ในวันแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดฉากสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อสหรัฐฯ และทั่วโลก ด้วยการใช้อำนาจประธานาธิบดีลงนามคำสั่งพิเศษ (Executive Order) หลายฉบับ เช่น การถอน 78 นโยบายยุคไบเดน การเดินหน้าคำสั่งกวาดล้างผู้อพยพผิดกฎหมาย และถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) และองค์การอนามัยโลก (WHO) นอกจากนี้ยังอภัยโทษผู้ต้องสงสัยนับพันคนในเหตุการณ์จลาจลบุกรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021
ในการกล่าวสุนทรพจน์หลังพิธีสาบานตน ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะพาสหรัฐฯ เข้าสู่ ‘ยุคทอง’ และกอบกู้ประเทศจากสิ่งที่เขาอ้างว่าเป็น ‘ยุคตกต่ำ’ ที่เกิดจากนโยบายของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน พร้อมประกาศเป้าหมายที่สร้างความฮือฮา เช่น การส่งนักบินอวกาศสหรัฐฯ ปักธงบนดาวอังคาร เปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็นอ่าวอเมริกา และย้ำเรื่องการยึดคืนคลองปานามา ขณะที่เน้นถึงความสำคัญในการสร้างความสามัคคีและเรียกความเชื่อมั่นภายในชาติกลับคืนมา
และนี่คือไฮไลต์สำคัญใน Day 1 ของรัฐบาลทรัมป์ 2.0
คำสั่งพิเศษสะเทือนโลก
ภายหลังรับตำแหน่งไม่กี่ชั่วโมง ทรัมป์ลงนามคำสั่งพิเศษถอน 78 นโยบายในยุครัฐบาลไบเดน ตามด้วยการลงนามคำสั่งอีกหลายฉบับ
หนึ่งในคำสั่งพิเศษที่สำคัญและเป็นที่จับตามองจากทั่วโลกคือการเริ่มกระบวนการถอนสหรัฐฯ ออกจากการเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) และการถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสหรัฐฯ ถือเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญ และท่าทีของทรัมป์ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่เขาเคยถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนี้มาแล้วในปี 2017
การถอนตัวจากข้อตกลงปารีสสะท้อนถึงความไม่มั่นใจของทรัมป์เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นการหลอกลวง และสอดคล้องกับแผนงานของเขา ในการปลดข้อจำกัดให้กับบริษัทขุดเจาะน้ำมันและก๊าซของสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตได้อย่างเต็มที่
“ผมขอถอนตัวทันทีจากข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันฉ้อฉล ที่ไร้ความยุติธรรมและลำเอียง” เขากล่าวก่อนจะลงนามในคำสั่งพิเศษ
สำหรับประเด็นการขึ้นภาษีจีน แคนาดา และเม็กซิโก เพื่อตอบโต้ปัญหาผู้อพยพและการค้ายาเสพติดที่เขาเคยขู่ว่าจะดำเนินการตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง ปรากฏว่าไม่มีการลงนามคำสั่งในเรื่องนี้ โดยทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังเข้าไปที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาวว่า “กำลังคิดที่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโกเป็น 25% ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์”
ส่วนการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ทรัมป์ชี้ว่าอัตราภาษีที่เขาเคยเรียกเก็บในขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกนั้นยังคงมีผลบังคับใช้อยู่
ปัดกวาดปัญหาภายใน
ทรัมป์ยังลงนามในหลายคำสั่งพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาภายในประเทศ เช่น
- ยุติคำสั่งรัฐบาลไบเดนในการใช้หน่วยงานรัฐเป็นอาวุธต่อศัตรูทางการเมือง
- ให้หน่วยงานรัฐบาลกลางทั้งหมดแก้ไขวิกฤตค่าครองชีพ
- ระงับการออกกฎระเบียบข้าราชการจนกว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์จะเข้าคุมอำนาจ
- ระงับการจ้างงานรัฐบาลกลาง
- คืนเสรีภาพในการพูดและป้องกันรัฐบาลเซ็นเซอร์เสรีภาพในการพูด
- ตั้งกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (Department of Government Efficiency)
- จับอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่รับผิดชอบการแทรกแซงการเลือกตั้ง
เขายังเดินหน้าความพยายามกวาดล้างผู้อพยพผิดกฎหมายตามคำมั่นที่ให้ไว้ระหว่างหาเสียงด้วยการลงนามคำสั่งหลายฉบับ ซึ่งรวมถึง
- ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติที่ชายแดนทางใต้ของสหรัฐฯ เพื่อกระตุ้นให้มีการส่งทรัพยากรของกระทรวงกลาโหมและกองกำลังทหารติดอาวุธไปช่วยให้การสร้างกำแพงชายแดนแล้วเสร็จ
- ยุติสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด (ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ)
- กำหนดให้กลุ่มค้ายาเสพติดเป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ เพื่อเพิ่มโทษทางการเงินและผลทางกฎหมายที่รุนแรงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นใหญ่ที่ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์คือการลงนามอภัยโทษผู้ต้องสงสัยกว่า 1,500 คน ที่เกี่ยวข้องในเหตุจลาจลบุกอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 โดยคาดว่าจะส่งผลให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มตำรวจและ สส. จำนวนมาก ที่ชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยงจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บอีกนับร้อยคน
นอกจากนี้ทรัมป์ยังพยายามยุตินโยบายต่างๆ ในยุคไบเดน ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเชื้อชาติและปกป้องสิทธิของกลุ่ม LGBTQIA+ โดยมีการลงนามคำสั่งพิเศษให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ยอมรับเพศเพียง 2 เพศ คือชายและหญิง ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
และกำหนดให้รัฐบาลใช้คำว่า ‘เพศ’ แทน ‘เพศสภาพ’ พร้อมทั้งกำหนดให้เอกสารประจำตัวที่ออกโดยรัฐบาล รวมถึงหนังสือเดินทางและวีซ่าต้องอิงตามสิ่งที่รัฐบาลเรียกว่า ‘การจำแนกทางชีววิทยาของบุคคล’
ส่วนกรณีของ TikTok ที่เป็นประเด็นร้อนจากการถูกศาลสหรัฐฯ สั่งแบน ทรัมป์ก็ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษเพื่อเลื่อนการบังคับใช้การแบน TikTok ออกไปอีก 75 วัน
ยุคทองของอเมริกาเริ่มต้นแล้ว
สุนทรพจน์แรกของทรัมป์ในฐานะประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เปิดฉากด้วยการประกาศว่า “ยุคทองของอเมริกาเริ่มต้นขึ้นในตอนนี้”
ทรัมป์ยืนยันว่าภายใต้การบริหารของเขา ประเทศชาติจะกลับมาเจริญรุ่งเรืองและได้รับความเคารพจากทั่วโลกอีกครั้ง และชี้ว่าเขาจะกำกับดูแลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจาก 4 ปีที่ผ่านมา
“ในทุกๆ วันของรัฐบาลทรัมป์ ผมจะให้ความสำคัญกับอเมริกามาเป็นอันดับแรก” เขากล่าว และย้ำว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างประเทศที่ภาคภูมิใจ เจริญรุ่งเรือง และเป็นอิสระ”
โจมตีการ ‘เสื่อมถอย’ ของสหรัฐฯ
ทรัมป์กล่าวถึงสถานการณ์ของสหรัฐฯ ภายใต้นโยบายของไบเดน โดยประณามระบบการศึกษาและสาธารณสุขที่ย่ำแย่ลง และชี้ว่าความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเป็นไปอย่างเลวร้ายและไร้ความสามารถ โดยรัฐบาลไบเดนไม่สามารถจัดการได้แม้แต่วิกฤตง่ายๆ ภายในประเทศ ขณะเดียวกันก็สะดุดกับเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
ทรัมป์ยังอ้างว่ารัฐบาลไบเดนปกป้องเหล่าผู้อพยพที่อันตรายมากกว่าพลเมืองที่เคารพกฎหมาย ขณะที่ไม่สามารถให้บริการขั้นพื้นฐานในยามฉุกเฉินแก่ประชาชนได้ โดยเห็นได้จากในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ เช่น เฮอริเคนเฮเลนในรัฐนอร์ทแคโรไลนา เมื่อปลายเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายและกระทบประชาชนจำนวนมาก
“ทั้งหมดนี้จะเปลี่ยนไปตั้งแต่วันนี้ และจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”
ทรัมป์ยืนยันว่าภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายหลังชนะการเลือกตั้งคือการพลิกกลับการทรยศหักหลังอันเลวร้ายมากมายที่เกิดขึ้นในยุคไบเดน และคืนศรัทธา ความมั่งคั่ง ประชาธิปไตย และเสรีภาพให้กับชาวอเมริกัน
“นับจากนี้เป็นต้นไปการเสื่อมถอยของอเมริกาสิ้นสุดลงแล้ว” เขากล่าว
อ่าวอเมริกา ยึดคลองปานามา
ทรัมป์ยังใช้โอกาสในการกล่าวสุนทรพจน์ ย้ำถึงหลายสิ่งที่เขาตั้งใจและมีเป้าหมายที่จะทำ ทั้งการเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็นอ่าวอเมริกา เปลี่ยนชื่อภูเขาเดนาลีในรัฐอะแลสกา ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในอเมริกาเหนือ เป็นภูเขาแม็กคินลีย์
นอกจากนี้เขาย้ำว่ารัฐบาลของเขาจะพยายามยึดอำนาจเหนือคลองปานามาอีกครั้ง
“เรากำลังจะยึดมันคืน” เขายืนยัน โดยสหรัฐฯ ยอมสละการควบคุมคลองปานามาให้แก่รัฐบาลปานามาในปี 1999
ส่งนักบินไปดาวอังคาร
อีกประกาศที่เรียกเสียงฮือฮา คือการประกาศจะส่งนักบินอวกาศสหรัฐฯ ไปยังดาวอังคาร
“เราจะไล่ตามโชคชะตาของเราไปสู่ดวงดาว ด้วยการส่งนักบินอวกาศชาวอเมริกันไปปักธงบนดาวอังคาร”
คำประกาศนี้ได้รับเสียงยินดีในทันทีจาก อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีและซีอีโอ SpaceX ผู้มีเป้าหมายสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร โดยมัสก์ถือเป็นพันธมิตรสำคัญของทรัมป์ และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล
ภาพ: Carlos Barria / Reuters
อ้างอิง:
- https://edition.cnn.com/interactive/politics/2025/donald-trump-inaugural-speech-dg/
- https://www.cbsnews.com/news/6-takeaways-from-trumps-inaugural-address/
- https://www.reuters.com/world/us/triumphant-trump-returns-white-house-launching-new-era-upheaval-2025-01-20/
- https://www.bbc.com/news/live/ce8jy9j91y5t