วันนี้ (17 มีนาคม) ปิดฉากคดีทุจริตครั้งประวัติศาสตร์ของวงการอีสปอร์ตไทย จากกรณี ณภัทร วราสินธ์ หรือ Tokyogurl อดีตนักกีฬาเกม RoV ทีมชาติไทยหญิง และ ไชยโย หรือ Cheerio เกมเมอร์ชื่อดัง ร่วมกันก่อเหตุทุจริตในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในการแข่งขันรอบที่สอง นัดพบกับทีมชาติเวียดนาม ที่ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย Tokyogurl ได้ละเมิดกฎเหล็กของฝ่ายจัดการแข่งขัน ด้วยการแอบติดตั้งแอปพลิเคชันบุคคลที่สาม (Discord) ลงในโทรศัพท์มือถือสำหรับใช้แข่งขัน จากนั้นได้ใช้ระบบแชร์หน้าจอ (Screen Share) เพื่อส่งมอบรหัสผ่านให้ Cheerio ซึ่งรออยู่ภายนอกสนาม ล็อกอินซ้อนเข้ามาควบคุมตัวละครและเล่นเกมแทน หรือที่ในวงการเรียกว่าการทำ Ghosting หรือ ร่างทรง
แต่แผนการดังกล่าวเกิดสะดุดเมื่อระบบขัดข้อง ส่งผลให้คณะกรรมการผู้ตัดสินชาวไทยสังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติ เมื่อ Tokyogurl พยายามใช้กระดาษปิดบังหน้าจอและสลับแอปพลิเคชันไปมา เมื่อกรรมการเข้าตรวจสอบ โทรศัพท์มือถือได้ปรากฏหลักฐานการล็อกอินซ้อน 2 บัญชีอย่างชัดเจน สอดคล้องกับการตรวจสอบ Log File ของทีมเทคนิคที่พบหมายเลข IP Address จากเครือข่ายภายนอกเจาะเข้าสู่ระบบ นอกจากนี้ ฟอร์มการเล่นของเธอยังตกลงอย่างมีนัยสำคัญ จากสถิติการกำจัดคู่แข่ง (Kill) 10-15 ตัวในรอบซ้อม เหลือเพียง 0 ตัวเมื่อต้องเล่นด้วยตนเองภายใต้การจับตาของกรรมการ
หลังถูกจับได้ Tokyogurl อ้างผ่านโซเชียลมีเดียว่าตนไม่ได้ทุจริต แต่เกิดอาการตื่นสนามจนมีภาวะแพนิก (Panic) และต้องเข้าโรงพยาบาล ทว่าผลการตรวจสอบจากทีมแพทย์กลับพบว่าเธอมีเพียงอาการลำไส้อักเสบ ซึ่งขัดแย้งกับข้ออ้างโดยสิ้นเชิง
ในเวลาต่อมา Cheerio ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นผู้รับจ้างเล่นเกมแทน Tokyogurl มานานกว่า 3 ปี โดยได้รับค่าจ้างเพียงครั้งละ 300-500 บาท และในศึกซีเกมส์ครั้งนี้ มีข้อตกลงร่วมกันว่าหากคว้าเหรียญทองมาได้ ตนจะได้รับโทรศัพท์มือถือ iPhone รุ่นใหม่เป็นของรางวัล
แม้คณะกรรมการนานาชาติจะมีมติให้ทีมชาติไทยทำการแข่งขันต่อไปได้โดยตัดสิทธิ์เพียงผู้กระทำผิด แต่ นายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ร่วมกับนักกีฬาที่เหลืออีก 5 คน ได้ตัดสินใจเด็ดขาดในการยื่นขอถอนตัว ออกจากการแข่งขันกีฬาทีมหญิงทั้งหมดในทันที ขณะที่ผู้ก่อเหตุถูกสมาคมฯ สั่งแบนตลอดชีวิตและถูกต้นสังกัดยกเลิกสัญญาทันที
สำหรับบทสรุปทางกฎหมาย ศาลแขวงปทุมวันได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พิพากษาจำคุกคนละ 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 3 เดือน
อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาว่าพฤติการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความน่าเชื่อถือของวงการกีฬาและสร้างความเสื่อมเสียต่อประเทศชาติ จึงมีคำสั่งให้เปลี่ยนโทษจากจำคุกเป็นการ กักขัง กำหนด 3 เดือนแทน
ทั้งนี้ ภายหลังรับฟังคำพิพากษา ศาลได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งสองเพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ โดยตีราคาประกันคนละ 24,000 บาท โดยไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม


