×

‘โศกนาฏกรรมบนรางเหล็ก’ สรุปเหตุ เครนถล่มทับรถไฟ ที่ สีคิ้ว ความสูญเสียซ้ำซากจากโครงการระดับประเทศ

โดย THE STANDARD TEAM
14.01.2026
  • LOADING...
‘โศกนาฏกรรมบนรางเหล็ก’ สรุปเหตุ เครนถล่มทับรถไฟ ที่ สีคิ้ว ความสูญเสียซ้ำซากจาก โครงการระดับประเทศ

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของการคมนาคมไทย เมื่อโครงสร้างเครนขนาดใหญ่ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงพังถล่มทับขบวนรถไฟโดยสาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

 

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังนำไปสู่การตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ต่อมาตรฐานความปลอดภัยในโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ ตลอดจนโครงสร้างความรับผิดชอบและการบริหารจัดการที่ต้องถูกทบทวนอย่างเร่งด่วน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

ลำดับเหตุการณ์จากสถานีต้นทางสู่จุดเกิดโศกนาฏกรรม

 

เวลา 05.00 น.: ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 (ดีเซลรางปรับอากาศ) เริ่มออกเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมผู้โดยสารรวม 208 คน

 

เวลาประมาณ 09.05 – 09.13 น.: ขณะขบวนรถแล่นผ่านบริเวณบ้านถนนคต ระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่นและสถานีสีคิ้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยระบุว่า มีวัตถุคล้ายเศษปูนตกลงมากระแทกกระจกหน้ารถก่อน จากนั้นโครงสร้างเครนสำหรับยกติดตั้งคานคอนกรีต (Launching Crane) ขนาดใหญ่ได้พังถล่มลงมาทับตู้โดยสารช่วงกลางขบวนอย่างรุนแรง

 

หลังเกิดเหตุแรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้ตู้รถไฟ 3 ตู้ตกรางและเสียหายหนัก ขบวนรถส่วนหน้าถูกลากต่อไปกว่า 100 เมตรก่อนจะหยุดนิ่ง ทั้งยังเกิดเพลิงลุกไหม้บริเวณตู้โดยสารคันที่สองและสาม แม้หน่วยกู้ภัยและทีมแพทย์ฉุกเฉินจะเข้าพื้นที่ทันที แต่การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากโครงสร้างเหล็กของเครนมีน้ำหนักมหาศาล กีดขวางการเข้าถึงผู้ประสบภัยภายในซากรถ

 

ความสูญเสียอ้างอิงกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานในพื้นที่ ณ เวลา 16.30 น.

 

  • ผู้โดยสารในขบวนขณะเกิดเหตุ: 171 คน (ลงระหว่างทาง 37 คน)
  • ผู้เสียชีวิต: 31 ราย
  • ผู้บาดเจ็บ: 64 ราย
  • ผู้สูญหาย: 5 ราย ตามรายงานเบื้องต้นของ ปชส.นครราชสีมา และ ปภ.

 

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ระบุข้อสันนิษฐาน 4 ประการ:

 

1. อุบัติเหตุน่าจะเกิดขึ้นขณะกำลังเคลื่อนเครนไปข้างหน้า

 

2. ส่วนฐานรองรับ (Support) น้ำหนัก 20-30 ตัน ตกลงมากระแทกรถไฟที่กำลังวิ่งอยู่ด้านล่าง

 

3. แรงกระแทกทำให้โครงเหล็กเลื่อนหักและพาดอยู่บนโครงสร้างสะพาน

 

4. ต้องตรวจสอบการยึดฐานรองรับกับคานขวางว่ามีความแข็งแรงและถูกต้องตามหลักวิศวกรรมหรือไม่

 

รายละเอียดสัญญาโครงการที่เกิดเหตุ

 

  • โครงการ: รถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา
  • สัญญาที่เกิดเหตุ: สัญญาที่ 3–4 ช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด
  • มูลค่าสัญญา: 9,848 ล้านบาท
  • ผู้รับเหมา: บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
  • ความก้าวหน้าโครงการ: ร้อยละ 99.54 ซึ่งเป็นช่วงปลายของการก่อสร้างที่อาจมีการเร่งรัดงานเพื่อชดเชยกำหนดการที่ล่าช้า

 

หลักฐานบ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้อาจไม่ใช่เพียงอุบัติเหตุเฉพาะหน้า แต่สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการบริหารจัดการ เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24-25 สิงหาคม 2567 ได้มีเหตุการณ์อุโมงค์ถล่มที่โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วง สัญญาที่ 3-2 (อุโมงค์คลองไผ่) ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ทำให้คนงานสูญหาย 3 คน และพบร่างในเวลาต่อมา สาเหตุเกิดจากชั้นหินคุณภาพต่ำมากและมีการเตือนความเสี่ยงไว้แล้วแต่โครงสร้างค้ำยันไม่สามารถต้านทานได้

 

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย ตั้งข้อสังเกตว่า สัญญาที่ 3-4 ล่าช้ากว่ากำหนดเดิมมาแล้วถึง 735 วัน (กว่า 2 ปี) การขยายสัญญาและงดเว้นค่าปรับอาจทำให้ผู้รับเหมาขาดความระมัดระวัง หรือเกิดการเร่งรัดงานที่เสี่ยงอันตรายเพื่อปิดโครงการมีการตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของผู้รับเหมาที่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุในโครงการขนาดใหญ่หลายครั้ง แต่ยังคงได้รับสัญญามูลค่าสูงจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

 

หลังเกิดเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินมาตรการต่างๆ

 

  • การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.): ประกาศเยียวยาเบื้องต้นแก่ผู้เสียชีวิตรายละ 80,000 บาท (ค่าทำศพและค่าสินไหม) และรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บทั้งหมด พร้อมระงับการก่อสร้างชั่วคราว
  • กรมการขนส่งทางราง (ขร.): ตรวจสอบพื้นที่และสั่งทบทวนมาตรการความปลอดภัย 5 ข้อที่กำหนดไว้ก่อนหน้า (การตรวจสอบเครน, ระบบความปลอดภัย, การประเมินความเสี่ยง JHA, การควบคุมบุคลากร และการควบคุมงานใกล้ทางรถไฟ)
  • ภาคบริษัทเอกชน: บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและยืนยันการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
  • ด้านกฎหมาย: เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการอายัดตัวผู้ควบคุมเครนเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามขั้นตอน

 

เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม สังคมได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบบันทึกหน้างานเพื่อหาผู้สั่งการที่แท้จริง ตรวจสอบความโปร่งใสในการขยายสัญญา และพิจารณามาตรการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) บริษัทที่ขาดมาตรฐานความปลอดภัยสาธารณะอย่างร้ายแรง เพื่อเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการกำกับดูแลโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ มิให้ชีวิตของประชาชนต้องสูญเสียไปจากความบกพร่องเชิงระบบเช่นนี้อีกต่อไป

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising