบัตรในประเทศอื่น รวมถึงในตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดียที่ Yield พุ่งสูงจนธนาคารกลางต้องเข้าแทรกแซง
     

คนทั่วไปควรรู้อะไร และเตรียมตัวใช้ชีวิตอย่างไรในยุค ‘เงินแพง’?

 

เมื่อประเทศไทยต้องเล่นในกติกาโลกที่เปลี่ยนไป Framework ในการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง:

 

  • เตรียมใจรับมือดอกเบี้ยขาขึ้น: ดอกเบี้ยเงินกู้จะไม่ถูกเหมือนเก่า การผ่อนบ้านจะยาวนานขึ้น และการลงทุนในธุรกิจจะทำได้ยากขึ้นเนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
  • ยกระดับทักษะให้เป็นเกราะคุ้มกัน: ในยุคที่เงินแพง ทักษะความสามารถจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด เพราะผู้ที่มีทักษะสูงคือผู้ที่จะเข้าถึงโอกาสได้ในราคาที่คุ้มค่ากว่าเสมอ
  • ทุกการลงทุนต้องตอบโจทย์ระยะยาว: การลงทุนในยุคนี้ต้องคำนวณความคุ้มค่าอย่างละเอียด และต้องตอบให้ได้ว่าทุกบาทที่จ่ายไปจะสร้างการเติบโตได้จริงในระยะยาว
  • ตรวจสอบวัตถุประสงค์ของเงินกู้: เงินกู้ต้องถูกใช้ไปเพื่อ ‘สร้างอนาคต’ ไม่ใช่เพียงเพื่อ ‘ประคองวันนี้’ โดยทุกบาทที่กู้ยืมมาต้องสามารถอธิบายมูลค่าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างชัดเจน
  • บริหารงบประมาณอย่างรัดกุม: เนื่องจากรัฐบาลต้องแบ่งงบประมาณไปจ่ายดอกเบี้ยหนี้สาธารณะมากขึ้น นโยบายการอุดหนุนหรือการแจกเงินในระยะยาวจึงทำได้ยากขึ้น

 

แม้ตัวเลข Bond Yield ที่พุ่งสูงจะสะท้อนถึงราคาความเสี่ยงใหม่ของโลก แต่ในอีกมุมหนึ่งก็นับเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนต้องกลับมาทบทวนการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ 

 

ประเทศหรือบุคคลที่จะก้าวผ่านสภาวะนี้ไปได้ ไม่ใช่ผู้ที่กู้เงินเก่งที่สุด แต่คือผู้ที่ ‘ใช้เงินเป็น’ คิดการณ์ไกล และกล้าที่จะลงทุนกับอนาคตอย่างแท้จริง การปรับตัวตั้งแต่วันนี้จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง และเปลี่ยนจากผู้ที่ต้องแบกรับต้นทุน เป็นผู้ที่คว้าโอกาสใหม่ๆ ได้อย่างมั่นคงในโลกที่เงินไม่ถูกอีกต่อไป

 
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising