วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักวิชาการอิสระ ยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยยุบพรรคประชาชน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 ด้วยข้อกล่าวหาว่า พรรคประชาชน ผู้บริหาร และผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค มีความสัมพันธ์กับบริษัท สเปคเตอร์ซี จำกัด ซึ่งเป็นสื่อมวลชน และอาจมีการกระทำที่เข้าข่ายเอื้อประโยชน์และแสวงหากำไร
ทันกวินท์กล่าวว่า คำร้องมี 3 ประเด็นหลัก เรื่องแรกคือการยุบพรรคประชาชนจากกรณีบริษัทสเปคเตอร์ซี โดยมีหลักฐานเชื่อมโยงกับ พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ผู้ไม่ใช่สมาชิกพรรค ที่ให้สัมภาษณ์และพาสื่อมวลชนเข้าอาคารอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมีหลักฐานว่า อาคารนี้ถูกเช่าโดยพรรคประชาชนในราคา 200,000 บาทต่อเดือน แต่พรรณิการ์สามารถพาสื่อเข้าถึงทุกชั้น สั่งเปิดปิดแอร์ได้ และยอมรับว่าพื้นที่บางส่วนเป็นธุรกิจโซลบาร์ที่ขายแอลกอฮอล์
รวมถึงบริษัทสเปคเตอร์ซีตั้งอยู่ชั้น 5 แต่พรรณิการ์พาไปถึงชั้น 6 ซึ่งเป็นที่ทำการพรรค ทันกวินท์ยังอ้างถึงคำสัมภาษณ์ของ พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และ กรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน ที่ระบุว่าชั้น 4 ของสำนักงานพรรคก็เป็นพื้นที่ของสเปคเตอร์ซี ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบริษัทนี้ทำธุรกิจสื่อมวลชน การที่สื่อมวลชนใช้พื้นที่พรรค และพรรณิการ์ยอมให้พรรคใช้พื้นที่บริษัท จึงเป็นหลักฐานว่ามีการแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน โดยใช้เงินกองทุนพัฒนาการเมืองซึ่งเป็นภาษีประชาชน
ทันกวินท์ยังชี้ว่า พรรณิการ์ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง แต่กลับเข้ามาครอบงำ ชี้นำ สั่งการพรรคหรือไม่ ซึ่งหากพรรคประชาชนยินยอม ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.ป. พรรคการเมือง มีโทษจำคุก 5-10 ปี ปรับ 1-2 แสนบาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
“คุณช่อจะเป็นคนแรกที่ได้รับโทษจำคุกจากกฎหมายดังกล่าว” ทันกวินท์กล่าว
นอกจากนี้ ทันกวินท์ยังชี้ว่า ผู้บริหารพรรคมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจสื่อ โดยจากการตรวจสอบพบว่า กรรมการบริหารพรรค 5 คน ผู้บริหาร 9 คน รวม 14 คน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน ร่วมกันเป็นเจ้าของธุรกิจสื่อมวลชน ซึ่งเข้าข่ายต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
ทันกวินท์ยังตั้งข้อสังเกตว่า พรรคการเมืองมีการจ้างงานและจ่ายประกันสังคม หากมีการมอบหมายให้ทำธุรกิจสเปคเตอร์ซีตามที่พรรณิการ์ให้สัมภาษณ์ ก็แสดงว่าพรรคจ้างคนทำธุรกิจ ส่วนประเด็นที่พรรณิการ์เคยชี้แจงว่า สเปคเตอร์ซีแยกขาดจากพรรค ทันกวินท์โต้กลับว่า พรรณิการ์ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารพรรค การออกมาพูดเช่นนี้ยิ่งสะท้อนว่ากระทำความผิด และยืนยันว่าบริษัทนี้มีมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ ไม่ใช่เพิ่งมีตอนยุบพรรค










