วันนี้ (8 ม.ค.2569) ธนาคารทิสโก้เปิดกลยุทธ์ลงทุนปี 2026 ชู 3 ธีมเพิ่มโอกาสสร้างกำไร ท่ามกลางความผันผวน จับตาเวียดนามอัปเกรดสถานะตลาดสู่ Emerging Market จ่อชิงส่วนแบ่งเม็ดเงินลงทุนต่างชาติตลาดหุ้นไทย
ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ FTSE เตรียมอัปเกรดสถานะตลาดหุ้นเวียดนามจาก Frontier Market สู่ Emerging Market ในวันที่ 21 กันยายน 2569 คาดว่าจะช่วยดึงดูดเงินลงทุนจากนักลงทุน ต่างชาติเข้าสู่ตลาดหุ้นเวียดนามมากขึ้น โดยมีโอกาสดึงดูดเงินลงทุนมูลค่าสูงถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.98 หมื่นล้านบาท)
โดยเฉพาะกองทุน Passive Fund ที่มีความจำเป็นต้องซื้อ หุ้นเวียดนามเข้าพอร์ต เพื่อบริหารผลตอบแทน ให้ชนะหรือเทียบเท่ากับดัชนี สอดรับกับรัฐบาลเวียดนามที่เดินหน้าปฏิรูป กฎระเบียบตลาดทุน ตราสารหนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพให้กับ ตลาดหุ้นเวียดนามให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกับตลาดหุ้นไทย และสิงคโปร์
ทั้งนี้หลังเข้าสู่สถานะ Emerging Market หากตลาดหุ้นเวียดนามมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในระดับสูง และ Forward P/E ที่ยังอยู่ระดับต่ำเพียง 11-12 เท่า จนถูกนำเข้าไปคำนวณในดัชนีตลาดเกิดใหม่ของ MSCI คาดว่าจะมีน้ำหนักใกล้เคียงกับตลาดหุ้นไทย
“ปัจจุบันน้ำหนักของหุ้นไทยใน Emerging Market ลดลงเรื่อยๆ ในขณะที่เวียดนาม ตลาดหุ้นยังมีมูลค่าตลาดค่อนข้างเล็ก หากมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีน้ำหนักในดัชนีเพิ่มขึ้น”
ด้านแนวโน้มตลาดหุ้นไทยปี 2569 ยังคงเหนื่อยจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรของบริษัทจดทะเบียนลดลง ทั้งนี้คาดว่ากำไรตลาดหุ้นไทยจะเติบโตเพียง 2% เท่านั้น และประเมินกรอบเป้าหมาย SET Index สิ้นปีที่ 1,388 จุด และเคลื่อนไหวที่กรอบล่าง 1,200 จุด ดังนั้นสำหรับนักลงทุนที่ต้องการทำกำไร ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทน 10%
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในปี 2569 ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงสดใส แต่แนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจยังสามารถเกาะกระแสเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อขยายการเติบโต สะท้อนจากผลกำไรที่ปรับดีขึ้น ทั้งนี้ธนาคารทิสโก้แนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตการลงทุน ออกเป็น 3 ธีม ดังนี้
1. Independence เลือกลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูงจากปัจจัยภายใน ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ มีนโยบายการคลังที่ดี คือ สหรัฐฯ อินเดีย เวียดนาม
2. Intelligence พลังการเติบโตใหม่ที่ล้อไปกับเมกะเทรนด์โลก คือ อุตสาหกรรม AI เฮลท์แคร์ และสาธารณูปโภค
3. Instability Armor สร้างเกราะป้องกันพอร์ตในยุคความผันผวนสูงด้วยการลงทุนใน ตราสารหนี้ระยะสั้นสหรัฐฯ ทองคำ และน้ำมัน และหลีกเลี่ยงลงทุนในตราสารหนี้ ระยะยาวของไทย เพราะมีโอกาสขาดทุนสูง เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ภาระทางการคลังที่เพิ่มขึ้น อาจนำไปสู่การถูกปรับลด อันดับความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต


