วานนี้ (12 เมษายน) ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 (ศรชล.ภาค 1) เปิดปฏิบัติการกลางดึก สนธิกำลังเข้าสกัดจับขบวนการลักลอบขนสินค้าข้ามแดนทางทะเล บริเวณน่านน้ำไทย พื้นที่ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด โดยสามารถจับกุมเรือสัญชาติกัมพูชาได้จำนวน 5 ลำ พร้อมผู้ต้องหา 6 ราย หลังจากที่กลุ่มผู้ต้องหาพยายามกระโดดน้ำหลบหนีการจับกุมแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ
นาวาเอก วุฒิฉัตร ราชรัตนารักษ์ รองผู้อำนวยการ ศรชล.จังหวัดตราด เปิดเผยถึงรายละเอียดของปฏิบัติการดังกล่าวว่า เป็นการบูรณาการกำลังร่วมกันระหว่าง ศรชล.ภาค 1, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด (กอ.รมน.จังหวัดตราด), หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182, ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตราด และหน่วยเรือ ต.230
โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าสกัดจับเรือต้องสงสัยในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ห่างจากชายฝั่งราว 2 ไมล์ทะเล เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ กลุ่มผู้ลักลอบได้พยายามเร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี และมีบางส่วนตัดสินใจกระโดดลงทะเลเพื่อหวังเอาตัวรอด แต่ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่สามารถไล่ติดตามและควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายังสะพานอเนกประสงค์อำเภอคลองใหญ่เพื่อทำการสอบสวนอย่างละเอียด
จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย พบว่าเป็นชาวกัมพูชาจำนวน 5 ราย และเป็นชาวไทย 1 ราย ซึ่งผู้ต้องหาชาวไทยรายนี้มีครอบครัวอยู่ฝั่งกัมพูชาและได้เข้าร่วมขบวนการลักลอบขนสินค้าในครั้งนี้ สำหรับของกลางที่ตรวจยึดได้ พบว่าบรรจุอยู่ในกล่องจำนวนมากกว่า 500 กล่อง ประกอบไปด้วย เครื่องในไก่ ผลไม้หลากชนิด อาทิ มะไฟ ลิ้นจี่ มะขามหวาน รวมถึงปูดำ ซึ่งคาดว่ามูลค่ารวมของกลางทั้งหมดสูงถึงหลายแสนบาท
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่าขบวนการลักษณะนี้มักมีพฤติการณ์อาศัยช่วงเวลากลางดึกในการลักลอบขนสินค้า และเลือกใช้เส้นทางเดินเรือที่ห่างจากชายฝั่งเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ทาง ศรชล.ภาค 1 ได้เพิ่มมาตรการความเข้มงวดและสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าปราบปรามขบวนการลักลอบขนสินค้าข้ามแดนอย่างจริงจังและเด็ดขาด
โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


