×

The Great Repricing 2026: เข็มทิศการลงทุน 2026 จาก K WEALTH กสิกรไทย ในโลกที่กติกาเปลี่ยน [ADVERTORIAL]

โดย THE STANDARD TEAM
21.01.2026
  • LOADING...
The Great Repricing 2026: เข็มทิศการลงทุน 2026 ในโลกที่กติกาเปลี่ยนจาก K WEALTH กสิกรไทย [ADVERTORIAL]

HIGHLIGHTS

  • ปี 2026 ไม่ใช่แค่ปีที่ตลาดผันผวน แต่คือช่วง “The Great Repricing” เมื่อมูลค่าสินทรัพย์ทั่วโลกถูกตั้งราคาใหม่ตามกติกาเศรษฐกิจยุคใหม่
  • บททดสอบสำคัญคือ “ปรับพอร์ตให้ทันโลก” ลดการยึดติดสูตรเดิม เพิ่มการกระจายการลงทุนทั่วโลก (Go Global) และมีหลายสินทรัพย์ (Diversification) เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเศรษฐกิจใดเศรษฐกิจหนึ่งมากเกินไป

โลกเปลี่ยนไปแล้ว กระแสโลกาภิวัตน์ถาโถมความเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกการเงินอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในทุกภูมิภาค คลื่น AI ที่เปลี่ยนโลกวันต่อวัน ทั้งหมดคือความท้าทายที่นักลงทุนต้องเผชิญหน้าอยู่ทุกวินาที เพราะสูตรเดิม ๆ ของการลงทุนไม่มีพลังมากพอที่จะต้านกระแสของโลกใบนี้ได้อีกแล้ว อะไรคือเข็มทิศสำหรับนักลงทุนในปี 2026 นี้?

 

ศิริพร สุวรรณการ, CFA, CFP® Chief Investment Officer ของ K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย ได้ออกมาไขรหัสลับแห่งอนาคตผ่านมุมมองการลงทุนประจำปี ระบุไว้ชัดเจนว่า เราไม่ได้กำลังเผชิญกับแค่ความผันผวนตามวัฏจักรปกติ แต่เรากำลังก้าวเข้าสู่ปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า “The Great Repricing” 

 

THE STANDARD WEALTH จะพาไปเจาะลึกในเรื่องนี้

 

The Great Repricing 2026: เข็มทิศการลงทุน 2026 ในโลกที่กติกาเปลี่ยนจาก K WEALTH กสิกรไทย [ADVERTORIAL] 2

 

“The Great Repricing” เมื่อ ‘มูลค่า’ ถูกนิยามด้วยกติกาใหม่

 

เกมกระดานที่มีชื่อว่าการลงทุน ได้ถูกพลิกและเปลี่ยนโฉมกฎการเล่นไว้ใหม่ทั้งหมดในปี 2026 นี้จาก The Great Repricing คำถามสำคัญคือ สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อเกมการลงทุน?

 

The Great Repricing คือ สภาวะที่ตลาดการเงินทั่วโลกต้องปรับมูลค่าสินทรัพย์ครั้งใหญ่ (Re-valuation) เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ในอดีต ราคาหุ้นอาจจะวิ่งขึ้นลงตามผลประกอบการรายไตรมาสหรือตัวเลข GDP ระยะสั้น แต่จากนี้ไป ตลาดจะเริ่มให้ “ราคา” กับปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ลึกซึ้งและซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

 

The Great Repricing 2026: เข็มทิศการลงทุน 2026 ในโลกที่กติกาเปลี่ยนจาก K WEALTH กสิกรไทย [ADVERTORIAL] 3

 

ปัจจัยตัวแปรใหม่ที่นักลงทุนต้องใส่ใจ

 

  • นโยบายรัฐนำตลาด (State-Led Economy) รัฐบาลแต่ละประเทศจะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจอย่างไร? อุตสาหกรรมไหนคือลูกรักที่ได้รับเงินอุดหนุน?

 

  • ภูมิรัฐศาสตร์กินได้ (Geopolitics Matters) ความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่กระทบตรงถึงต้นทุนการผลิต เส้นทางขนส่ง และความมั่นคงทางพลังงาน

 

  • ขีดความสามารถใหม่ (New Capabilities) ใครคือผู้ครอบครองโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตที่โลกขาดไม่ได้?

 

“เมื่อกติกาเปลี่ยน ตลาดจึงต้องตั้งราคาสินทรัพย์ใหม่ หุ้นเดิม ๆ ที่เคยเป็น Safe Haven อาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป ตลาดจะเทมูลค่าให้กับสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากโครงสร้างใหม่ของเศรษฐกิจโลกมากที่สุด” ถือเป็นคำเตือนให้ตระหนักให้เห็นว่า นักลงทุนต้องเข้าใจกฎเกณฑ์และฐานรากของเกมการลงทุนใหม่ให้ดี ก่อนจะตัดสินใจเดินเกมการลงทุนของตัวเองต่อไป

 

4 ธีมการลงทุน ตัวแปรสำคัญของพอร์ตโฟลิโอนักลงทุนในปี 2026

 

แม้กฎเกณฑ์จะเปลี่ยนแปลง แต่เสาหลักของการเดินเกมการลงทุนในปี 2026 ยังคงมีอยู่ K WEALTH ได้ถอดรหัส 4 ธีมการลงทุนที่นักลงทุนจะใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณา เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุน โดย THE STANDARD WEALTH จะพาไปเจาะลึกในแต่ละธีม

 

ธีมที่ 1: ปลายวัฏจักรเศรษฐกิจ พลังสภาพคล่องพยุงการเติบโต (Late Cycle, Still Turning Liquidity Keeps Growth Alive)

 

เราได้ยินคำเตือนเรื่องเศรษฐกิจถดถอยมานับครั้งไม่ถ้วน แต่สำหรับปี 2026 K WEALTH มองว่าเศรษฐกิจโลกจะยังเดินหน้าต่อได้ และ “ไม่ใช่ปีของการเกิดวิกฤตครั้งใหญ่” แม้ประเทศพัฒนาแล้วจะมีแนวโน้มชะลอตัวลงก็ตาม

 

ทำไมเครื่องยนต์เศรษฐกิจโลกถึงยังไม่ดับ?

 

  • แรงหนุนเชิงโครงสร้าง: การลงทุนด้านเทคโนโลยีช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและนวัตกรรม ทำให้แม้อยู่ในช่วงปลายวัฏจักร เศรษฐกิจก็ไม่ได้ชะลอลงรวดเร็วเหมือนในอดีต
  • สภาพคล่องล้นระบบ: สภาพคล่องในระบบการเงินโลกยังคงอยู่ในระดับสูงจากผลของการปรับลดดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับรัฐบาลหลายประเทศยังคงเดินหน้าใช้จ่ายภาครัฐต่อเนื่อง
  • ตลาดเกิดใหม่เป็นพระเอก: ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วเริ่มแผ่ว ประเทศเกิดใหม่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระยะถัดไป โดยกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังอยู่ในเกณฑ์ดี และอัตราการผิดนัดชำระหนี้ยังต่ำ

 

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงมีอยู่จากเงินเฟ้อที่ยังไม่นิ่ง ภาระหนี้ภาครัฐในระดับสูง และความตึงเครียดทางการเมืองทั้งในและระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ประเด็นเรื่อง “ความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)” และความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดได้

 

และที่สำคัญ หลังราคาสินทรัพย์ปรับขึ้นต่อเนื่องหลายปี ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ไม่ได้อยู่ในระดับราคาถูก ทำให้ “ส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of safety)” ในการลงทุนมีจำกัด

 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้จัดสรรเงินลงทุนส่วนใหญ่ไว้ใน Core Portfolio เพื่อรักษาเสถียรภาพ โดยเน้นกระจายการลงทุนทั่วโลก และมีหลายสินทรัพย์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเศรษฐกิจใดเศรษฐกิจหนึ่งมากเกินไป และมีเครื่องมือพร้อมรับมือเหตุการณ์ไม่คาดคิด

 

ธีมที่ 2: จากความกระจุกตัว สู่การกระจายตัว (From Concentration to Convergence)

 

ปี 2026 เงินลงทุนจะเริ่มกระจายตัวจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ หรือ Magnificent 7 ไปสู่หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งในภูมิภาคและอุตสาหกรรมอื่นที่มูลค่าไม่แพง โดยตลาดหุ้นนอกสหรัฐฯ และอุตสาหกรรมอื่นในสหรัฐฯ จะมีกำไรเร่งตัวขึ้น สะท้อนการเติบโตที่กว้างขึ้นทั้งข้ามประเทศและข้ามอุตสาหกรรม

 

สำหรับฟากตลาดเอเชีย มีการฟื้นตัวแบบ K-Shape เป็นลักษณะ “ฟื้นไม่พร้อมกัน” หรือที่ในเชิงลึกเราเรียกว่า K-Shape Recovery ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ไปต่อได้สวยและกลุ่มที่ยังต้องลุ้น

 

จีนมีโอกาสเติบโตจากฐานกำไรที่อยู่ในระดับต่ำ หลังผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายมานานหลายปี โดยได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐที่มุ่งผลักดันโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ภาคอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และหุ่นยนต์

 

ในขณะเดียวกัน อินเดียแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งจากอุปสงค์ภายในประเทศ ซึ่งมาจากการลงทุนภาครัฐที่ดำเนินควบคู่ไปกับการบริโภค สิ่งนี้ทำให้กำไรของบริษัทต่าง ๆ มีเสถียรภาพในการเติบโตมากกว่าประเทศที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก

 

The Great Repricing 2026: เข็มทิศการลงทุน 2026 ในโลกที่กติกาเปลี่ยนจาก K WEALTH กสิกรไทย [ADVERTORIAL] 4

 

กลุ่มเทคโนโลยีเอเชีย (ไต้หวัน เกาหลีใต้ และหุ้นเทคโนโลยีจีนบางส่วน) มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่การผลิตเทคโนโลยีโลก มีแนวโน้มกำไรดี แต่ราคาหุ้นยังไม่สูงเท่าสหรัฐฯ จึงเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจตามแนวโน้มโลกในระดับมูลค่าที่ยังดี

 

คำแนะนำคือ นักลงทุนที่พอร์ตลงทุนกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐอเมริกา ควรขยายการลงทุนไปยังตลาดเกิดใหม่ เช่น จีนและอินเดีย เนื่องจากมีแนวโน้มที่กำไรจะเติบโตได้ดีในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และมีสัญญาณของเงินทุนที่เริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดเหล่านี้

 

สำหรับผู้ที่ถือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง ควรจัดสรรเงินลงทุนบางส่วนไปยังกลุ่มเทคโนโลยีในเอเชีย เพื่อช่วยสร้างความสมดุลให้กับพอร์ต และเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะต่อไป

 

ธีมที่ 3: คลื่นลูกที่สองของ AI โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และความปลอดภัยทางไซเบอร์ (AI’s Second Wave)

 

AI เป็นวัฏจักรการลงทุนระยะยาว โดย Bloomberg ประเมินว่าเม็ดเงินลงทุนสะสมช่วงปี 2024-2029 อาจสูงถึงราว 3 ล้านล้านดอลลาร์ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2026 คือการเข้าสู่ “คลื่นลูกที่สอง”

 

The Great Repricing 2026: เข็มทิศการลงทุน 2026 ในโลกที่กติกาเปลี่ยนจาก K WEALTH กสิกรไทย [ADVERTORIAL] 5

 

ในขณะที่ราคาหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับขึ้นรวดเร็ว ตลาดเริ่มกดดันถามหาผลลัพธ์เชิงรายได้ที่ชัดเจนมากขึ้น โอกาสจึงเริ่มขยับจากกลุ่มผู้พัฒนา AI ไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่ทำให้ AI เติบโตได้จริง

 

เป้าหมายใหม่ของการลงทุน AI

 

  • Data Center & Cloud: หัวใจสำคัญของการประมวลผลข้อมูล
  • Cybersecurity: ระบบความปลอดภัยไซเบอร์
  • Energy: นี่คือ “คอขวด” สำคัญ เพราะ AI ใช้พลังงานมหาศาล โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

 

นอกจากนี้ โลกกำลังก้าวสู่ช่วงการยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่หลังขาดการลงทุนมานาน McKinsey ประเมินว่าต้องใช้เม็ดเงินรวมกว่า 106 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2040 เพื่อรองรับทั้งเศรษฐกิจจริงและเศรษฐกิจดิจิทัล

 

กลยุทธ์การลงทุนในธีมคลื่น AI ลูกที่สองคือ แนะนำเพิ่มการลงทุนในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกที่มูลค่ายังไม่แพง สอดรับกับการลงทุนระยะยาวจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม และยังได้รับแรงหนุนจากดอกเบี้ยขาลงที่ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน

 

ธีมที่ 4: ตราสารหนี้คุณภาพสูง เกราะป้องกันพอร์ต (High-quality Fixed Income)

 

ตราสารหนี้ยังน่าลงทุน แต่บทบาทได้เปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมที่นักลงทุนอาจหวังผลกำไรจากส่วนต่างราคาในช่วงดอกเบี้ยขาลง ปีนี้ต้องเปลี่ยนวิธีคิดมาเน้นการเป็น “แหล่งรายได้ที่สม่ำเสมอ” แทน

 

ความท้าทายของตลาดตราสารหนี้ปี 2026 คือ

 

  • นโยบายการเงินที่แตกต่าง: โลกกำลังเจอกับวัฏจักรนโยบายการเงินที่ไม่ไปทางเดียวกัน (Policy Divergence) สหรัฐฯ ลดดอกเบี้ย ยุโรปชะลอการลด ส่วนญี่ปุ่นยังปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  • ความผันผวนของ Yield: K WEALTH คาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี จะเคลื่อนไหวในกรอบ 3.9% – 4.4% ซึ่งได้รับอิทธิพลจากปริมาณพันธบัตรใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากการขาดดุลงบประมาณ และความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาลสหรัฐฯ มากกว่าแค่นโยบายดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว

 

The Great Repricing 2026: เข็มทิศการลงทุน 2026 ในโลกที่กติกาเปลี่ยนจาก K WEALTH กสิกรไทย [ADVERTORIAL] 6

 

กลยุทธ์การลงทุนคือ ต้องเน้น “ตราสารหนี้คุณภาพสูง” โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพเครดิตมากกว่าการไล่หาดอกเบี้ยสูง (Yield Chasing) เพื่อสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอและให้ความคุ้มค่าต่อความเสี่ยงมากกว่าตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง

 

บททดสอบของเกมการลงทุนใหม่ในปี 2026

 

ปี 2026 ไม่ใช่ปีที่เราจะหลับตาจิ้มหุ้นแล้วรวยเหมือนในอดีต มันคือปีแห่ง “บททดสอบความจริง” ที่จะคัดกรองนักลงทุนตัวจริงออกจากนักเสี่ยงโชค

 

ในวันที่กติกาโลกถูก Repricing ใหม่ทั้งหมด การยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ คือความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด แต่สำหรับผู้ที่กล้าปรับตัว มองเห็นภาพใหญ่ของการเปลี่ยนแปลง และจัดพอร์ตอย่างมีวินัยตามคำแนะนำข้างต้น ปี 2026 จะเป็นปีแห่งโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

 

โลกกำลังเปลี่ยนป้ายราคาใหม่แล้ว… คำถามคือ พอร์ตการลงทุนของคุณเปลี่ยนตามหรือยัง?

 

ติดตามบทวิเคราะห์และความรู้การลงทุนจาก K WEALTH ได้ที่ https://www.kasikornbank.com/k_49iYHpT

 

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising