วันนี้ (8 มกราคม) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick Off พินิจสีขาว มอบโอกาสใหม่ สร้างพื้นที่ปลอดยาเสพติด 100% เพื่อประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านยาเสพติดและยกระดับมาตรการเฝ้าดูแลเด็กและเยาวชน พร้อมชี้แจงประเด็นการเมืองกรณีตรวจสอบเส้นทางการเงินเครือข่ายสีเทาที่เชื่อมโยงถึงนักการเมือง
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสื่อสารภารกิจของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ในด้านการป้องกัน บำบัด และฟื้นฟูเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยมีการมอบชุดตรวจสารเสพติดให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อเสริมมาตรการเฝ้าระวังไม่ให้เด็กและเยาวชนกลับไปเสพซ้ำ รวมถึงควบคุมความประพฤติของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลให้ปราศจากยาเสพติด 100% อย่างเป็นรูปธรรมตามนโยบายรัฐบาล
ในโอกาสนี้ รมว.ยุติธรรม ได้ชี้แจงกรณีที่ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์การให้สัมภาษณ์ของตนที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ว่าล้มเหลวในการตรวจสอบนักการเมืองที่พัวพันเว็บพนันและสแกมเมอร์
พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน โดยในวันที่ไปมอบนโยบายที่ บช.สอท. ตนถูกถามว่า ในวันนั้นมีการพูดคุยเรื่อง สส. เอี่ยวยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งตนตอบว่าไม่มีเพราะเป็นการไปมอบนโยบายภาพรวม ไม่ใช่การยืนยันว่าไม่มีนักการเมืองกระทำผิด ยืนยันว่าที่ผ่านมามีการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้มีฐานข้อมูลนักการเมืองและอดีต สส. ที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับเว็บพนันและสแกมเมอร์ประมาณ 10 ราย โดยระบุว่ามีทั้งผู้สมัคร สส. และ สส. ในปัจจุบันรวมอยู่ด้วย
“เรามีการบูรณาการข้อมูลร่วมกันทั้งตำรวจไซเบอร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดีเอสไอ คาดว่าในเร็วๆ นี้ จะมีการเปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน” พล.ต.ท.รุทธพล กล่าว
นอกจากนี้ รมว.ยุติธรรม ยังแสดงความกังวลถึงกรณีการนำเงินจากการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งเว็บพนันและยาเสพติด มาใช้ในการหาเสียงหรือซื้อเสียงในช่วงใกล้เลือกตั้ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ต้องเร่งกำชับนโยบายแก่ตำรวจไซเบอร์เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนสีเทาเข้ามามีบทบาททางการเมือง
สำหรับความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 148/2568 กรณีธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโตเคอเรนซี (Worldcoin) และการตรวจสอบ MOU ระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัทจากสิงคโปร์ พล.ต.ท.รุทธพล เผยว่า ในวันนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เริ่มปฏิบัติการตรวจค้นสถานที่เป้าหมายเพื่อรวบรวมหลักฐานและขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องตามที่เลขานุการ รมว.ยุติธรรม ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ โดยจะแถลงรายละเอียดให้ทราบทันทีเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ


