วันแรกของเวทีสัมนาความมั่นคงระหว่างประเทศ Thailand Security Dialogue 2025 “Peace and Security in a Global Disruption” ที่จัดขึ้น ณ คริสตัล ฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี (The Athenee Hotel) ในวันนี้ (30 สิงหาคม) เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีผู้เชี่ยวชาญและผู้นำกองทัพ รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานรัฐและเอกชนจากเกือบ 30 ประเทศ ที่มาร่วมกันตีโจทย์ยุทธศาสตร์ความมั่นคง ท่ามกลางโลกที่ผันผวน
ไฮไลต์สำคัญของงานวันนี้ อยู่ที่ 3 เวทีสัมมนาหลัก โดยเวทีแรกมีพลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้แทนจากกองทัพแคนาดาพร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญความมั่นคง ร่วมพูดคุยกันในประเด็นเรื่องการเผชิญหน้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์: นัยยะต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคง (Geopolitical Confrontation and Conflict: Implications for Security Strategies) ที่มุ่งเน้นการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ โดยเฉพาะระเบียบโลกหลายขั้วอำนาจและพลวัตแห่งอำนาจ
รวมถึงสำรวจความท้าทายและโอกาสสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น โดยรูปแบบความร่วมมือใหม่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้นกำลังกลายเป็น ‘สิ่งจำเป็น’ สำหรับการรับมือกับภัยคุกคามทั่วโลก รวมถึงการส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ อีกทั้ง ความร่วมมือที่หลากหลาย และการมีส่วนร่วมทางการทูต จะมีส่วนช่วยลดผลกระทบเชิงลบจากการแข่งขันของมหาอำนาจและปกป้องผลประโยชน์ของภูมิภาค
เวทีต่อมา สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและอดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนกองทัพจากชาติอาเซียนอย่างมาเลเซียและบรูไน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากจีน ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนทรรศนะในประเด็นเรื่องอาเซียนและพลวัตความมั่นคงในภูมิภาคที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป (ASEAN and Evolving Regional Security Dynamics) โดยเฉพาะในอินโด-แปซิฟิกที่แตกแยกและมีการแข่งขันกันมากขึ้น
การเป็นศูนย์กลางอย่างต่อเนื่องของอาเซียนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพและสันติภาพของภูมิภาค อีกทั้งอาเซียนจำเป็นจะต้องเสริมสร้างเสียงร่วมกันและความสามัคคีภายใน เพื่อรับมือกับกระแสภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันไม่ให้ภูมิภาคกลายเป็นเวทีสำหรับการแข่งขันของมหาอำนาจภายนอกภูมิภาคอีกด้วย
ดังนั้น การสร้างอาเซียนที่พร้อมสำหรับอนาคต โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม การส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวและความมั่นคงที่เน้น ‘คนเป็นศูนย์กลาง’ จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยอาเซียนรับมือกับทุกความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ส่วนเวทีปิดท้ายงานสัมมนาวันแรกนั้น มีพันเอกคริส เวห์รี ผู้อำนวยการฝ่ายแผนกลยุทธ์ (J56) กองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา (United States Indo-Pacific Command : USINDOPACOM) พร้อมด้วยนักการทูตและผู้เชี่ยวชาญความมั่นคง ร่วมพูดคุยกันในเรื่องกระบวนทัศน์ความมั่นคงและสันติภาพใหม่: ความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับโลก (Towards a New Security and Peace Paradigm: Regional and Global Cooperation)
พร้อมทั้งทำความเข้าใจเรื่องภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงภัยคุกคามด้านการทหาร แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด สงครามไซเบอร์ การบีบบังคับทางเศรษฐกิจ และการขาดแคลนทรัพยากร ล้วนมีส่วนช่วยให้การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ภาพ: THE STANDARD