×

Memory lane ‘สมัยนั้น’ กลิ่นความทรงจำ แฟนกีฬายุค 90

12.04.2026
  • LOADING...
ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ

“ม้วนภาพอะไรนะ”

 

ระหว่างที่กำลังรื้อห้องเพื่อเก็บกวาด ผมแอบสงสัยกับตัวเองว่าสิ่งที่อยู่ในม้วนภาพนี้มันคืออะไร และยิ่งไปกว่านั้นคือไปสั่งซื้อมาตั้งแต่เมื่อไร (เพื่อจะหาคำตอบและคำอธิบายทางบ้านได้)

 

ยืนคิดไปก็ไม่มีประโยชน์ ผมตัดสินใจจะเปิดกลักมันออกมา ก่อนจะพบกับคำตอบที่ไม่ได้คาดคิด

 

มันคือภาพโปสเตอร์ขนาดใหญ่ น่าจะในไซส์ A2 และในนั้นไม่ได้เป็นภาพวาด ภาพเขียน หรือภาพวาบหวิวจากไหน แต่เป็นภาพของปีกร่างระหงในชุดเสื้อฟุตบอล Reebok สีแดง

 

ใต้ภาพมีชื่อที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครกำกับไว้ “STEVE McMANAMAN”

 

สรุปแล้วมันคือภาพโปสเตอร์ฟุตบอลที่น่าจะไปสั่งซื้อมาจากสักกลุ่มเพื่อหวังว่าจะมาติดในห้องนอน แต่ก็เอาไปเก็บไว้ในหลืบมุมของห้องนานจนลืม

 

แต่ความมหัศจรรย์คือ โปสเตอร์ภาพนี้ภาพเดียวทำให้ความทรงจำมากมายของชีวิตการเป็นแฟนกีฬาในช่วงเวลานั้น – ในความหมายของผมคือยุค 90 – ผุดขึ้นมาทันที

 

มาลองไล่ความทรงจำ ‘สมัยนั้น’ ไปด้วยกันสักหน่อยไหมครับ เอาเท่าที่จำได้ก็ได้

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 1

 

‘สมัยนั้น’ การติดตามฟุตบอลและเกมกีฬาอื่นๆ มีความแตกต่างจากยุคสมัยนี้ในแบบคนละโลกและคนละเรื่องเลยครับ

 

อย่าถามหาแอปพลิเคชันแบบ LiveScore หรือโซเชียลมีเดียอย่าง X (Twitter) หรือกลุ่ม Line ที่จะมีเพื่อนสักคนคอยคาบข่าวเอามาฝากกันทุกเช้าเลย

 

กว่าที่คนจะรู้จักและเข้าใจอินเทอร์เน็ตจริงๆ ก็แทบจะเป็นช่วงปลายๆ ของยุค 90s แล้ว

 

ช่องทางหลักในการติดตามข่าวสารถูกจำกัดเอาไว้เพียงแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นเองครับ

 

โทรทัศน์คืออย่างแรก

 

ตามด้วยวิทยุ

 

และสื่อสิ่งพิมพ์อย่างหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และหนังสือเล่มหรือพ็อกเกตบุ๊ก

 

แต่ถึงจะมีน้อย แต่ก็เป็นความน้อยที่มีความสุขอย่างมาก

 

โดยส่วนตัวหลักๆ แล้วช่องทางที่สำคัญและเป็นต้นธารสำหรับคนรักกีฬาหลายต่อหลายคนคือหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่เข้าถึงได้ง่ายและเร็วที่สุด

 

ในหนังสือพิมพ์ทุกหัว (สำนักข่าว) จะมีเซกชันข่าวกีฬาแยกเอาไว้อย่างชัดเจน และมีจำนวนหน้าที่ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะเบอร์ต้นของตลาดอย่างไทยรัฐและเดลินิวส์ที่หน้ากีฬามีเรื่องราวให้อ่านมากมาย ทั้งรายงานข่าวกีฬาประจำวัน ไปจนถึงคอลัมน์จากนักเขียน (ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือนักหนังสือพิมพ์) ฝีมือฉมังเดชทั้งหลาย

 

แต่ถ้าเป็นคนที่รักกีฬาแบบลึกขึ้นไปอีกขั้นก็ยังมีหนังสือพิมพ์กีฬาโดยเฉพาะอย่างสยามกีฬา (ซึ่งในวงการเรียกกันว่าเล่มใหญ่)

 

และเล่มที่เป็น ‘รักแรก’ ของแฟนฟุตบอลหลายๆ คนอย่าง สยามกีฬา สตาร์ซ็อคเก้อร์ (ที่จะเรียกกันว่าเล่มเล็ก)

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 2

 

สมัยนั้นสตาร์ซ็อคเกอร์รายวันคือแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับแฟนฟุตบอลทุกคน เพราะจะมีทั้งข่าวสารที่เจาะลึก ผลการแข่งขันที่ละเอียด และที่สำคัญที่สุดคือเหล่าคอลัมน์จากคอลัมนิสต์ระดับมืออาชีพที่จะมาร่ายเรื่องราวให้ได้อ่านกันในแต่ละวัน (และอ่านวนไปทั้งวัน ส่วนใหญ่เล่มเดียววนได้รอบห้องด้วย)

 

พี่ๆ ในวันนั้นหลายๆคน ก็กลายมาเป็นครูบาอาจารย์ เป็น ‘เสาหลัก’ ของวงการฟุตบอลและวงการกีฬาในเวลานี้

 

คอลัมนิสต์ในสตาร์ซ็อคเกอร์จะแบ่งออกเป็นหลายสายครับ สายหลักแน่นอนย่อมต้องเป็นฟุตบอลอังกฤษ ที่จะเกาะติดแวดวงของลูกหนังเมืองผู้ดีมาฝากกัน เช่น แจ็คกี้, บอบู๋, ซัมเมอร์ฮิลล์, ลิตเติ้ลโจ, ตังกุย, ยักษ์ดอยแดง นอกจากนี้ก็จะมีสายเฉพาะของลีกแต่ละประเทศอีก เช่น ก.ป้อหล่วน, ช่อคูน, นพนันท์, ป๋ายาว, มาเฟียรี่, โมนาลิซ่า และอีกมากมาย ไปจนถึงนักเขียนสายเรื่องนอกกระแสอย่าง ศาธนันท์ และคอลัมน์ฮิตตอบคำถามแฟนๆ ของบิ๊กจ๊ะ (ซึ่งรับช่วงต่อจาก ย.โย่ง ผู้จากไปก่อนเวลาอันควร)

 

งานเขียนเหล่านี้แม้จะเหมือนงานเขียนรายวันธรรมดา แต่เมื่อคิดย้อนกลับไปในความทรงจำแล้วนับว่าเป็นงานเขียนที่เลอค่า เพราะมันไม่ได้มอบแค่ข้อมูลหรือข่าวสาร แต่มันคือสิ่งที่ทำให้อรรถรสในการติดตามกีฬาสนุกขึ้น

 

เป็นความสุนทรีย์ (เขาเรียกกันว่า Aesthetic ใช่ไหม?) ของคนในยุคสมัยนั้น และปลูกฝังนิสัยการรักการอ่านให้หลายคน – รวมถึงตัวผมเอง – มาจนถึงวันนี้

 

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 3

 

ผมมีหนึ่งคอลัมน์ที่ชอบติดตามเป็นพิเศษและเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจส่วนตัวเพราะเป็นของที่ใหม่มากในยุคสมัยนั้นคือ ‘ตามรอยหงส์แดง’ โดยไทซอน หรืออาภากร โยมา ผู้เชี่ยวชาญด้านอเมริกันเกมส์ในปัจจุบัน (และเป็นอีกหนึ่งคอลัมนิสต์ขาประจำของ The Standard Sport ด้วย)

 

ตามรอยหงส์แดง น่าจะเป็นคอลัมน์ที่เกิดในช่วงปลายยุค 90 แล้ว โดยจะเป็นเนื้อหาที่แปลกแหวกแนวสำหรับสมัยนั้นคือการรวบรวมข่าวกอสซิปย้ายทีม หรือที่เรียกกันว่า Transfer rumour news ที่เกี่ยวกับลิเวอร์พูลมาฝากแฟนๆเป็นประจำในทุกสัปดาห์

 

เพราะปกติแล้วข่าวทำนองนี้ถึงจะมีลงในแต่ละวัน ซึ่งฝ่ายข่าวของหนังสือพิมพ์จะได้รับแหล่งข่าวจากต่างประเทศ ตั้งแต่ระบบเทเล็กซ์ (Telex เครื่องพิมพ์ข่าวที่ถูกส่งมาจากสำนักข่าวต่างประเทศอีกที) จนถึงยุคของอินเตอร์เน็ตเริ่มเข้ามาก็ตามเว็บไซต์ของสำนักข่าวต่างๆ และหนังสือพิมพ์จากต่างประเทศที่จะมีผู้สื่อข่าวที่ถูกส่งไปประจำการอยู่ที่อังกฤษคอยส่งหนังสือพิมพ์จากที่โน่นมาให้อีกทอดหนึ่ง

 

ในยุคสมัยนั้นเท่านี้ก็ถือว่าเร็วแล้ว แต่มันไม่ได้มีใครมาคอยอัพเดตให้ต่อเนื่องยิบๆจนถึง ‘Here We Go’ ดังนั้นหลายครั้งข่าวอาจจะออกไม่กี่วันแล้วก็ได้เห็นภาพชูเสื้อเซ็นสัญญาย้ายทีมเลย

 

ครั้งนึงที่จำได้แม่นคือเรื่องของสตีฟ แม็คมานามาน ที่เกือบจะย้ายไปบาร์เซโลนา แต่สุดท้ายการเจรจาล่มก็เป็นข่าวใหญ่โต หรืออีกครั้งที่จำได้เป็นการส่วนตัวคือไปเที่ยวต่างจังหวัดกับที่บ้านมาแล้วเดินไปซื้อหนังสือพิมพ์ที่ร้านในซอยแล้วได้เห็น ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยืนชูเสื้อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉยเลย

 

คอลัมน์อย่างตามรอยหงส์แดงที่เก็บรวบรวมข่าวซุบซิบในวงการ (ซึ่งขณะนั้นก็ไม่ได้จอแจเหมือนทุกวันนี้) จึงเป็นคอลัมน์ที่สนุกมาก ในการติดตามข่าวสาร ได้เห็นชื่อนักฟุตบอลแปลกๆ ใหม่ๆ (เช่น เวการ์ด เฮกเกม ที่ต่อมาย้ายร่วมทีมลิเวอร์พูลจริงๆ) ก็ช่วยแต่งเติมจินตนาการได้สนุก

 

บางทีเอาชื่อนักบอลเหล่านี้ไปหาต่อในเกม Championship Manager (หรือ CM) ซึ่งก็เริ่มเป็นที่นิยมในช่วงกลางยุค 90 ด้วย

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 4

 

แต่หนังสือพิมพ์ไม่ได้เป็นแค่แหล่งเดียวครับ ยังมีนิตยสารอีกมากมาย ซึ่งไม่ได้สงวนแค่นิตยสารฟุตบอลอย่างสตาร์ซ็อคเก้อร์รายสัปดาห์ เพราะยังมีนิตยสารอะไรต่อมิอะไรให้อ่านอีกเยอะ

 

แฟนบอลลิเวอร์พูลก็มีนิตยสารของทีมตัวเอง แฟนแมนฯ ยูไนเต็ดก็มีนิตยสารของทีมตัวเอง แม้แต่แฟนนิวคาสเซิลซึ่งเป็นอีกทีมดังในสมัยนั้นก็เหมือนจะมีนิตยสารของแฟนทีมตัวเองด้วย (ของอาร์เซนอลไม่แน่ใจว่ามีไหม)

 

ยังมีบรรดานิตยสารฉบับพิเศษที่ออกวางเป็นรายเฉพาะกิจ เช่น Extra ฟุตบอลโลก, Extra ยูโร ไปจนถึงฉบับรวมนักฟุตบอลดาวดังอย่าง Extra โรแบร์โต้ บักโจ้

 

เรื่องราวในสิ่งพิมพ์เหล่านี้สร้างจินตนาการในหัวของเราครับ

 

ที่เหลือคือการหาโอกาสในการดูของจริงให้ได้ ซึ่งในยุคนั้นเราไม่ได้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลครบทุกถ้วยทุกลีกทุกนัดแบบในสมัยนี้ โอกาสที่เราจะได้ดูฟุตบอลยากกว่ามากๆ

 

แต่อย่างน้อยในทุกสัปดาห์จะมีรายการยอดฮิตตลอดกาลของคนสมัยนั้นอย่าง ‘เจาะสนาม’ ที่มีไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลอังกฤษมาให้ชมทางช่อง 7 แม้ว่ามันจะดีเลย์สักหน่อยแต่ก็เป็นความสุขที่สุดที่หาได้แล้วในวันเวลานั้น

 

เรียกว่าบ่ายๆ วันเสาร์นี่แทบจะต้องจองโทรทัศน์กันเลยทีเดียว

 

นอกเหนือจากนั้นคือการติดตามการถ่ายทอดสด หรือถ่ายทอดบันทึกการแข่งขัน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะมีให้ดูคู่ไหน แต่อย่างน้อยช่วงกลางสัปดาห์และสุดสัปดาห์จะมีให้ชมกันพอสมควร ไม่มากแต่อย่างน้อยก็ได้ดูกันแบบฟรีๆ ซึ่งก็ไม่ได้มีแต่ฟุตบอลอังกฤษ แต่ยังมีฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน รวมถึงกัลโช เซเรีย อา อิตาลีให้ได้ดูด้วย

 

ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคสมัยที่ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดตกอยู่กับบริการ Pay TV หรือบริการบอกรับสมาชิก ที่ถ้าใครอยากดูแบบครบๆก็ต้องจ่ายให้กับ IBC (ที่ต่อมาคือ UBC และ True Visions ในปัจจุบัน) ซึ่งค่าสมาชิกรายเดือนก็ไม่ใช่น้อย

 

อีกรูปแบบคือการติดตามข่าวทางรายการข่าวกีฬาของสถานีโทรทัศน์ต่างๆ และที่ตามมาคือสถานีวิทยุกีฬา ซึ่งสยามกีฬาริเริ่มทำในยุคนั้น โดยมีรายงานข่าวฟุตบอล ข่าวกีฬา ฯลฯ

 

และไฮไลต์ของยุคนั้นคือการรายงานการแข่งขันฟุตบอลแบบสดๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งนอกจากคู่หลักที่บรรยายในช่วงเวลานั้นๆ แล้ว ก็จะมีการตัดเข้าช่วงการรายงานสกอร์แบบสดๆ ตามที่ได้รับรายงานล่าสุดเข้ามาด้วย

 

มันจะเป็นช่วงที่แฟนบอลลุ้นกันจัดๆเลยว่าคู่ของทีมที่เชียร์ (หรือแช่ง) อยู่เป็นอย่างไร

 

คนรายงานที่สร้างชื่อในเวลานั้นน่าจะเป็น ‘คุณฉุย’ สมศักดิ์ สงวนทรัพย์ ที่แฟนฟุตบอลคุ้นชื่อเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 5

 

เห็นยุคนี้คนเล่นเสื้อบอลวินเทจกันมากมาย แต่สมัยนั้นใครมีเสื้อฟุตบอลของแท้ถือว่าเท่สุดๆ เพราะแพงมหาแพง (เมื่อคิดกับค่าเงินในเวลานั้น) ซึ่งการจะได้มาก็ต้องไปหาที่ร้านสตาร์ซ็อคเกอร์ ที่มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ

 

ในร้านนอกจากจะมีเสื้อฟุตบอลของแท้โชว์ตัวบนราวให้น้ำลายไหลแล้ว ยังมีสินค้าอีกมากมายหลายอย่างที่น่าซื้อหามาเป็นเจ้าของไปเสียหมดทุกอย่าง (แต่ก็ซื้อไม่ไหวสักอย่างเพราะยังเป็นเด็กค่าขนมน้อยนิด) ซึ่งก็เป็นของที่ส่งตรงมาจากต่างประเทศทั้งนั้น

 

แต่ทีเด็ดคือวิดีโอเทปฟุตบอล ที่มีทั้งแมตช์การแข่งขัน ไปจนถึงไฮไลต์การทำประตู หรือสารคดีต่างๆ ซึ่งถูกอัดเอาไว้ในม้วนวิดีโอ VHS

 

ถ้าจำไม่ผิดวีดีโอเหล่านี้จะซื้อก็ได้ หรือถ้าไม่อยากซื้อก็เช่าได้เหมือนร้านวีดีโอในสมัยนั้น เมื่อถึงกำหนดก็เอามาคืน

 

จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยซ้อนมอเตอร์ไซค์ของป๊าไปพันทิพย์ ประตูน้ำ เพื่อเช่าไฮไลต์การทำประตูของ แมตธิว เลอ ทิสซิเอร์ นักเตะผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์สูงที่สุดของวงการฟุตบอลอังกฤษในยุค 90 เพราะอยากเห็นประตูแห่งฤดูกาล 1994 ที่ยิงใส่แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ว่าของจริงเป็นอย่างไร เพราะเคยเห็นแต่ภาพวาดที่อธิบายว่าเลี้ยงเลาะเลื้อยแบบไหน

 

ได้ดูแล้วก็มีความสุขสมใจ

 

รวมๆ ก็ประมาณนี้ครับ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นยุคสมัยที่ไม่ได้มองหาทุกอย่างได้ง่ายเหมือนเวลานี้

 

แต่เพราะมันต้องใช้ความพยายาม ความอดทน และความตั้งใจอย่างมากในการจะได้มา ในการจะอ่านหนังสือพิมพ์ทั้งเล่มวนไปเพราะไม่ได้มีข่าวไหลตามฟีดโซเชียลมีเดียแบบทุกวันนี้ ไม่มี AI มาคอยหาคำตอบให้ แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีในแบบของคนยุคนั้น – ยุคก่อนอินเตอร์เน็ต Yahoo Google และโซเชียลมีเดีย

 

ที่อยากจะหยิบมาเล่าเป็นการอำลาซีรีส์ ‘Sport Retro’ ซึ่งเขียนยาวกันมาเกือบปีจนถึงตอนนี้เป็นตอนที่ 40 พอดี

 

40 ตอนที่ผ่านมาเราได้ย้อนเวลามาด้วยกันเยอะมากครับ ทั้งคนตัวเล็กผู้ยิ่งใหญ่ ทั้งเรื่องราวเหตุการณ์ ทั้งตำนานในหัวใจ

 

หวังว่าจะทำให้มีความสุขกันบ้าง

 

ส่วนหลังจากนี้จะมีซีรีส์อะไรต่อนั้น รอติดตามกันนะครับ 🙂

 
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising