อุตสาหกรรมสาหร่ายทะเลในประเทศไทยถือเป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อน ‘เศรษฐกิจสีน้ำเงิน’ (Blue Economy) เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม อย่างไรก็ตาม ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฤดูมรสุมที่ผันผวน และภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อทั้งระบบนิเวศและรายได้ของชุมชนชายฝั่ง
โครงการ GlobalSeaweed-PROTECT จึงถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลสหราชอาณาจักร (UKRI / BBSRC) โดยเป็นการรวมตัวของนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (NHM), สมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งสกอตแลนด์ (SAMS) ร่วมกับพันธมิตรในไทย เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และมูลนิธิยูนุส (ประเทศไทย) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมนี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หนึ่งในภารกิจหลักคือ การรับมือกับศัตรูพืชและโรคพืชที่สร้างความเสียหายให้อุตสาหกรรมสาหร่ายทั่วโลกหลายล้านดอลลาร์ต่อปี โครงการได้นำแนวทางการจัดการแบบก้าวหน้าเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพ (PMP / AB-Seaweed) ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) มาปรับใช้เพื่อบริหารความเสี่ยงเชิงรุก มาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิต เสริมความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และเน้นย้ำถึงบทบาทของสาหร่ายที่สุขภาพดีในการเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศมหาสมุทรที่สมบูรณ์
ในระดับเศรษฐกิจฐานราก มูลนิธิยูนุส (ประเทศไทย) ได้ขับเคลื่อนโครงการ Seaweed Social Business ในจังหวัดสตูล ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Earthshot Prize โครงการนี้ส่งเสริมให้กลุ่มแม่บ้านเพาะเลี้ยง ‘สาหร่ายขนนก’ (Caulerpa) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง
คัลลัม แมคเคนซี ผู้ริเริ่มโครงการระบุว่า สาหร่ายขนนกมีอัตราการเติบโตสูง 5-10 เท่า และเก็บเกี่ยวได้ทุก 1-2 สัปดาห์ ด้วยการดูแลเพียงวันละ 10 นาทีต่อชุดอุปกรณ์ จึงเป็นโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมที่ช่วยสร้างพลังทางเศรษฐกิจแก่ผู้หญิง และเสริมความสามารถในการฟื้นตัวของชุมชนชายฝั่งท่ามกลางความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ
นอกจากมิติเศรษฐกิจแล้ว โครงการยังทำงานเชิงนโยบายร่วมกับเครือข่าย 30×30 Thailand Coalition เพื่อจัดตั้งคณะทำงานด้านสาหร่ายทะเลระดับชาติครั้งแรกของไทย ในการพัฒนาแผนการปรับตัวด้านมหาสมุทรระดับชาติ (National Ocean Adaptation Plan) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์พื้นที่ทางทะเลร้อยละ 30 ภายในปี 2573
การสร้างอุตสาหกรรมสาหร่ายทะเลที่มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพและยั่งยืน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของทรัพยากรทางทะเล เพื่อประโยชน์ต่อทั้งระบบนิเวศและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสังคมไทยในระยะยาว
อ้างอิง:
- https://www.nhm.ac.uk/press-office/press-releases/thai-and-uk-scientists-unite-to-build-resilience-in-seaweed-indu.html” target=”_blank” rel=”noopener”>https://www.nhm.ac.uk/press-office/press-releases/thai-and-uk-scientists-unite-to-build-resilience-in-seaweed-indu.html
[PR NEWS]


