วันนี้ (20 มกราคม) กรมราชทัณฑ์ ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงสื่อมวลชน สืบเนื่องจากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการพิจารณาพักการลงโทษของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าอาจจะได้รับการปล่อยตัวในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้นั้น
กรมราชทัณฑ์ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ปัจจุบัน ทักษิณ ชินวัตร ยังคงสถานะเป็นนักโทษเด็ดขาด ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยมีกำหนดโทษจำคุก 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 และจะครบกำหนดพ้นโทษในวันที่ 9 กันยายน 2569
สำหรับการพิจารณาพักการลงโทษนั้น ต้องเป็นไปตาม พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 (7) และกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ซึ่งวางหลักเกณฑ์ไว้ว่า นักโทษเด็ดขาดที่จะมีคุณสมบัติได้รับการพักการลงโทษ จะต้องได้รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ และจะได้รับประโยชน์จากการพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษที่เหลือ
ดังนั้น ในกรณีของทักษิณ หากพิจารณาตามกรอบเวลาดังกล่าว จะถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนและเข้าเกณฑ์การได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษกรณีปกติ ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการฯ ตามขั้นตอน
กรมราชทัณฑ์ ระบุว่า กระบวนการพิจารณาพักการลงโทษจะเริ่มจากขั้นตอนภายในเรือนจำและไต่ระดับขึ้นไปตามลำดับ ดังนี้:
- ระดับเรือนจำ: คณะทำงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษประจำเรือนจำ (ประกอบด้วย ผบ.เรือนจำ, ผู้แทนกรมการปกครอง, กรมคุมประพฤติ, ป.ป.ส., ตร.) จะทำการตรวจสอบรายชื่อและคุณสมบัตินักโทษเด็ดขาด หากเห็นชอบจึงจะเสนอรายชื่อไปยังกรมราชทัณฑ์
- ระดับกรม: กรมราชทัณฑ์จะตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสารและหลักเกณฑ์ ก่อนเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการชุดใหญ่
- ระดับคณะอนุกรรมการฯ: คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ซึ่งมี ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วยตัวแทนระดับสูงจากหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม (อัยการ, ศาล, ตำรวจ, ป.ป.ส., มหาดไทย ฯลฯ) จะทำหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือสั่งเพิกถอน
- เกณฑ์การตัดสินใจ: คณะอนุกรรมการฯ จะพิจารณาจากปัจจัยรอบด้าน ได้แก่ พฤติการณ์แห่งคดี, ความประพฤติระหว่างถูกคุมขัง, ผลการบำบัดฟื้นฟู, ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ และผลกระทบต่อความปลอดภัยของสังคม
- ขั้นตอนหลังอนุมัติ: หากได้รับความเห็นชอบให้พักการลงโทษ จะมีการแจ้งผลกลับมายังเรือนจำเพื่อปล่อยตัว โดยนักโทษเด็ดขาดต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างเคร่งครัดจนกว่าจะครบกำหนดโทษจริง
ในช่วงท้าย กรมราชทัณฑ์ ยืนยันว่า การพิจารณาพักการลงโทษแก่นักโทษเด็ดขาดทุกราย เป็นการดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย กฎกระทรวง และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน และมิได้มีการเลือกปฏิบัติหรือดำเนินการนอกเหนือไปจากที่กฎหมายกำหนดแต่อย่างใด


