×

เลือกตั้ง 2569 : เทียบฟอร์ม 3 พรรคใหญ่งัด ‘คนละครึ่ง’ สู้ศึกเลือกตั้ง 69 แต่ละพรรคแจกเท่าไร-ใครได้สิทธิบ้าง?

21.01.2026
  • LOADING...
เทียบฟอร์ม 3 พรรคใหญ่งัด ‘คนละครึ่ง’ สู้ศึกเลือกตั้ง 69 แต่ละพรรคแจกเท่าไร-ใครได้สิทธิบ้าง?

ในภาวะที่รายได้คนไทยโตไม่ทันค่าใช้จ่าย ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า การบริโภคในปีนี้น่าจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พรรคการเมืองใหญ่ๆ ต่างพากันออกมาประกาศว่า จะใช้นโยบาย ‘คนละครึ่ง’ เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ แต่มีรายละเอียดวงเงิน เงื่อนไขการอุดหนุน และกลุ่มตัวอย่างที่ต่างกันไป

 

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย แนะรัฐบาลใหม่ควรปรับลดวงเงินงบประมาณลง และจำกัดกลุ่มเป้าหมาย (Target) มากขึ้น ท่ามกลางฐานะการคลังที่ยังมีความเสี่ยง พร้อมทั้งควรต้องมีมาตรการอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่แค่ช่วยลดภาระค่าครองชีพเท่านั้น แต่ต้องช่วยเพิ่มรายได้ของประชาชนในระยะกลางหรือยาวด้วย

 

รู้จักนโยบายคนละครึ่ง ‘ยิ่งกว่าพลัส 70:30’ ของพรรคเพื่อไทยเบอร์ 9

 

ขณะที่พรรคเพื่อไทยประกาศนโยบายคนละครึ่ง ‘ยิ่งกว่าพลัส 70:30’ โดยหวังว่าจะดึงกำลังซื้อกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยสูตร 70:30 (รัฐจะช่วยอุดหนุนในอัตรา 70% และประชาชนสมทบเพียง 30%) โดยจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชั่น ‘เป๋าตัง’ เป็นหลัก

 

โดยแนวคิดเบื้องหลังสูตร 70:30 มาจาก “บริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน รายได้คนส่วนใหญ่ยังฝืดเคือง การให้ประชาชนควักเงินครึ่งหนึ่งเท่าเดิมจึงกระตุ้นเศรษฐกิจไม่พอ จำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนการช่วยเหลือ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่ประชาชนและร้านค้ารายย่อยมากขึ้น” พรรคเพื่อไทยระบุ

 

โดยนโยบายคนละครึ่ง ‘ยิ่งกว่าพลัส 70:30’ ของพรรคเพื่อไทยมีกลุ่มเป้าหมายดังนี้ บุคคลสัญชาติไทยผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยแบ่งเป็น

 

  • กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ราว 13.5 ล้านคน
  • กลุ่มผู้ยื่นแบบภาษีราว 12 ล้านคน
  • กลุ่มผู้ไม่ยื่นแบบภาษีราว 28 ล้านคน

 

จับตา ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 ของพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37

 

ทางด้านพรรคภูมิใจไทย ยังคงยืนยันเดินหน้านโยบาย ‘คนละครึ่ง พลัส’ เฟส 2 โดยในวันแถลงนโยบายของพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวว่า ตนติดหนี้ประชาชนอีก 2,400 บาท ดังนั้น จึงขอโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยใช้หนี้ผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส

 

“เราทำโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งแน่นอนนะครับ ผมทราบดีว่าผมยังติดพี่น้องประชาชนอยู่คนละ 2,400 บาท ดังนั้น ขอให้ผมได้มีโอกาสใช้หนี้ท่านเถอะครับ ขอให้พรรคภูมิใจไทยได้มีโอกาสกลับมาชำระหนี้ให้กับพวกท่าน ซึ่งแน่นอนว่าโครงการนี้จะต้องกลับมาแบบไม่ธรรมดา เพราะมันจะต้องมีคำว่า Plus กลับมาด้วย” อนุทินกล่าว

 

โดยตามข้อมูลจากเว็บไซต์พรรคภูมิใจไทยระบุว่า เนื่องจากความสำเร็จของเฟสแรก อนุทินจึงได้แสดงความพยายามที่จะผลักดัน ‘คนละครึ่งพลัส เฟส 2’ เพื่อสานต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป เพราะโครงการนี้ตอบโจทย์แก้ปัญหาปากท้อง และการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างรวดเร็ว และเห็นผลในทางปฏิบัติ ดังนี้

 

  • ลดรายจ่ายทันที: ประชาชนรู้สึกถึงประโยชน์เชิงรูปธรรมทันที เพราะรัฐช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง (50%) ทำให้การจับจ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม หรือสินค้าอุปโภค-บริโภค มีราคาถูกลง
  • รู้สึกคุ้มค่า: การได้รับเงินสนับสนุนเป็นวงเงินรวมต่อคน ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าได้รับสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ และคุ้มค่าในการใช้งาน
  • เงินหมุนเวียนในชุมชน: โครงการนี้บังคับให้เงินไปสู่ร้านค้ารายย่อย ร้านอาหารขนาดเล็ก หรือหาบเร่แผงลอยในชุมชน ทำให้ร้านค้าเหล่านี้มียอดขายเพิ่มขึ้น และมีสภาพคล่องทางการเงิน
  • ครอบคลุมหลายกลุ่ม: โครงการนี้มีการออกแบบให้ครอบคลุมทั้งผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ได้รับเงินช่วยเหลือเป็นพิเศษ) และประชาชนทั่วไป (ได้รับสิทธิ์ 50:50) รวมถึงขยายฐานไปยัง กลุ่ม Gen Y (วัยทำงานตอนต้น) ทำให้หลายกลุ่มรู้สึกว่าได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และเป็นธรรม
  • ใช้งานง่าย: ระบบการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันมือถือ (เช่น เป๋าตัง) ที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนคุ้นชิน และสามารถใช้สิทธิ์ได้ง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
  • เพิ่มวงเงิน: การเพิ่มวงเงินสนับสนุนจากรัฐบาลให้มากขึ้นกว่าโครงการเดิม ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ต้องการกำลังซื้อที่สูงขึ้น
  • รางวัลแก่ผู้เสียภาษี: การให้สิทธิ์วงเงินที่สูงขึ้นแก่กลุ่มผู้เสียภาษี ถูกมองว่าเป็นการให้ “รางวัล” แก่ประชาชนที่ทำตามหน้าที่ ทำให้เกิดความรู้สึกเชิงบวกต่อความแตกต่างของสิทธิ์ที่ได้รับ

 

รู้จัก ‘คนละครึ่ง + หวยใบเสร็จ’ ของพรรคประชาชน เบอร์ 46

 

ด้านพรรคประชาชน เตรียมทำโครงการ ‘คนละครึ่ง’ พ่วง ‘ หวยใบเสร็จ’ โดยมีวิธีการ คือ พรรคประชาชนจะเติมเงิน ‘คนละครึ่ง’ ให้ประชาชนวงเงินคนละ 1,000 บาท โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 12 ล้านคน

 

โดยหากประชาชนนำเงินไปใช้จ่ายกับร้านค้า SME ครบ 500 บาท (สะสมจากหลายร้านได้) ผ่านแอปฯ ‘เป๋าตัง’ หรือแอปธนาคารที่ร่วมโครงการ จะได้รับหวยใบเสร็จ (เลข 3 ตัว) 1 ใบ เพื่อลุ้นรางวัลได้ทุกครึ่งเดือน (วันที่ 1 และ 16) สูงสุด 20 ใบต่อเดือนอีก 1 ต่อ

 

ด้าน ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ฝ่ายนโยบาย และแคนดิเดตลำดับที่ 2 กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในศึกการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนก็มีมาตรการกระตุ้นการบริโภคอย่าง มาตรการ ‘คนละครึ่ง’ เช่นกัน โดยเบื้องต้น อาจกำหนดอัตราการให้เงินอุดหนุนในสัดส่วน 50:50 (รัฐจ่าย 50 บาท ประชาชน 50 บาท)

 

“ต้องเข้าใจก่อนว่า การบริโภคในปีหน้าอาจโตไม่ถึง 2% ดังนั้น การกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้นคงจะต้องมี เพื่อประคองเศรษฐกิจในฝั่งอุปสงค์เอาไว้” ศิริกัญญากล่าว

 

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังเตรียมปรับปรุงเงื่อนไขของมาตรการคนละครึ่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการ เช่น การกำหนดค่าใช้จ่ายขั้นต่ำต่อวัน ไม่ใช่ขั้นสูง

 

ย้ำพ่วง ‘หวยใบเสร็จ’ กุญแจดัน SME เข้าสู่ระบบ

 

ศิริกัญญากล่าวย้ำว่า สิ่งสำคัญของโครงการ ‘คนละครึ่ง’ ของพรรคประชาชน คือจะพ่วงกับนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’ ไปด้วย เนื่องจากคนละครึ่งจะเป็นมาตรการระยะสั้นๆ โดยอาจจะดำเนินในเวลาแค่เพียง 2 เดือน (ขึ้นกับบริบทเศรษฐกิจขณะนั้น) แต่หวยใบเสร็จจะอยู่ไปยาวๆ เพื่อดึง SME เข้าสู่ระบบ

 

ศิริกัญญากล่าวต่อว่า พรรคประชาชนยังมีนโยบายดึง SME เข้าสู่ระบบอีกมาก รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การได้รับส่วนลดทางภาษี (Tax Rebate) ให้กลับมายกระดับธุรกิจของตัวเอง ไปจนถึงนโยบายเพิ่มสิทธิหักค่าใช้จ่าย จากเดิมอัตรา 60% เป็นสูงสุด 90% (สำหรับรายได้ไม่เกิน 5.4 ล้านบาทต่อปี) ไปถึงการเพิ่มเพดานเกณฑ์ยอดขายต่อปีที่จะต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม จากเดิม 1.8 ล้านบาทต่อปี เป็น 3.6 ล้านบาทต่อปี เป็นต้น

 

KResearch คาดการบริโภคปีนี้จ่อชะลอตัวลง แต่ไม่ถึงกับติดลบ

 

ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH โดยระบุว่า การบริโภคของภาคครัวเรือนคาดว่าจะชะลอตัวลงในปี 2569 เนื่องจากระดับหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง และการบริโภคสินค้าคงทน เช่น รถยนต์ ก็ยังหดตัว นอกจากนี้ แม้การบริโภคสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันก็เริ่มชะลอลง แม้ยังเป็นบวกอยู่ เนื่องจากคนเริ่มมีกำลังซื้อจำกัดมากขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ

 

โดยณัฐพรยังคาดว่า การบริโภคครัวเรือนไตรมาสแรกของปีนี้น่าจะชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งเคยมีมาตรการ ‘ช้อปดี มีคืน’

 

สำหรับการบริโภคของภาคเอกชนทั้งปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ขยายตัวเพียง 1.8% ชะลอตัวลงจากประมาณการการบริโภคของภาคเอกชนในปี 2568 ที่ 2.6%

 

แนะรัฐบาลใช้งบประมาณลดลง-มุ่งเป้ามากขึ้น เหตุการคลังยังเสี่ยง

 

ณัฐพรยังมองว่า เนื่องจากพรรคการเมืองต่างๆ หาเสียงมาตรการคนละครึ่งไปแล้ว ดังนั้นก็ควรต้องทำต่อไป อย่างไรก็ดี ณัฐพรเตือนว่า รัฐบาลควรระมัดระวังว่า ถ้าทำบ่อยๆ ประสิทธิภาพประสิทธิผลก็จะค่อยๆ ลดลง ดังนั้นถ้ารัฐบาลจะทำก็ควรต้องมีมาตรการอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่แค่ช่วยลดภาระค่าครองชีพเท่านั้น แต่ต้องช่วยเพิ่มรายได้ของประชาชนในระยะกลางหรือยาวด้วย

 

นอกจากนี้ ณัฐพรยังแนะอีกว่า รัฐบาลควรต้องคำนึงถึงข้อจำกัดทางการคลังที่มี ดังนั้นจึงควรลดงบประมาณที่ต้องใช้สำหรับมาตรการระยะสั้นนี้ลง รวมทั้งวางแผนจำกัดกลุ่มเป้าหมาย (Target) มากขึ้น

 

ทั้งนี้ ตามแผนการคลังระยะปานกลาง ซึ่งมีความพยายามจะลดการขาดดุลทางการคลังลง หนี้สาธารณะต่อ GDP ก็น่าจะถึงเพดานที่ 70% ต่อ GDP ได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า ท่ามกลางภาวะที่สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำอย่าง Moody’s และ Fitch Rating ปรับลดมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือไทยเป็นติดลบ (Negative Outlook)

 

ณัฐพรยังกล่าวเตือนทิ้งท้ายว่า “ถ้ามองข้ามช็อตไปปีหน้าๆ รัฐบาลก็ต้องยอมรับให้ได้ว่า ถ้ามีมาตรการกระตุ้นการบริโภคในปีนี้ แต่ปีหน้าหรือปีถัดไป ‘ไม่มี’ เพราะเจอข้อจำกัดทางการคลัง ก็ต้องยอมรับว่า การบริโภคจะชะลอลง”

 

เทียบฟอร์ม 3 พรรคใหญ่งัด ‘คนละครึ่ง’ สู้ศึกเลือกตั้ง 69 แต่ละพรรคแจกเท่าไร-ใครได้สิทธิบ้าง? 1

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising