×

สหรัฐฯ เตรียมเปิดกงสุลสัญจรในเขตเวสต์แบงก์ครั้งแรก ทำไมทั่วโลกถึงมองว่า ‘ผิดกฎหมาย’ ?

26.02.2026
  • LOADING...
เจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐฯ ให้บริการในเขตเวสต์แบงก์ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากประชาคมโลก

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในอิสราเอลเผย เตรียมจัดตั้งกงสุลชั่วคราว 1 วันใน Efrat นิคมชาวยิวทางเขตเวสต์แบงก์ ตอนใต้ของเยรูซาเล็ม เพื่อให้บริการทำหนังสือเดินทางในโครงการ Freedom 250 แต่ประชาคมโลกระบุว่า ‘ขัดกฎหมายระหว่างประเทศ

 

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แอคเคานต์สถานทูตสหรัฐฯ ในอิสราเอลโพสต์ข้อความบน X ว่า จะจัดมีกิจกรรมจัดตั้งกงสุลสัญจร 1 วัน เพื่อให้บริการทำพาสปอร์ตแก่ชาวอเมริกันในพื้นที่ Efrat, Ramallah, Beitar Illit, Haifa, Jerusalem, Netanya และ Beit Shemesh ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง

 

แม้สถานทูตระบุว่า บริการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Freedom 250 เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวอเมริกันเข้าถึงในทุกพื้นที่ แต่สื่อหลายสำนักชี้ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ จัดบริการกงสุลในนิคมอิสราเอลในเวสต์แบงก์อย่างเป็นทางการ และอาจขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

 

ทั้งนี้ Efrat เป็นนิคมชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์ โดยอิสราเอลยึดครองมาจากปาเลสไตน์ในสงครามปี 1967 ทำให้ประชาคมระหว่างประเทศมองว่า การกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย และขัดต่อสนธิสัญญาเจนีวา ขณะที่สหรัฐฯ ก็หลีกเลี่ยงเดินทางไปพื้นที่แห่งนี้เพื่อไม่ให้ถูกมองว่า กำลังให้ความชอบธรรมอิสราเอล

 

สำหรับท่าทีของแต่ละฝ่าย กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลยกย่องประกาศดังกล่าวว่าเป็นการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ เช่นดียวกับ กิเดโอน ซาร์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศที่ระบุว่า เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ

 

ยูลี เอเดลสไตน์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลยังระบุว่า เป็นก้าวสำคัญของสหรัฐฯ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ถือเป็นการเพิ่มความชอบธรรมของอิสราเอลในระดับนานาชาติ ต่อเขตยูเดียและสะมาเรีย (ชื่อเรียกเขตเวสต์แบงก์ตามพระคัมภีร์)

 

ขณะที่ ไมเคิล สฟาร์ด (Michael Sfard) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และฝ่ายซ้ายอิสราเอลให้สัมภาษณ์กับ New York Times ว่า การนำบริการกงสุลไปตั้งในเขตเวสก์แบงก์ เท่ากับเป็นการ ‘ตราประทับรับรอง’ ดินแดนของสหรัฐฯ และไม่มีเหตุผลอื่นรองรับเลย

 

“บริการทั้งหมดของพวกเขาได้จากเยรูซาเล็ม ถ้าจะไปดูหนัง พวกเขาก็ไปเยรูซาเล็ม เรื่องนี้จึงไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากเป็นถ้อยแถลงทางการเมืองที่ให้ความชอบธรรมแก่นิคมในเวสต์แบงก์” สฟาร์ดอธิบาย โดยสื่อว่า ทุกสิ่งอำนวยความสะดวกของชาวอเมริกันอยู่ในเยรูซาเล็ม ไม่มีความจำเป็นต้องไปเขตเวสต์แบงก์

 

ขณะเดียวกัน ซาเวียร์ อาบู เอด อดีตโฆษกฝ่ายเจรจาขององค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะทำให้การผนวกดินแดนกลายเป็นเรื่องปกติ ถือเป็นการลบล้างจุดยืนในตลอด 5 เดือนที่กล่าวอ้างว่า ต่อต้านเรื่องดังกล่าว

 

ด้านฮามาสออกแถลงการณ์ว่า การตั้งกงสุลชั่วคราวบนเวสต์แบงก์เป็นแบบอย่างอันตราย และการยอมรับโดยพฤตินัยว่า สหรัฐฯ ให้ความชอบธรรมต่ออิสราเอลในการครอบครองดินแดนดังกล่าว

 

ส่วนคณะกรรมาธิการต่อต้านการตั้งถิ่นฐานและกำแพงของปาเลสไตน์ระบุว่า การเคลื่อนไหวนี้อาจละเมิดกฎหมาย และขัดต่อพันธกรณีของสหรัฐฯ ที่สนับสนุนแนวทางสองรัฐ (Two-State Solution)

 

อนึ่ง ไม่กี่วันที่ผ่านมา ไมค์ ฮัคเคบี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล ให้สัมภาษณ์กับ ทักเกอร์ คาร์ลสัน นักวิจารณ์สายอนุรักษนิยม ว่า คงไม่เป็นไร หากอิสราเอลเข้าครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของตะวันออกกลาง

 

ในตอนหนึ่งของการสัมภาษณ์ คาร์ลสันถามว่า อิสราเอลควรได้รับอนุญาตให้ยึดครองดินแดนไกลถึงแม่น้ำยูเฟรทีสในอิรักหรือไม่ ฮัคคาบีตอบว่า “ถ้าพวกเขาจะยึดทั้งหมดก็คงไม่เป็นไร” แต่ถ้าอิสราเอลไม่ได้ดินแดนทั้งหมดก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยขอแค่ดินแดนที่กำลังยึดครองตอนนี้ พร้อมทั้งยืนยันว่า เวสต์แบงก์คือสิทธิของอิสราเอลตามพระคัมภีร์

 

สหรัฐฯ เคยละเมิดข้อห้ามดังกล่าวหลายครั้ง เช่นในปี 2018 เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอลเดินทางเยือนเวสต์แบงก์ด้วยตนเอง ขณะที่ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศในสมัยแรกของทรัมป์เคยกล่าวในปี 2019 ว่า การตั้งนิคมไม่ได้ผิดกฎหมายแต่อย่างใด

 

แฟ้มภาพ: Ammar Awad / Reuters

 

อ้างอิง:

 

 
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising