thailand-luxury-hub-sea-2025

แบรนด์หรูเบนเข็มเข้าไทย ปลายทาง Luxury Hub แห่งใหม่ใน SEA

02.07.2025

ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีช็อปแบรนด์เนม Luxury ถึง 26 แห่ง เปิดทำการในภูมิภาค SEA โดย 11 แห่งอยู่ในประเทศไทย

 

การมาถึงของ LV The Place ที่ตึกเกษรอัมรินทร์ และ Dior Gold House ที่เจิดจรัสอยู่กลางถนนเพลินจิตไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณที่แน่ชัดแล้วว่าแบรนด์หรูทั้งหลายไม่ได้มองไทยเป็นเพียงสนามทดลอง แต่คือ Hub ที่ต้องแย่งชิงพื้นที่ ลงหลักปักฐานกลางสมรภูมิที่ดุเดือดของ Luxury Brand ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

🟡คนจีนรัดเข็มขัด ดึงแบรนด์หรูเบนเข็มเข้า SEA

 

ทศวรรษที่ผ่านมา จีนถือเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดสำหรับสินค้า Luxury ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม รายงานจาก Bain & Company ระบุว่ายอดขายสินค้า Luxury ในจีนกำลังลดลงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี จากปัจจัยต่างๆ เช่น สงครามการค้ากับสหรัฐฯ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ทำให้รัฐบาลจีนเกิดนโยบายต่อต้านความฟุ้งเฟ้อของคนในประเทศ คอนเทนต์ “อวดรวย” ในโซเชียลมีเดียถูกลบทิ้ง เปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนให้หันมาใช้เงินท่องเที่ยวมากกว่าการซื้อสินค้าแบรนด์เนม ยอดขายสินค้า Luxury ในจีนลดลงถึง 18% – 20% ส่งผลต่อแบรนด์ชั้นนำอย่าง LVMH ที่ยอดขายในไตรมาสแรกของปี 2025 ตกลงถึง 3% เหลือมูลค่าราว 20,000 ล้านยูโร 

 

แบรนด์หรูต้องปรับกลยุทธ์และมองหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) กลายเป็นภูมิภาคที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth Individual) ในอาเซียนกำลังจะเพิ่มขึ้นถึง 1.4 ล้านคนในปี 2027 จากเดิมที่มีเพียง 890,000 คนในปี 2022

 

🟡ตลาดแบรนด์เนมไทย แซงหน้าสิงคโปร์

 

Brandname Money ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อและขายฝากแบรนด์เนมของไทย ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน ตลาดการซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมในประเทศไทยมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 4,640 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี อีกทั้งคาดว่าในปี 2567-2571 จะขยายตัวได้ 5.62% แซงหน้าสิงคโปร์ ที่มีมูลค่าตลาด 4,060 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ช้าลงที่ 3.49% ทำให้ประเทศไทยขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 ของมูลค่าตลาดสินค้าแบรนด์เนมในอาเซียน

 

🟡ท่องเที่ยวไทยดึงคนกำลังซื้อสูงเข้าประเทศ

 

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าสนใจที่สุดใน SEA เนื่องจากมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยวและการบริการมาอย่างยาวนาน ในปี 2024 นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียนที่เดินทางมาประเทศไทยมีจำนวนมากถึง 10 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.5% จากปีก่อนหน้า นอกจากนั้น ยังมีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางถึง 742,000 คน เพิ่มขึ้น 24% ซึ่งนักท่องเที่ยวเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมที่จะใช้จ่ายในสินค้าและบริการ Luxury การท่องเที่ยวจึงเป็นช่องทางสำคัญสำหรับแบรนด์หรูในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสร้างยอดขายในประเทศไทย

 

ทั้งนี้ กลุ่ม HNWI ในไทยคือหนึ่งใน Top 1% ที่สร้างรายได้กว่า 30% ให้กับแบรนด์หรูต่างๆ ทั่วโลก การเติบโตของกลุ่ม HNWI ในประเทศไทยจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของตลาดสินค้า Luxury ด้วยเช่นกัน

 

🟡ดาราไทยเฉิดฉาย สร้าง Engagement ให้แบรนด์หรูต่อเนื่อง

 

นอกจากเรื่องการท่องเที่ยว วงการบันเทิงไทยในฐานะ Soft Power สำคัญของประเทศ ก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างความนิยมให้กับสินค้า Luxury ในประเทศไทย ดาราและศิลปินไทยได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Brand Ambassador ของแบรนด์หรูระดับโลก และมีส่วนช่วยในการสร้างกระแสและความต้องการในสินค้า Luxury ในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ เห็นได้จากการที่ดาราไทยสร้าง Media Impact สูงถึง 18% ใน Paris Fashion Week และ London Fashion Week ในซีซันที่ผ่านมา

 

🟡ไทยจะคว้าประโยชน์อย่างไรจากเรื่องนี้

 

การก้าวขึ้นเป็น Luxury Hub เป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศไทยในการสร้างรายได้และยกระดับเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การคว้าโอกาสนี้ให้ประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนและดำเนินการอย่างรอบคอบ ภาครัฐควรมีบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยการให้ความรู้และคำปรึกษา การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจ ทั้งยังต้องวางรากฐานให้รายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่ม Luxury สามารถกระจายไปสู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย

 

 


Read More

RELATED ARTICLES

READ MORE