×

เตือน 10 วิกฤต ฉุดเศรษฐกิจไทยปี 2569 เสี่ยงโตต่ำกว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 30 ปี เอกชนชี้ 3 ทางแก้เกม

07.01.2026
  • LOADING...
เตือน 10 วิกฤต ฉุดเศรษฐกิจไทยปี 2569 เสี่ยงโตต่ำกว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 30 ปี เอกชนชี้ 3 ทางแก้เกม

กกร. เตือน! เศรษฐกิจไทยปี 2569 เสี่ยงโตต่ำกว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 30 ปี

 

GDP คาดเหลือเพียง 1.6–2.0% จากปัญหาเชิงโครงสร้าง หนี้ครัวเรือนสูง ค่าเงินบาทแข็ง ภาษีสหรัฐฯ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ จี้รัฐปฏิรูปเศรษฐกิจ ‘connect the dots’ พร้อมชู 3 โอกาสใหญ่ IMF-World Bank, Gastech 2026 และ Tomorrowland รีแบรนด์ไทย สร้างความเชื่อมั่นเวทีโลก

 

วันที่ 7 มกราคม 2569 ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวหลังเป็นประธานการแถลงข่าว คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยมีเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ ผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ว่า “เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี”

 

โดยกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ของ กกร.

 

ปี 2568 (ณ ธ.ค. 68) GDP โตที่ 2.0%

 

ส่วน ปี 2569 คาดว่า GDP 1.6-2.0%

 

ส่งออก -1.5 ถึง -0.5 เงินเฟ้อ 0.2 ถึง 0.7

 

หากไม่รวมช่วงวิกฤต ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน คาดว่าไทยจะโตต่ำสุดในภูมิภาค ซึ่งจะมาจากหลายปัจจัย

 

1. เปราะบางเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิมด้วยขนาดเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่และหนี้ครัวเรือนสูง

 

2. ขาดความสามารถทางการแข่งขันในโลกใหม่

 

3. ข้อจำกัดทางงบประมาณทางการคลัง

 

4. ความท้าทายของภาครัฐที่มีกฎระเบียบจำนวนมาก

 

5.ข้อมูลขาดความเชื่อมโยง บวกผลกระทบจากภัยพิบัติในปีก่อนหน้า

 

6. ค่าเงินบาทแข็งค่า

 

7. อาชญากรรมทางไซเบอร์

 

8. การเคลื่อนย้ายเงินทุนเทา

 

9. ความเสี่ยงจากกระบวนการจัดทำงบประมาณที่ล่าช้า

 

10. ภาษีสหรัฐฯ (tariff)

 

ภูมิรัฐศาสตร์ เกมการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลกชัดเจนขึ้น (New World Order)

 

“กกร. มีความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่า 8.2% ในปีที่ผ่านมา เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกเสมือนการที่ภาคธุรกิจโดนเรียกเก็บภาษี (tariff) เพิ่มเติม เป็นการเซาะกร่อนภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออก”

 

ทั้งนี้ ภาคเอกชนอยากให้หน่วยงานการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่มีการแข็งค่าตามราคาทองคำ และบทบาทของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยต่อค่าเงินบาท

 

โดย กกร. สนับสนุนให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ connect the dots เพิ่มการรับรู้แหล่งที่มาของเงิน ข้อมูลเชิงลึกของเงินบาทของบุคคลที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย โดยไม่ยึดติดกับกรอบการกำกับเดิมๆ และป้องกันไม่ให้ธุรกรรมดังกล่าวบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันและภาคเศรษฐกิจจริงของประเทศ

 

จับตา ‘ภูมิรัฐศาสตร์’ โลก หลังสหรัฐฯเข้าแทรกแซงเวเนซุเอลา

 

ดร.พจน์ กล่าวอีกว่า “ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนผ่านเหตุการณ์สหรัฐฯเข้าแทรกแซงเวเนซุเอลา เป็นการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลกชัดเจนขึ้น (New World Order) ซึ่งกระทบกับระบบเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงจากปีก่อน”

 

อีกทั้งผลจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะเริ่มเห็นผลมากขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนที่สินค้าส่งออกไทย ที่ไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เริ่มหดตัว สะท้อนความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจไทยที่สูงขึ้น ดังนั้นไทยต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลง

 

ขณะเดียวกัน กกร. หวังให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งสานต่อแนวทางในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ผ่านการผันเศรษฐกิจเข้าสู่ในระบบและแก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อ พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคทางธุรกิจที่จะหนุนการลงทุนใหม่และสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน

 

รวมทั้งยกระดับการต่อต้านคอร์รัปชั่น สิ่งผิดกฎหมาย เพื่อสร้าง Trust & Confidence และลดต้นทุนแฝงในการประกอบธุรกิจ ตลอดจนอาศัยการร่วมมือกันตามแนวทาง ‘Reinvent Thailand’ เพื่อปิดจุดอ่อนในการลดความท้าทายภายในประเทศ และเสริมจุดแข็งเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของไทย

 

โดยเอกชนเฝ้าติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม New S-Curve อย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดย BOI (กองทุนเพิ่มขีดฯ) ที่ต้องเร่งให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมและพิจารณาขยายระยะเวลาการสมัครเข้าโครงการที่จะสิ้นสุดปลายเดือน ม.ค. นี้

 

ตลอดจนโครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ ‘SMEs Credit Boost’ มาตรการ Soft Loan และมาตรการค้ำประกันสินเชื่อโดย บสย. บนหลักการของการลดความซับซ้อนของกระบวนการ เชื่อมโยงทั้ง Supply chain ยกระดับทักษะ ก่อให้เกิดการจ้างงาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสครั้งสำคัญของไทย ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลก

 

แนะรัฐแก้เกมเศรษฐกิจ ชิง 3 โอกาสสำคัญ

 

1. การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meeting 2026 ‘Thailand’s New Horizons: Empowering People , Building Resilience’ ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจการเงินระดับโลก และแนวทางการรับมือกับความท้าทายต่างๆจากผู้บริหารเบอร์ 1 ของโลกจากทุกอุตสาหกรรม ผู้กำหนดนโยบาย และนักวิชาการทั่วโลก ซึ่งเป็นโอกาสที่มีค่ายิ่งในการส่งเสริมภาพลักษณ์ (Re-Branding) ทำให้ประเทศไทยอยู่ใน Supply Chain ของโลก ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพิ่มผลิตภาพและในสิ่งที่ประเทศไทยต้องการ ซึ่งจะมีการจัดประชุมต่อเนื่องตลอดทั้งปีไปจนถึงงานประชุมใหญ่ในเดือนตุลาคมนี้ จึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมโดยเร็วที่สุด

 

2. ไทยยังได้เป็นเจ้าภาพการประชุม ‘Gastech 2026’ ซึ่งเป็นสุดยอดงานประชุมและจัดแสดงเทคโนโลยีด้านก๊าซธรรมชาติ LNG พลังงานไฮโดรเจน เทคโนโลยีภูมิอากาศ และ AI เป็นการรวมตัวผู้นำจากทุกภูมิภาคเพื่อผลักดันความร่วมมือเสนอแนะนโยบายด้านพลังงานในระดับโลก

 

3. งานเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ดังนั้น ไทยควรใช้โอกาสนี้ในการสร้างความเชื่อมั่นในเวทีนานาชาติ เชื่อมโยงแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาเชิงโครงสร้างของไทยเข้ากับพลวัตของโลก ซึ่งหลายแนวทางสอดคล้องกับการดำเนินงานของ Reinvent Thailand ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อย่างเต็มศักยภาพ

 

ภาพ: aislan13/Getty Images

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising