×

เปิดภาพ ทหาร-ตำรวจ นำสื่อไทย ต่างชาติ บุกอาณาจักรสแกมเมอร์เขมร ชายแดนสุรินทร์ พบหลักฐานเพียบ จัดฉากหลอกเหยื่อนานาชาติ

03.02.2026
  • LOADING...
ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์

กรมข่าวทหารบก ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เดินหน้าภารกิจตีแผ่ปัญหาสแกมเมอร์ในกัมพูชาสู่สายตานานาชาติ โดยเชิญคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย จำนวน 20 ประเทศ รวมถึง สหรัฐฯ, ฝรั่งเศส, มาเลเซีย, เวียดนาม, สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI ของสหรัฐฯ, สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้, ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจของสถานเอกอัครราชทูตอินเดีย และญี่ปุ่น, สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ตลอดจนองค์กรภาคประชาสังคม (NGO) และสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติหลายสำนัก อาทิ THE STANDARD, Reuters และ AP ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ตรงข้าม เมืองโอร์เสม็ด จ.อุดรมีชัย เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์หรือสแกมเมอร์

 

การลงพื้นที่ดังกล่าว เกิดขึ้นวานนี้ (2 กุมภาพันธ์) โดยมีไฮไลต์สำคัญ คือการบรรยายสรุปสถานการณ์และข้อมูลของขบวนการสแกมเมอร์ที่กำลังเป็นภัยคุกคามระดับโลก รวมถึงอธิบายสถานการณ์จริงในพื้นที่ชายแดนภายหลังเหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาเมื่อเดือนธันวาคม ก่อนที่จะมีการนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติ พร้อมด้วย UNODC เข้าตรวจสอบฐานที่ตั้งของขบวนการสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ในบ่อนกาสิโน 2 แห่ง คือโอร์เสม็ด รีสอร์ตและกาสิโน (O’Smach Resort&Casino) และรอยัลฮิลล์ รีสอร์ต (Royal Hill Resort) ที่ตั้งอยู่ใกล้จุดผ่านแดนช่องจอม

 

เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ พร้อมคณะ ยังได้เข้าตรวจสอบภายในกลุ่มอาคารของรอยัลฮิลล์ รีสอร์ต ซึ่งประกอบด้วยอาคารขนาดใหญ่ 6 ชั้น 3 หลัง ที่ได้รับความเสียหาย จากการถูกฝ่ายไทยยิงปืนใหญ่โจมตีในเหตุปะทะชายแดนเมื่อเดือนธันวาคม หลังตรวจพบว่า ทหารกัมพูชาใช้พื้นที่แห่งนี้ในการปล่อยโดรนพลีชีพกว่า 100 ลำ โจมตีฝ่ายไทยจนทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ ซึ่งภายหลังสิ้นสุดการปะทะฝ่ายทหารไทยสามารถควบคุมพื้นที่โดยรอบได้กว่า 100 ไร่

 

จากการตรวจสอบ พบว่าภายในอาคารเหล่านี้เป็นที่ตั้งของฐานสแกมเมอร์อย่างชัดเจน โดยมีทั้งห้องพักและห้องทำงานของขบวนการสแกมเมอร์ที่ใช้หลอกลวงเหยื่อจากหลายประเทศ อาทิ สหรัฐฯ, อินเดีย, ออสเตรเลีย, บราซิล, เวียดนาม,สิงคโปร์ ซึ่งในบางห้องทำงาน มีการจัดฉากปลอมเป็นสำนักงานตำรวจของประเทศเหล่านี้ พร้อมด้วยชุดเครื่องแบบตำรวจปลอม ธงชาติ และสคริปต์สนทนาสำหรับใช้ในการหลอกเหยื่อ รวมทั้งมีห้องเก็บเสียงขนาดเล็กที่ใช้ในการโทรศัพท์หลอกเหยื่อด้วย

 

ในบางจุดของอาคาร ยังมีห้องสำหรับกักขังเหยื่อที่ถูกหลอกลวงบังคับทำงานและมีอาวุธสำหรับใช้ทรมาน เช่น กระบองช็อตไฟฟ้า ถูกทิ้งไว้ โดยภายในที่ตั้งกลุ่มอาคารยังมีอาคารโรงอาหารแยกสำหรับใช้รองรับสมาชิกขบวนการจำนวนมาก

 

สภาพในห้องพักและห้องทำงานของขบวนการสแกมเมอร์เหล่านี้ พบว่าหลายจุดได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีด้วยปืนใหญ่ของฝ่ายไทย โดยพบว่ายังมีเสื้อผ้าและสิ่งของเครื่องใช้จำนวนมาก รวมถึงอาหารถูกทิ้งไว้จนเน่าเสีย ซึ่งคาดว่าเป็นการหนีตายจากการโจมตีอย่างกะทันหัน

 

ในส่วนของหลักฐานที่ใช้หลอกลวงเหยื่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่รวบรวมได้ พบซิมการ์ดจำนวน 871 ซิม จาก 10 ประเทศ มากสุดคือ ฮ่องกง มาเลเซีย และสหรัฐฯ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบพาสปอร์ตและบัตรประชาชนปลอมของ 9 ประเทศ และธนบัตรปลอมหลายประเทศ ส่วนอุปกรณ์ที่เป็นหลักฐานอื่นๆ เช่นฮาร์ดดิสก์ หรือโทรศัพท์มือถือที่ใช้หลอกเหยื่อนั้น ส่วนใหญ่ไม่ถูกทิ้งไว้ โดยพบเพียงไม่กี่สิบชิ้น ซึ่งคาดว่ากลุ่มสแกมเมอร์อาจมีการนำไปด้วยระหว่างหลบหนีหรือเคลื่อนย้ายไปยังฐานสแกมเมอร์แห่งใหม่

 

พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ระบุว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อต้องการสื่อสารและให้สังคมภายนอกได้รับรู้ว่ามีการก่ออาชญากรรมที่มีผลต่อมวลมนุษยชาติ โดยหลังตรวจสอบอาคารต่างๆ พบโครงสร้างของศูนย์สแกมเมอร์ ที่เป็นระบบ มีขั้นตอนการทำงานที่ละเอียด ซึ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว โดยกองทัพมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่

 

พล.ท.ธีรนันท์ ยังเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ฝ่ายทางการไทยได้มีการประสานไปยังทางการกัมพูชาและแจ้งถึงจุดที่ต้องสงสัยว่าเป็นฐานสแกมเมอร์หลายแห่งในประเทศกัมพูชา รวมถึงในพื้นที่เมืองโอร์เสม็ด ซึ่งพบมีคนไทยเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เหล่านี้ที่ถูกกักขังและทรมาน แต่กลับได้คำตอบว่า เข้าไปดูแล้วไม่พบคนไทยจึงไม่ได้รับการช่วยเหลือ

 

ขณะที่ในส่วนการคุมพื้นที่ของกองทัพนั้น พล.ท.ธีรนันท์ เผยว่าเป็นการปฏิบัติการตามถ้อยแถลงร่วมฯ โดยยึดหลักการวางกำลังภายหลังจากเหตุปะทะ คือฝ่ายไหนอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น ส่วนการเจรจาทั้งหมดจะกลับไปที่ JBC และ GBC

 

ทางด้านพล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยว่าการลงพื้นที่ร่วมกับผู้แทนนานาชาติในครั้งนี้ เพื่อความร่วมมือในอนาคตและมีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานจำนวนมาก เช่น พาสปอร์ตที่ถูกทิ้งไว้ในฐานสแกมเมอร์ เพื่อใช้ในการสืบสวนและติดตามดำเนินคดีต่อไป

 

อย่างไรก็ตามสำหรับการปฏิบัติการของกลุ่มสแกมเมอร์นั้น พบว่ามีการเคลื่อนย้ายฐานที่ตั้ง ทั้งจากกัมพูชาไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา หรือย้ายออกห่างชายแดนไทยไปยังพื้นที่ติดชายแดนเวียดนาม

 

ขณะที่เขามองว่า หลังการสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชา สถิติคดีค้ามนุษย์และสแกมเมอร์ที่หลอกลวงชาวไทยนั้นยังไม่มีตัวเลขลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยทางการไทยยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

 

ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 1ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 2ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 3ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 5ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 6ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 7ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 8ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 9ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 10ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 11ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 12ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 13ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 14ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 15ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 16ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 17ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 18ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 19ทหารและตำรวจไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยและต่างชาติเข้าตรวจสอบอาณาจักรสแกมเมอร์ข้ามชาติบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ 20

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising