โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เผย เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยพลังผู้หญิง กำลังเป็นเมกะเทรนด์ของไทยและทั่วโลก หลังผู้หญิงมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนทั้งในฐานะแรงงาน ผู้บริหาร ผู้ประกอบการ และผู้นำองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม สะท้อนพลังทางเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตระยะยาวและการแข่งขันของประเทศ ประเด็นด้าน สุขภาพผู้หญิง กลับยังถูกมองข้าม ทั้งที่เป็นปัจจัยพื้นฐานต่อศักยภาพแรงงานและความสามารถในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยพบว่าผู้หญิงไทยจำนวนไม่น้อยตรวจพบโรคเฉพาะทางสตรีในระยะที่อาการรุนแรงแล้ว ส่งผลให้การฟื้นตัวล่าช้า หรือบางกรณีโรคลุกลามจนกระทบคุณภาพชีวิตและความสามารถในการทำงาน
สอดคล้องกับข้อมูลจาก Grant Thornton ระบุว่า บทบาททางเศรษฐกิจของผู้หญิงทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งในปี 2567 ไทยมีสัดส่วนผู้หญิงดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก อยู่ที่ 42% สะท้อนบทบาทความเป็นผู้นำในระดับองค์กรที่แข็งแกร่ง
ขณะที่รายงาน Global Entrepreneurship Monitor ปี 2024–2025 ซึ่งสำรวจ 51 ประเทศทั่วโลก พบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มีสัดส่วนผู้หญิงเป็นเจ้าของธุรกิจที่ดำเนินกิจการมากกว่า 3.5 ปี สูงกว่าผู้ชาย โดยมีอัตราส่วนหญิงต่อชายที่ 1.04 เท่า สะท้อนว่าผู้หญิงไทยไม่ได้เป็นเพียงแรงงานในระบบเศรษฐกิจ แต่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ตัดสินใจด้านการลงทุน การบริโภค และการบริหารองค์กรอย่างเต็มตัว
ส่วนในมิติอุตสาหกรรมสุขภาพ ข้อมูลตลาดระบุว่า ตลาดสุขภาพสตรีในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.2% ต่อปี และคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 5.8 พันล้านบาทภายในปี 2573 สะท้อนโอกาสทางธุรกิจควบคู่กับความจำเป็นเชิงสังคมที่ต้องเร่งยกระดับระบบดูแลสุขภาพเฉพาะทางสำหรับผู้หญิง
นพ. นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า แม้ผู้หญิงจะเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่สุขภาพผู้หญิงกลับยังไม่ได้รับการให้ความสำคัญเท่าที่ควร โดยผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบร่างกายที่ซับซ้อนตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยสูงอายุ ขณะที่โรคจำนวนมากมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไปและไม่แสดงอาการรุนแรงในระยะแรก ทำให้การตรวจสุขภาพเชิงลึกมักถูกเลื่อนออกไป
นอกจากนี้ ภาระงาน บทบาทในครอบครัว และหน้าที่ดูแลผู้อื่น มักทำให้ผู้หญิงให้ความสำคัญกับตนเองเป็นลำดับท้าย ๆ ประกอบกับปัจจัยด้านความกลัว ทั้งกลัวการตรวจ กลัวการพบความผิดปกติ หรือกังวลต่อผลกระทบของกระบวนการรักษาที่อาจกระทบชีวิตประจำวันและการทำงาน ปัจจัยเหล่านี้จึงกลายเป็นต้นทุนเงียบ ที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพแรงงานหญิง และในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศ
เมื่อมาดูสถิติผู้ป่วยหญิงของโรงพยาบาลวิมุต ระหว่างปี 2565–2568 พบ 5 กลุ่มโรคที่พบบ่อย ได้แก่
1. เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก พบมากในวัยเจริญพันธุ์ อาการสำคัญคือประจำเดือนมามากหรือนานเกิน 7 วัน มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ อ่อนเพลียจากภาวะซีด หากก้อนมีขนาดใหญ่ อาจกดเบียดอวัยวะใกล้เคียง ทำให้ปัสสาวะบ่อยหรือท้องผูก แนวทางรักษาขึ้นอยู่กับขนาดและความรุนแรง ตั้งแต่ติดตามอาการ ใช้ยา ไปจนถึงการผ่าตัด
2. เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือที่รู้จักในชื่อช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) เป็นภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญนอกมดลูก ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและพังผืด อาการที่พบบ่อยคือปวดประจำเดือนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ บางรายตรวจพบเมื่อมีปัญหาการมีบุตร
3. ภาวะเลือดออกผิดปกติจากมดลูกและช่องคลอด อาจสะท้อนความผิดปกติของฮอร์โมนหรือโรคในระบบสืบพันธุ์ มีอาการเลือดออกนอกช่วงมีประจำเดือน รอบเดือนผิดปกติ หรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะในวัยหมดประจำเดือนควรพบแพทย์ทันที
4. ก้อนที่เต้านม ซึ่งผู้ป่วยสามารถตรวจพบได้ด้วยตนเอง สัญญาณอันตราย ได้แก่ ก้อนแข็ง โตเร็ว เต้านมผิดรูป ผิวหนังย่นคล้ายผิวส้ม หรือมีของเหลว/เลือดออกจากหัวนม ควรตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน และเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวนด์ตามช่วงอายุ
5. เนื้องอกไม่ร้ายของเต้านม พบได้บ่อยในวัยทำงานและช่วงฮอร์โมนแปรปรวน แม้ไม่ใช่มะเร็ง แต่จำเป็นต้องติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ
จากแนวโน้มดังกล่าว โรงพยาบาลวิมุตจึงพัฒนาแพลตฟอร์ม ‘One-Stop Women Health’ เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพผู้หญิงแบบครบวงจร โดยมุ่งเน้นการดูแลระยะยาว ตั้งแต่การป้องกัน การคัดกรอง การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูและเสริมศักยภาพในการใช้ชีวิต ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเกิดโรคแล้วเท่านั้น
พร้อมกันนี้ ยังเปิดตัวแคมเปญ ‘Health for Her’ ที่ผสานทีมแพทย์เฉพาะทาง เทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ และความเข้าใจเชิงลึกด้านสุขภาพผู้หญิง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่าการตรวจพบเร็วและรักษาอย่างทันท่วงที คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสฟื้นตัว ลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว และรักษาศักยภาพทางเศรษฐกิจของผู้หญิงไทยในอนาคต
ภาพ: Amnaj Khetsamtip / Shutterstock

