วันนี้ (9 มกราคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลที่มีคะแนนนิยมความเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นอันดับหนึ่ง จะต้องเสริมความนิยมของพรรคอย่างไรว่า เท่าที่ดูขณะนี้มีความใกล้เคียงกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือแสดงว่าเรามาถูกทางแล้วดำเนินนโยบายที่สามารถเชื่อมโยงทุกคนได้ และพยายามสื่อสารเรื่องนโยบายใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ และสื่อสารให้ลงลึกไป เพื่อให้เห็นชัดว่า สิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ประเทศฝากความหวังไว้ได้ ซึ่งยังมีเวลาอีกประมาณ 1 เดือน คิดว่ากระแสดีขึ้นเกินกว่าความคาดหมายและเห็นหนทางที่จะปรับปรุง คิดว่าถ้าได้สื่อสารนโยบายเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่ เชื่อว่าทุกคนจะให้โอกาสพรรคเพื่อไทย
ส่วนมั่นใจว่าพอที่จะดึงคะแนนเพื่อไทยกลับมาได้หรือไม่ ทั้งในพื้นที่ จังหวัดลำพูน และ จังหวัดเชียงใหม่ที่เคยเป็นพื้นที่สีแดง ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวย้ำด้วยว่า จากการลงพื้นที่ มั่นใจมากขึ้น และตนเองพยายามสื่อสารในสายตาของคนเหนือด้วยกัน ว่าเราลงพื้นที่นี้มานาน เรามองเห็นว่า สส. ครั้งที่แล้วอาจจะหายไปบ้าง แต่ไม่ได้ขาดหายไปจากพื้นที่ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องทุกคนกลับมา และให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี และคิดว่าเราจะสามารถที่จะเหมาทั้งจังหวัดลำพูนและ จังหวัดเชียงใหม่กลับมาได้อีกครั้ง แต่ก็ประมาทไม่ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสานต่อความเข้าใจในนโยบายที่เปิดออกไป และยังมีนโยบายที่พร้อมเปิดในช่วงท้ายด้วย ส่วนนโยบายที่เปิดออกมาเชื่อว่าจะซื้อใจคนได้เป็นกลุ่มๆ
เมื่อถามว่า เรื่องยาก ๆ ที่ทำไว้ คิดว่า หากหลานเข้ามาทำจะทำได้หรือไม่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนคิดว่าพูดไปแค่นั้น ก็สะเทือนพอสมควรแล้ว
ส่วนนโยบายคนไทยไร้จนที่จะเข้าไปอุดหนุนผู้มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน 3,000 บาท ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า จากตัวเลขเบื้องต้นจะมีคนไทย ถึง 3.4 ล้านคน ที่มีรายได้ไม่ถึงเส้นความยากจน ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยติดเตียง บางคนเป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถมีรายได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกหลานเขาพะวง เราจะมาเติมตรงนี้ มีรายได้ถึง 3,000 บาทต่อเดือน ซึ่งใช้งบประมาณไม่มากและเป็นการใช้จ่ายตรงจุด ยืนยันว่าการช่วยเหลือตรงนี้เป็นการดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่คนไทยต้องช่วยกัน
ศ.ดร.ยศชนันกล่าวต่อว่า อีกนโยบายคือคนไทยในต่างแดนสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ เรื่องนี้เชื่อมโยงกับการหาแนวร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวไทย ผ่านทูตวัฒนธรรม ทั้งเรื่องอาหาร เรื่องนวดไทย
เมื่อถามว่า ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ออกมาวิจารณ์ว่าโครงการนี้ไม่ทำให้คนไทยหายจนได้จริง ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เราพร้อมให้การช่วยเหลือ ตอนที่เราทำโครงการ 30 บาท ก็มีคนพูดลักษณะนี้ แต่เรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราจำเป็นต้องดูแล หากเราทำอะไรได้ในการดูแลคนไทยด้วยกัน เชื่อว่าประชาชนจะสนับสนุน และเมื่อเรามีข้อมูลที่ชัดเจน ก็จะให้หน่วยงานทางด้านเข้าไปดูแลเพิ่มรายได้ให้เขา
สุริยะยังกล่าวถึงนโยบายเติมเงิน โดยรัฐช่วย 70% ประชาชนออกเอง 30% มีข้อแตกต่างหรือเหมือนกันกับโครงการคนละครึ่งอย่างไรว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันก็มีการดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส แต่สภาพปัจจุบันก็รู้อยู่ว่าการท่องเที่ยวลดน้อยลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ทำให้ร้านค้าหรือโรงแรม ได้รับผลกระทบ หากจะหวังพึ่งคนไทยไปเที่ยวตอนนี้เศรษฐกิจรัดตัวจะหาเงินมาเติมอีก 50% ก็แทบจะไม่ไหว ฉะนั้นเราจึงคิดว่าอาจจะให้รัฐเพิ่มเป็น 70% แต่เงื่อนไขอื่นก็ยังคงเหมือนเดิม ทั้งเรื่องคุณสมบัติการเข้าร่วมโครงการ


