×

เปิดความเสี่ยงลงทุนหุ้นนอกผ่าน DR ที่หลายคนมองข้าม โบรกเกอร์ล้มละลาย เงินลงทุนหาย ก.ล.ต. มีอำนาจตามเงินคืนแค่ไหน

13.01.2026
  • LOADING...
เปิดความเสี่ยงลงทุนหุ้นนอกผ่าน DR ที่หลายคนมองข้าม โบรกเกอร์ล้มละลาย เงินลงทุนหาย ก.ล.ต. มีอำนาจตามเงินคืนแค่ไหน

HIGHLIGHTS

  • ถ้าหากผู้ออก DR ล้มละลาย นักลงทุนจะไม่สามารถเรียกร้องให้โอนหลักทรัพย์คืนได้โดยตรง และมีสิทธิได้รับเงินลงทุนไม่ครบ เพราะผู้ซื้อมีสถานะเป็น ‘เจ้าหนี้ไม่มีหลักประกัน’ ทำให้ต้องรอการเฉลี่ยทรัพย์ร่วมกับเจ้าหนี้รายอื่นตามลำดับสิทธิกฎหมาย เป็นแบบนั้นใช่หรือไม่?
  • เจตอาทร สองเมือง ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่าย Quantitative บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) บอกว่าการลงทุนใน DR นั้น นักลงทุนไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้น แต่ให้สิทธิผู้ถือเปรียบเสมือน เป็นผู้ถือหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรง ขณะที่ผู้ออก DR คือเจ้าของหุ้นที่แท้จริง 
  • ก.ล.ต. ออกมาชี้แจงข้อกังวลในประเด็นดังกล่าวว่า ในปัจจุบัน DR ที่มีการออกเสนอขาย ส่วนใหญ่ เป็น DR แบบอ้างอิงสิทธิ ซึ่งยืนยันว่ามีหลักทรัพย์ต่างประเทศรองรับเต็มจำนวน
  • ทุกสิ้นเดือนผู้ออก DR จะจัดทำและนำส่งรายงานเกี่ยวกับจำนวนคงเหลือ DR (Outstanding) และจำนวนหลักทรัพย์ต่างประเทศอ้างอิงส่งให้ ก.ล.ต. อยู่แล้ว ซึ่ง ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการพิจารณาเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ให้ผู้ลงทุนทราบด้วย

เจาะเบื้องหลังความเสี่ยงการลงทุน DR ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ

ที่หลายคนมองข้าม เมื่อคนไทยสามารถลงทุนหุ้นนอกง่ายๆ ความเสี่ยงต่ำ ใช้เงินลงทุนน้อย แต่อาจแลกมากับความเสี่ยง ‘เงินลงทุนหาย’ ในวันที่ผู้ออก DR ล้มละลาย

 

ภายใต้คำโฆษณาลงทุนหุ้นต่างประเทศได้ง่ายๆ ผ่านตลาดหุ้นไทย แต่มีสิทธิเสมือน กับการถือครองหลักทรัพย์ต่างประเทศ ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า การซื้อ DR จะทำให้เรามีกรรมสิทธิ์ในหุ้นต่างประเทศที่อ้างอิง ทั้งที่ความจริงแล้วเราเป็นเพียงผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ‘เสมือน’ ไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่ต่างประเทศโดยตรงเท่านั้น

 

ถ้าแบบนั้นแล้ว จะหมายความว่า หากวันใดถึงคราวซวย ผู้ออก DR ซึ่งเป็น ‘บริษัทหลักทรัพย์’ หรือ ‘ธนาคาร’ ประสบปัญหาเงินจนถึงขั้นล้มละลาย นักลงทุนที่ซื้อ DR จะไม่สามารถเรียกร้องให้โอนหลักทรัพย์คืนได้โดยตรง และมีสิทธิได้รับเงินลงทุนไม่ครบ เพราะผู้ซื้อมีสถานะเป็น ‘เจ้าหนี้ไม่มีหลักประกัน’ ทำให้ต้องรอการเฉลี่ยทรัพย์ร่วมกับเจ้าหนี้รายอื่นตามลำดับสิทธิกฎหมาย เป็นแบบนั้นใช่หรือไม่? 

 

นั่นคือข้อสงสัยที่นักลงทุนบางส่วนกำลังตั้งประเด็นขึ้นมา พร้อมกับตั้งคำถามไปถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผ่านโซเชียลมีเดียว่า เกณฑ์การป้องกันความเสี่ยงและคุ้มครองผู้ลงทุนในปัจจุบัน มีประสิทธิภาพแค่ไหน ในการจำกัดผลกระทบความเสี่ยงของผู้ออก DR ทั้งในด้านเงินดำรงกองทุน และจำนวนหลักทรัพย์ต่างประเทศอ้างอิง เพราะปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล DR คงเหลือและจำนวน หลักทรัพย์ต่างประเทศอ้างอิงแก่นักลงทุนทั่วไป

 

ล่าสุด ก.ล.ต. ออกมาชี้แจงข้อกังวลในประเด็นดังกล่าวว่า ในปัจจุบัน DR ที่มีการออกเสนอขาย ส่วนใหญ่ เป็น DR แบบอ้างอิงสิทธิ (ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์ อ้างอิงต่างประเทศ) เพื่อให้หลักทรัพย์ต่างประเทศที่มีราคาสูง สามารถแตกย่อยเป็น DR ได้หลายหน่วย เช่น 1 หุ้นต่างประเทศนำมาออกได้เป็น 100 DR  (1 : 100) เป็นต้น ซึ่งช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่มีราคาสูงได้ อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็น DR ในรูปแบบใด ก.ล.ต. ได้มีเกณฑ์กำหนดเพื่อป้องกันความเสี่ยงและคุ้มครองผู้ลงทุนไว้ ดังนี้

 

  1. กำหนดให้ผู้ออก DR ต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือ ธนาคารพาณิชย์ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตามลำดับ เท่านั้น ซึ่งผู้ออก DR ต้องดำรงเงินกองทุนตามเกณฑ์ที่กำหนด มีการรายงานทางการเงิน ตามมาตรฐาน และมีระบบบริหารความเสี่ยงตามการเป็นสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้กำกับ  
  2. กำหนดให้ผู้ออก DR ต้องมีหลักทรัพย์ต่างประเทศอ้างอิงรองรับในจำนวนที่เพียงพอ กับจำนวนที่จำหน่าย DR ให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งหมายความว่าผู้ออกต้องมีหลักทรัพย์ ต่างประเทศรองรับการออกและเสนอขาย DR เต็มจำนวน เช่น การออกและเสนอขาย DR 1 : 100 หมายถึง DR ที่ออกเสนอขายให้ผู้ลงทุน 100 หน่วย ผู้ออก DR ต้องมีหุ้นต่างประเทศรองรับอย่างต่ำ 1 หุ้น และมีการจัดเก็บหลักฐานความเพียงพอ ของจำนวนหุ้นต่างประเทศดังกล่าว 
  3. กำหนดให้ผู้ออก DR จัดทำและนำส่งรายงานเกี่ยวกับจำนวนคงเหลือ DR (Outstanding) และจำนวนหลักทรัพย์ต่างประเทศอ้างอิงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ก.ล.ต. ทุกสิ้นเดือน เพื่อให้ ก.ล.ต. ใช้ในการติดตามและตรวจสอบ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าว เป็นประโยชน์ซึ่งช่วยสร้างความโปร่งใส และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนใน DR ก.ล.ต. จึงอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการเพื่อให้นำข้อมูลดังกล่าวมาเผยแพร่ให้ผู้ลงทุนทราบด้วยต่อไป
  4. กำหนดให้ผู้ออก DR เปิดเผยความเสี่ยงของการลงทุนใน DR ซึ่งรวมถึงความเสี่ยง กรณีผู้ออกประสบปัญหาทางการเงิน/ล้มละลาย ในแบบแสดงรายการข้อมูลเสนอขาย (filing) ซึ่งผู้ลงทุนสามารถดูแบบ filing ได้ที่เว็บไซต์ของ ก.ล.ต. และเว็บไซต์ของผู้ออก DR เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนใน DR

 

ความเสี่ยง DR ที่หลายคนมองข้าม 

 

บนเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีบทความที่ข้อมูลส่วนหนึ่งระบุความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อราคาของ DR ที่ซื้อขายใน SET ดังนี้ 

  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
  • ความเสี่ยงจากความผันผวน ของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ
  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง

 

แต่ในความเป็นจริงแล้วการลงทุน DR ยังมีความเสี่ยงอื่นๆ ที่หลายคนอาจจะมองข้าม

 

เจตอาทร สองเมือง ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่าย Quantitative บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Rating) ของผู้ออก DR เป็นหนึ่งในความเสี่ยงหลัก พูดง่ายๆ ก็คือ ความเสี่ยงที่บริษัทผู้ออก DR มาให้เราซื้อขายกันนี้ อาจจะ ‘ล้มหายตายจาก’ ไปได้ ผู้ลงทุนก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการเรียกร้องทรัพย์สิน ซึ่งก็คือเงินลงทุนใน DR คืนมา

 

เพราะการลงทุนใน DR นั้น นักลงทุนไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้น แต่ให้สิทธิผู้ถือเปรียบเสมือน เป็นผู้ถือหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรง ขณะที่ผู้ออก DR คือเจ้าของหุ้นที่แท้จริง 

 

คำถามที่ตามมาคือ หากเกิดกรณีที่มีผู้ออก DR ล้มละลายขึ้นมาจริงๆ หน่วยงานกำกับอย่าง ก.ล.ต. มีอำนาจที่จะบังคับให้นำหลักทรัพย์ค้ำประกันเหล่านี้ มาคืนให้กับผู้ลงทุน DR โดยตรงทันทีหรือไม่ 

 

อีกความเสี่ยงที่หลายคนอาจจะไม่ทราบคือ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของบริษัท (Corporate Action) เช่น กรณีที่หุ้น A ควบรวมกับหุ้น B เกิดเป็นหุ้น C ถ้ามี DR หุ้น A อยู่ในตลาด ผู้ออกจะต้องนำ DR หุ้น A ออกจากตลาด นักลงทุนจะถูกบังคับขายบนกระดานก่อนหุ้น A จะกลายเป็นหุ้น C แตกต่างจากการถือหุ้น A โดยตรง ที่ผู้ลงทุนได้รับหุ้น C มาโดยปริยายในอนาคต 

 

อีกความเสี่ยงคือเรื่องเงินปันผล กรณีปันผลเป็นหุ้น ถ้าเราถือหุ้นอ้างอิงโดยตรง จะได้รับหุ้นเพิ่มเข้ามา แต่กรณีของ DR ราคาจะถูก Dilute ขณะที่ผู้ถือ DR จะได้รับเงินเข้ามาแทนเท่ากับมูลค่าของหุ้นปันผลที่หักภาษีแล้ว กรณีนี้ผู้ลงทุนควรจะไม่เสียประโยชน์ถ้าราคา DR ที่ Dilute เท่ากับเงินที่ได้รับเข้ามา 

 

ก.ล.ต. แจงชัดปม ‘ผู้ออก DR ล้มละลาย’ ยันมีเกณฑ์กำกับเข้ม มอนิเตอร์ฐานะการเงินรายวัน-ต้องมีสินทรัพย์อ้างอิงครบ 100%

 

THE STANDARD WEALTH ได้สัมภาษณ์ จอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. เพื่อไขข้อข้องใจและฉายภาพมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนของ ก.ล.ต. ในประเด็นดังกล่าว 

 

จอมขวัญ ระบุว่า การกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความคุ้มครองผู้ลงทุนนั้น ก.ล.ต. ให้ความสำคัญตั้งแต่ตัว ‘ผู้ออก’ (Issuer) ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหลักทรัพย์ หรือธนาคารพาณิชย์ โดยผู้ออกจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ ก.ล.ต. ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งตามเกณฑ์เงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (Net Capital: NC)

 

เมื่อมีการออก DR จะถือว่ามีหนี้สินเพิ่มขึ้น ซึ่งตัวเลขนี้จะสะท้อนอยู่ในมูลค่า NC ทันที ทำให้ ก.ล.ต. สามารถติดตามฐานะทางการเงินของผู้ออกได้อย่างใกล้ชิด,

 

NC คือ ‘จุดตัด’ และด่านปราการแรกมอนิเตอร์ฐานะการเงินโบรกเกอร์ 

 

รองเลขาธิการ ก.ล.ต. เน้นย้ำว่า NC เปรียบเสมือน ‘ด่านแรก’ ที่ช่วยยืนยันว่าผู้ออก DR จะไม่ประสบปัญหาทางธุรกิจจนล้มละลาย เพราะค่า NC จะเป็นตัวสะท้อนสุขภาพทางการเงิน หากเกิดปัญหาสภาพคล่องหรือความเสี่ยงใดๆ ตัวเลข NC จะฟ้องทันที

 

  • การมอนิเตอร์รายวัน: ก.ล.ต. กำหนดให้มีการรายงานค่า NC เป็น ‘รายวัน’ ทำให้เห็นความเคลื่อนไหวตลอดเวลา หากระดับ NC ลดลงจนแตะจุดที่กำหนด (Trigger) ทาง ก.ล.ต. จะเข้าไปจัดการดูแลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ลงทุนทันที ก่อนที่จะเกิดความเสียหายร้ายแรง

 

หลักประกันสำคัญต้องมีหุ้นอ้างอิง 100% 

 

นอกเหนือจากฐานะการเงินแล้ว จอมขวัญยืนยันว่านักลงทุนไม่ต้องกังวลเรื่องการไม่มีหลักทรัพย์รองรับ เพราะเกณฑ์ของ ก.ล.ต. กำหนดชัดเจนว่า ผู้ออก DR จะต้องมีสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset) ถือครองไว้ครบ 100% จะไม่มีการออก DR โดยไม่มีหุ้นรองรับ (Naked Issuance) เด็ดขาด

 

  • การตรวจสอบสินทรัพย์: ก.ล.ต. มีกระบวนการตรวจสอบยืนยันยอดหลักทรัพย์ (Custodian Confirmation) ว่ามีหุ้นอยู่จริงครบถ้วนตามจำนวนที่ออก DR โดยจะมีการรายงานและตรวจสอบสินทรัพย์คงค้างเหล่านี้ทุกสิ้นเดือน

 

ปิดประตูความเสี่ยง ‘ล้มละลายแล้วยึดทรัพย์’ 

 

ต่อข้อซักถามที่ว่า หากโบรกเกอร์ล้มละลาย เจ้าหนี้อื่นจะสามารถมายึดสินทรัพย์ที่เป็นหุ้นอ้างอิงของ DR ไปได้หรือไม่ จอมขวัญอธิบายว่า ด้วยระบบการกำกับดูแลทั้ง 2 ส่วนหลัก คือ 

 

  1. การมอนิเตอร์ฐานะการเงิน (NC) รายวัน 

 

  1. การตรวจสอบหุ้นอ้างอิง 100% ทำให้โอกาสที่จะปล่อยให้สถานการณ์ล่วงเลยไปจนถึงจุดที่บริษัทล้มละลายแล้วต้องมาแย่งชิงสินทรัพย์นั้น ‘แทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้น’

 

เพราะ ก.ล.ต. จะเห็นสัญญาณเตือนจาก NC ก่อน และเข้าแทรกแซงเพื่อจัดการปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ โดยไม่ปล่อยให้มีการนำสินทรัพย์ของลูกค้าไปใช้ในทางที่ผิด หรือก่อความเสี่ยงเพิ่มเติม

 

ดังนั้น นักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่าภายใต้เกณฑ์การกำกับดูแลปัจจุบัน ทั้งเรื่องความเพียงพอของเงินกองทุนและการมีสินทรัพย์หนุนหลังเต็มจำนวน เป็นกลไกที่เพียงพอในการคุ้มครองทรัพย์สินของผู้ลงทุนไม่ให้ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงของผู้ประกอบการ

 

‘หยวนต้า’ ยันมีหุ้นอ้างอิง 100% 

 

จากความกังวลของนักลงทุนบนโซเชียลมีเดียที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เจตอาทร ยืนยันว่า บล.หยวนต้า หนึ่งในผู้ออก DR ของไทยมีหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) 100% และได้เครดิต A+ จาก Fitch Rating ถือเป็นเรตติ้งบนมาตรฐานนานาชาติ ที่สูงสุดในวงการบริษัทหลักทรัพย์ไทย 

 

“ตามเกณ์ของ ก.ล.ต. กำหนดว่าผู้ออกต้องซื้อหลักทรัพย์อ้างอิงมาไว้ในมือก่อน ถึงจะสร้าง DR ออกมาได้ ถ้าผู้ออกปฏิบัติตามเกณฑ์ 100% จะมี Underlying เพียงพอเสมอ และที่ผ่านมาจะมีการรายงาน ก.ล.ต. ทุกเดือนอยู่แล้ว” 

 

และปัจจุบันผู้ออก DR มีจำนวนมาก นักลงทุนมีทางเลือกในการเลือกผู้ออก ที่มีความมั่นคง ทางการเงินได้ อีกประเด็นที่นักลงทุนเข้าใจผิดกันมากคือ ผู้ออก DR ทำกำไรจากการบวกค่า Spread 2-3% จริงๆ ไม่ใช่ โดยเฉพาะเมื่อการแข่งขันสูงขึ้นมาก ทำให้ Mark Up ราคาไม่ได้มาก ส่วนที่หลายคนพบปัญหา เช่น หุ้นอ้างอิงขึ้น 20% แต่ DR ขึ้นแค่ 12% เป็นเพราะอัตราแลกเปลี่ยน กรณีเงินบาทแข็งค่า แต่ถ้าเงินบาทอ่อนค่า การลงทุนใน DR ก็ได้ผลบวกแทน 

 

DR แบบฝาก กับ DR แบบอ้างอิงสิทธิ ต่างกันยังไง?

 

จากคำแถลงของ ก.ล.ต. ล่าสุด มีหมายเหตุไว้ว่า DR มี 2 แบบ ได้แก่

 

  1. ตราสารแสดงสิทธิของผู้ฝากทรัพย์สิน ซึ่งมีทรัพย์สินที่ฝากเป็นหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR แบบฝาก) นี่คือเกณฑ์รูปแบบเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ช่วงแรก โดยมี DR ตัวแรกที่ออกเมื่อปี 2018 คือ E1VFVN3001 ซึ่งอ้างอิงกองทุน ETF VN30 หุ้นเวียดนาม

 

ข้อจำกัดของรูปแบบนี้คือการกำหนดอัตราส่วน (Ratio) ไว้ที่ 1:1 เท่านั้น และมีข้อเสีย สำคัญเรื่องสภาพคล่องในการออกของ เพราะผู้ออกจะสามารถสร้าง DR ได้ก็ต่อเมื่อหุ้นอ้างอิงผ่านกระบวนการชำระราคาและส่งมอบ (Settlement) จนเข้ามาอยู่ที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ (Custodian) เรียบร้อยแล้ว ทำให้ DR รูปแบบนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะขาดความยืดหยุ่น

 

2.ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิง ซึ่งมีหลักทรัพย์อ้างอิง เป็นหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR แบบอ้างอิงสิทธิ) เป็นเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. ปรับปรุงเพิ่มเติมในภายหลัง เพื่อเพิ่มความยืนหยุ่น อัตราส่วนไม่จำเป็นต้องเป็น 1:1 อีกต่อไป สามารถกำหนดเป็นสัดส่วนได้ เช่น 5 DR ต่อ 1 หุ้น ลักษณะคล้ายกับการที่นักลงทุนหลายคนมาร่วมกันแชร์สิทธิในหุ้นตัวนั้นๆ 

 

จุดเด่นสำคัญคือความยืดหยุ่นของผู้ออก เมื่อผู้ออกทำการสั่งซื้อหุ้นอ้างอิงแล้วสามารถออก DR ขายให้นักลงทุนได้ทันที โดยไม่ต้องรอขั้นตอน Settlement ให้หุ้นเข้าพอร์ต แบบสมบูรณ์เหมือนแบบฝาก

 

ภาพ: JulPo/Getty Images

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising