×

เรารู้อะไรบ้างจากคำพิพากษา จำคุกตลอดชีวิต ‘ยุนซอกยอล’ ปมประกาศกฎอัยการศึกเขย่าเกาหลีใต้?

19.02.2026
  • LOADING...
ภาพศาลเกาหลีใต้พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ยุนซอกยอล อดีตประธานาธิบดี ปมประกาศกฎอัยการศึก

“การประกาศกฎอัยการศึกของยุนซอกยอล ไม่เพียงทำให้ประเทศไร้เสถียรภาพและบั่นทอนภาพลักษณ์ระหว่างประเทศของเกาหลีใต้ แต่ยังทำลายความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อระบบราชการ ตำรวจ และกองทัพ”

 

บททดสอบประชาธิปไตยที่ตึงเครียดที่สุดในรอบหลายทศวรรษของเกาหลีใต้ ได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการแล้ว ณ วันนี้ (19 กุมภาพันธ์) ศาลแขวงกลางกรุงโซลมีคำพิพากษา ‘จำคุกตลอดชีวิต’ ยุนซอกยอล อดีตประธานาธิบดีจากกรณีประกาศกฎอัยการศึกในปี 2024

 

คำพิพากษานี้ไม่เพียงแต่เป็นการลงโทษผู้กระทำผิด แต่เป็นการตอกย้ำบทบาทของสถาบันตุลาการในสังคมประชาธิปไตย ที่ปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนจากการใช้อำนาจโดยมิชอบ

 

เรารู้อะไรบ้างจากคำพิพากษาครั้งนี้? THE STANDARD สรุปมหากาพย์คดีประกาศกฎอัยการศึกเขย่าเกาหลีใต้

 

ย้อนไทม์ไลน์ปมกฎอัยการศึกเขย่าการเมืองเกาหลีใต้

 

  • 3 ธันวาคม 2024 ยุนประกาศกฎอัยการศึกสายฟ้าแลบ โดยอ้างว่า จัดการกองกำลังต่อต้านรัฐ และข้อกล่าวหาทุจริตเลือกตั้ง แต่ภายในไม่กี่ชั่วโมง สส. พรรคประชาธิปไตยเกาหลี (Democratic Party of Korea: DPK) 190 คนฝ่าแนวกั้นทหารและตำรวจ เพื่อผ่านมติฉุกเฉินยกเลิกกฎอัยการศึก

 

  • 14 ธันวาคม 2024 รัฐสภาถอดถอนยุนภายใน 11 วัน โดยมีฮันด็อกซู อดีตนายกรัฐมนตรีขึ้นรักษาการประธานาธิบดี แต่ก็ถูกถอดถอนในเวลาต่อมา

 

  • 26 มกราคม 2025 อัยการสั่งฟ้องยุนในข้อหาเป็นผู้นำกบฏ

 

  • 4 เมษายน 2025 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 8-0 ยืนยันมติถอดถอนของสภา ทำให้ยุนพ้นจากตำแหน่ง โดยตลอดกระบวนการดำเนินคดี มีการแต่งตั้งอัยการพิเศษ 3 ชุด ขณะที่มีผู้ถูกตั้งข้อหากว่า 120 คน ตั้งแต่ระดับผู้นำ รัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหาร ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง

 

  • 14 เมษายน 2025 ศาลแขวงกลางกรุงโซลเริ่มกระบวนการพิจารณาคดียุนในข้อหาเป็นผู้นำกบฏ

 

  • 18 มิถุนายน 2025 คณะอัยการพิเศษเริ่มสอบสวนกรณีประกาศกฎอัยการศึกของยุน จนถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2025

 

  • 13 มกราคม 2026 อัยการพิเศษนำโดยโชอึนซอก ขอให้มีการพิจารณาโทษประหารชีวิตยุน โดยชี้ว่า การประกาศกฎอัยการศึกคือการก่อกบฏ ถือเป็นอาชญากรรมที่เป็นภัยร้ายแรงต่อรัฐธรรมนูญของประเทศ

 

  • 16 มกราคม ยุนถูกตัดสินจำคุก 5 ปีในคดีขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

 

  • 21 มกราคม 2026 ฮันด็อกซูถูกตัดสินจำคุก 23 ปี โดยศาลระบุว่า เหตุการณ์ 3 ธันวาคมเข้าข่าย ‘กบฏ’ ถือเป็นการทำรัฐประหารตนเองโดยใช้อำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง

 

  • 12 กุมภาพันธ์ อีซังมิน อดีตรัฐมนตรีความมั่นคงภายใน ถูกจำคุก 7 ปี จากบทบาทในการร่วมก่อกบฏ และการรับคำสั่งของยุนให้ตัดไฟและน้ำต่อสื่อมวลชน

 

คดีประวัติศาสตร์ในห้องพิจารณาคดีหมายเลข 417

 

การประกาศคำพิพากษาครั้งนี้เกิดขึ้นวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (หรือ 13.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ณ ศาลแขวงกรุงโซล ห้องพิจารณาคดี 417 หรือห้องในหน้าประวัติศาสตร์ที่ ชอนดูฮวัน อดีตประธานาธิบดีเคยถูกตัดสินประหารชีวิตเมื่อสามทศวรรษก่อน

 

ทั้งนี้ จีกวียอน (Ji Gwi-yeon) ประธานคณะผู้พิพากษาที่เคยวินิจฉัยให้หมายจับยุนเป็นโมฆะ ทำหน้าที่อ่านคำพิพากษา ‘คดีผู้นำก่อกบฏ’ (내란 우두머리)

 

นอกจากคำพิพากษาของยุนแล้ว ศาลจะประกาศคำตัดสิน ‘จำเลยร่วม’ อีก 7 คน ที่เกี่ยวข้องกับเหตุประกาศกฎอัยการศึก เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2024 ได้แก่

 

1. คิมยงฮยอน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

 

2. โจจีโฮ อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้

 

3. คิมบงซิก อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกรุงโซล

 

4. ยุนซึงยอง อดีตผู้อำนวยการฝ่ายวางแผน และประสานงานการสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

5. มกฮยอนแท อดีตผู้บัญชาการหน่วยรักษาความปลอดภัยรัฐสภา

 

6. โนซังวอน อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการข่าวกรองกลาโหม

 

7. คิมยองกุน อดีตผู้บัญชาการหน่วยสารวัตรทหาร กองทัพภาคที่ 3

 

หัวใจสำคัญของคดีนี้คืออะไร

 

ประเด็นของการตัดสินวันนี้ คือ การประกาศกฎอัยการศึกวันที่ 3 ธันวาคม 2024 ถือเป็นความผิดฐานก่อกบฏหรือไม่ โดยอัยการพิเศษยื่นฟ้องและให้เหตุผลประกอบว่า

 

  1. การประกาศกฎอัยการศึกไม่ชอบด้วยกฎหมาย 
  2. มีการระดมทหารและตำรวจ หวังจำกัดการทำงานของรัฐสภาและหน่วยงานสำคัญ 
  3. มีเป้าหมายกำจัดฝ่ายการเมืองตรงข้ามและผูกขาดอำนาจ

 

ความน่าสนใจคือ คณะผู้พิพากษาอีกชุดหนึ่ง เคยวินิจฉัยในคดีของฮันด็อกซูและอีซังมินว่า การประกาศกฎอัยการศึกเข้าข่ายการก่อกบฏ โดยโทษตามกฎหมาย ได้แก่ ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต และจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีกำหนด

 

คำพิพากษาว่าอย่างไรบ้าง?

 

  • ผู้พิพากษาจีเริ่มเปิดประเด็นว่า สำนักงานสอบสวนคดีทุจริตเจ้าหน้าที่ระดับสูง (Corruption Investigation Office for High-ranking Officials: CIO) มีอำนาจสอบสวนข้อหากบฏต่อยุนได้ แม้ขณะนั้นจะยังดำรงตำแหน่งอยู่ ขณะที่ยืนยันว่า อัยการมีพยานหลักฐานเหนือกว่า พร้อมปฏิเสธข้ออ้างของอดีตผู้นำว่า หลักฐานถูกรวบรวมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

 

  • ศาลวินิจฉัยว่า ยุนส่งกำลังทหารไปยังรัฐสภาเพื่อปิดล้อมอาคาร, จับกุมบุคคลสำคัญ, ขัดขวางไม่ให้สมาชิกประชุมและลงมติ โดยมีเป้าหมายทำให้รัฐสภา ‘เป็นอัมพาต’ ชั่วระยะเวลาหนึ่ง

 

  • ศาลวางบรรทัดฐานชัดเจนว่า แม้ประธานาธิบดีจะมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็สามารถกระทำความผิดฐาน ‘กบฏ’ หรือ ‘ทรยศต่อรัฐ’ ได้ หากการใช้อำนาจนั้นมีเป้าหมายบ่อนทำลายระเบียบรัฐธรรมนูญ โดยยกตัวอย่างคดีประวัติศาสตร์ คือ กรณีพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ

 

  • ศาลเห็นว่า การประกาศกฎอัยการศึกโดยไม่ถูกต้อง ไม่ถือเป็นการก่อกบฏโดยตัวเอง แต่การละเมิดสิทธิของสภาจนทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้นั้น อาจถูกตีความว่า เป็นการก่อกบฏได้ เพราะเป็นการรบกวนระเบียบรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากไม่มีเหตุผลอันสมควร

 

  • ศาลวินิจฉัยว่า ยุนมีความผิดฐานพยายามทำให้รัฐสภาเป็นอัมพาตและบ่อนทำลายระเบียบรัฐธรรมนูญ โดยอ้างอิงพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ เช่น ภาพเหตุการณ์ที่ทหารบุกเข้าอาคารรัฐสภาในคืนประกาศกฎอัยการศึก พร้อมตัดสินว่า เขามีความผิดเป็นผู้บงการและควบคุมการก่อกบฏ

 

  • ขณะที่ คิมยงฮยอน, โนซังวอน และมกฮยอนแท มีความผิดฐานร่วมวางแผนและมีส่วนร่วมในการกบฏ ส่วนยุนซึงยองได้รับการตัดสินให้พ้นผิดแล้ว เช่นเดียวกับ คิมยงกุน เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ และคำให้การของโนสนับสนุนข้อโต้แย้งของคิมว่า เขาบริสุทธิ์

 

  • ในมุมมองของศาล ความเสียหายจากการประกาศกฎอัยการศึกใหญ่หลวงมาก ไม่เพียงทำให้ประเทศไร้เสถียรภาพและบั่นทอนภาพลักษณ์ระหว่างประเทศของเกาหลีใต้ แต่ยังทำลายความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อระบบราชการ ตำรวจ และกองทัพ

 

  • ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงตัดสินจำคุกยุนตลอดชีวิต ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องคนอื่นอย่างคิมยงฮยอนได้รับโทษจำคุก 30 ปี, โนซังวอน 18 ปี, โจจีโฮ 12 ปี, คิมบงซิก 10 ปี, มกฮยอนแท 3 ปี

 

  • อนึ่ง ประชาชนเกาหลีใต้มีสิทธิคัดค้านคำตัดสินของศาลภายใน 7 วัน

 

สังคมเกาหลีใต้รู้สึกอย่างไร?

 

ราฟาเอล ราชิด (Raphael Rashid) ผู้สื่อข่าว The Guardian ประจำกรุงโซล เขียนบทความสะท้อนสถานการณ์ว่า สังคมเกาหลีใต้รู้สึกเหนื่อยล้ากับการเมือง โดย คิมโดวอน พนักงานออฟฟิศวัย 32 ปีให้สัมภาษณ์ว่า เขาเลิกคุยเรื่องการเมืองกับเพื่อนๆ ไปแล้ว เพราะบางคนยังสนับสนุนยุนอยู่

 

“ผมรู้สึกว่า พลังงานของตัวเองเสียเปล่าที่จะพยายามโน้มน้าวพวกเขา” เขาย้ำ โดยระบุว่า เกาหลีใต้มีการถอดถอนประธานาธิบดี 2 คนภายใน 10 ปี ผู้คนจึงพยายามก้าวข้ามวงจรเหล่านี้ไป

 

ขณะที่ ซงจีวอน นักศึกษาวัย 24 ปีที่อาศัยในอินชอน แสดงความรู้สึกว่า คดีประกาศกฎอัยการศึกเป็นเรื่องน่าอายของชาติ เธอไม่อยากจะได้ยินเรื่องนี้ และคนที่ควรได้รับผิดก็ควรได้ เพราะสังคมก็ต้องก้าวไปข้างหน้า

 

แม้จะมีกลุ่มผู้สนับสนุนยุน แต่ ชุนซังชิน ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยซอกังระบุว่า สิ่งที่จะทำลายแรงสนับสนุนเหล่านี้อาจไม่ใช่คำตัดสินคดี แต่เป็นความรู้สึกของประชาชนว่า พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในยุคของ อีแจมยอง ประธานาธิบดีคนปัจจุบันที่มีคะแนนนิยมสูงถึง 63% หรือไม่

 

“ดูเหมือนว่าการยุติการก่อจลาจล จะกลายเป็นเรื่องทางเศรษฐกิจในชีวิตประจำวันมากกว่าเรื่องทางกฎหมาย” เขาระบุ

 

ภาพ: Soo-hyeon Kim / Reuters

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising