×

เลือกตั้ง 2569 : เปิดแผนที่ซื้อเสียง เลือกตั้ง 2569 ภาคไหนจ่ายโหดสุด? หัวละ 7,500 นักธุรกิจเอือม ‘รัฐมนตรีเทา’ สินบนรัฐพุ่ง 30%

20.01.2026
  • LOADING...
เปิดแผนที่ซื้อเสียง เลือกตั้ง 2569 ภาคไหนจ่ายโหดสุด? หัวละ 7,500 นักธุรกิจเอือม ‘รัฐมนตรีเทา’ สินบนรัฐพุ่ง 30%

ภาคเอกชน กกร. โดยทำงานซีโร่ คอร์รัปชัน เพื่อนไม่ทน เผยผลสำรวจภาคธุรกิจ-ประชาชน เลือกตั้งปี 2569 ซื้อเสียงแข่งเดือด จ่ายมากสุดหัวละ 7,500 บาท โพลระบุชัด ‘รับเงินแต่ไม่เลือก’ ชี้คอร์รัปชัน ทุบเศรษฐกิจประเทศเสียหายปีละ 2.5 หมื่นล้าน เผยสินบนในโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐยังแก้ไม่ตก สูงถึง 20-30% ของมูลค่าโครงการ

 

เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชัน : กกร. และ เพื่อนไม่ทน เปิดเผยว่า ประชาชนและภาคธุรกิจเห็นตรงกันว่า ‘คอร์รัปชันเป็นวิกฤตแห่งชาติ’ โดยผลสำรวจพบว่า 77% ของประชาชน และ 97% ของภาคธุรกิจ มองว่าปัญหาคอร์รัปชันในไทยมีความรุนแรงมาก

 

48% ของประชาชน และ 22% ของภาคธุรกิจ ระบุว่าการทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน รองจากปัญหาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต

 

ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรง โดย 71% มองว่าคอร์รัปชันที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศและ 38% ทำให้การแข่งขันทางธุรกิจไม่เป็นธรรม

 

ขณะที่จากผลการสำรวจความคิดเห็นต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมือง และนักการเมืองไทย ในการเลือกตั้งปี 69 จากกลุ่มตัวอย่าง 4,814 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็นประชาชน 3,043 ราย และภาคธุรกิจ 1,771 ราย เป็นการใช้กลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่มาก มีผลคลาดเคลื่อนไม่เกิน 3% พบว่า ปัจจุบันปัญหาทุจริตในไทยรุนแรงเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลกระทบต่อทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ รวมถึงสร้างความเสียหายต่อระบบ เศรษฐกิจและทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชัน : กกร. และเพื่อนไม่ทน ขอให้พรรคการเมืองต่างๆ ที่จะมาเป็นรัฐบาลใหม่ภายหลังการเลือกตั้งปี 69 ร่วมกันต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง และเด็ดขาด

 

เนื่องจากจากผลสำรวจฯ ผู้ตอบส่วนใหญ่เห็นว่า ‘มีการซื้อสิทธิขายเสียงแน่นอน’ และการทุจริตเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่ต้องการให้แก้ไขมากที่สุด นอกเหนือจากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตประชาชน ดังนั้นประชาชนต้องร่วมมือกันไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่ซื้อสิทธิขายเสียง เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาคอร์รัปชัน

 

สำหรับผลสำรวจฯ ผู้ตอบมากถึง 42% ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการซื้อสิทธิขายเสียงมาก และมากถึง 69% ระบุถ้ามีการจ่ายเงินซื้อเสียง จะไม่รับ มีเพียง 18% ที่ตอบรับ เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ซื้อเสียงราคาเท่าไร

 

พบว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑล สูงสุดที่ 7,500 บาทต่อคน ส่วนภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เท่ากันที่สูงสุด 5,000 บาทต่อคน ขณะที่ภาคตะวันออก สูงสุด 3,000 บาทต่อคน

 

เปิดแผนที่ซื้อเสียง เลือกตั้ง 2569 ภาคไหนจ่ายโหดสุด? หัวละ 7,500 นักธุรกิจเอือม ‘รัฐมนตรีเทา’ สินบนรัฐพุ่ง 30% 1

 

นอกจากนี้ หากนักการเมืองให้เงินซื้อเสียง จะเลือกนักการเมืองคนนั้นหรือไม่ มากถึง 71.9% ตอบ ‘ไม่เลือก’ เพราะผิดกฎหมาย เป็นการคอร์รัปชัน, การซื้อเสียงเท่ากับไม่มีความสามารถพอ, เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่ง, เลือกพรรคที่ชอบ เลือกคนที่อยากเลือก และกลัวโดนจับข้อหาขายเสียง

 

“ภาคธุรกิจเบื่อหน่ายพฤติกรรมนักการเมืองมากที่สุด 3 เรื่อง คือ หนึ่ง ’รัฐมนตรีเทา’ คนมีมลทินแต่ยังได้ใช้อำนาจ และ ‘ดีแต่พูด’ นโยบายปราบโกงมีไว้แค่ตอนหาเสียง และ ‘ผลประโยชน์ทับซ้อน’ ใช้อำนาจเอื้อพวกพ้องทางธุรกิจ”

 

ขณะเดียวกัน ทุกสายตาจับจ้องไปที่ ‘หัวหน้าพรรค’ เพราะถูกมองว่าเป็นผู้ต้องรับผิดชอบหลักในการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน และเป็นตำแหน่งที่พรรคการเมืองต้องคัดกรองอย่างเข้มข้นที่สุด หากหัวหน้าไม่เอาจริง ปัญหาก็ยากจะจบ

 

เผยสินบนในโครงการจัดซื้อจัดจ้างรัฐพุ่ง 20-30%

 

ด้านธิปไตร แสละวงศ์ นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชั่น กล่าวว่า สถานการณ์คอร์รัปชันไทย ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการเรียกรับสินบนในโครงการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่สูงถึง 20-30% ของมูลค่าโครงการ

 

รวมถึงปัญหาเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ และสแกมเมอร์ ซึ่งในปี 2568 สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ 25,000 ล้านบาท คณะทำงาน จึงเสนอวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดำเนินการภายใน 1 ปี เช่น ผลักดันกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน และมาตรการตรวจสอบธุรกรรมคริปโทเคอร์เรนซี การสร้างความร่วมมือระดับสากล

 

“โดยเฉพาะกับคณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านสแกมของสหรัฐฯ เพื่อกำกับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องติดตาม และปิดกั้นบัญชีที่มีพฤติกรรมหลอกลวง พร้อมเร่งบังคับใช้ พ.ร.บ. เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล”

 

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย, ประธานคณะทำงาน Zero Corruption และ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในวันนี้ เปรียบเสมือน ‘เครื่องจักรเก่าที่เต็มไปด้วยสนิมและการรั่วไหล’ ต่อให้เร่งเครื่องมากเพียงใด ก็ไม่อาจเดินหน้าได้ หากไม่เร่งซ่อมโครงสร้างและอุดรอยรั่วของคอร์รัปชัน

 

เช่นกรณีโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างซ้ำซาก โดยเฉพาะเหตุการณ์เครนถล่มที่ถนนพระราม 2 และเหตุการณ์ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน

 

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติในการบริหารงานและการทุจริตคอร์รัปชัน ขอให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับปัญหาเหล่านี้”

 

ภาพ: Cemile Bingol / Getty Images

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising