ซีอีโอธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ปฏิเสธกระแสข่าวควบรวมกิจการกับธนาคารกรุงไทย (KTB) ยันไม่ได้มีแผนควบรวมกิจการอยู่ในแผนงาน 5 ปีของธนาคาร
จากกระแสข่าวการควบรวมกิจการระหว่าง TTB และ KTB ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ส่งผลให้ราคาหุ้นของทั้ง 2 บริษัท ปรับตัวขึ้นกว่า 5% และ 2% ตามลำดับ ก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงภายหลัง โดยราคาหุ้น TTB ขึ้นไปทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 2.02 บาท ขณะที่ KTB ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 24 บาท
ล่าสุด ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ TTB ระบุผ่าน CEO message สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ว่าสืบเนื่องจากที่สื่อกรุงเทพธุรกิจ ได้มีการลงข่าว ณ วันที่ 21 มีนาคม 2568 เรื่อง การควบรวมกิจการระหว่างทีทีบีและธนาคารกรุงไทย ซึ่งระบุว่า ทั้งสองธนาคารอยู่ระหว่างการควบรวมกิจการ
“ผมขอแจ้งเพื่อนพนักงานทุกท่านว่า ข่าวดังกล่าวนั้นไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด เรามิได้อยู่ระหว่างการดำเนินการควบรวมกิจการกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารใด นอกจากนี้ ทางคณะกรรมการธนาคารไม่เคยมีดำริหรือ มอบหมายเรื่องดังกล่าวให้ฝ่ายจัดการดำเนินการในเรื่องนี้ รวมทั้งธนาคารเองไม่ได้มีแผนการควบรวมกิจการอยู่ในแผนงาน 5 ปีของธนาคารแต่อย่างใด”
ด้าน KTB ชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และในขณะนี้คณะกรรมการธนาคารไม่ได้มีดำริ หรือได้มอบหมายฝ่ายบริหารให้ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการควบรวมกิจการตามที่เป็นข่าว
แนวคิดควบรวมแบงก์กรุงไทย-ทีทีบี อีกแผนหาเงินของ ‘คลัง’ ที่ไม่ง่าย
แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการวาณิชธนกิจ เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า แนวคิดการควบรวมกิจการระหว่าง KTB และ TTB คาดว่ามาจะจากกระทรวงการคลังที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในธนาคารทั้ง 2 แห่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังได้มีการศึกษาแนวทางบริหารจัดการพอร์ตหุ้นของกระทรวงการคลัง อีกทั้งมีการศึกษาการขายหุ้นในธุรกิจที่ไม่สร้างรายได้ เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นมาจัดสรรเป็นงบประมาณเพื่อดำเนินการนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงการคลังไม่มีความจำเป็นต้องถือหุ้นใหญ่ในธนาคารพาณิชย์ถึง 2 แห่ง
อย่างไรก็ดีหากกระทรวงการคลังมีการขายหุ้นของทั้ง KTB กับ TTB ที่ราคาในตลาดหุ้นปัจจุบัน เปรียบเทียบกับต้นทุนที่เข้าลงทุนจะต้องมีการขาดทุนจากการลงทุน ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะควบรวมกิจการของทั้ง KTB กับ TTB เพื่อเป็นการเพิ่มและรวมมูลค่าให้หุ้นของธนาคารพาณิชย์แห่งใหม่ที่เกิดจากการควบรวมให้สูงขึ้น จากนั้นก็จะเป็นโอกาสของกระทรวงการคลังที่จะขายหุ้น (Exit) ของธนาคารพาณิชย์แห่งใหม่ออกแล้วมีกำไร
“กระทรวงการคลัง คงพยายามผลักให้เกิดการควบรวมระหว่าง KTB กับ TTB แต่ในอีกมุมก็อาจเกิดขึ้นได้ยาก เพราะทั้ง KTB กับ TTB แต่ละฝ่ายก็ไม่ได้ต้องการที่จะรวมกัน เพราะมองว่าต่างฝ่ายต้องเข้าไปอุ้มปัญหาของอีกฝ่าย รวมทั้งยังมีประเด็นที่ sensitive ตามมาว่าใครจะมาเป็นซีอีโอของแบงก์ใหม่ที่เกิดจากการควบรวม เพราะตอนนี้ KTB มี ผยง ศรีวณิช เป็นซีอีโอ ส่วน TTB มี ปิติ ตัณฑเกษม เป็นซีอีโอเรื่องนี้จึงมองว่าไม่ง่าย ” แหล่งข่าวกล่าวกับ THE STANDARD WEALTH