×

สื่อนอกจับตาเลือกตั้งไทย ตั้งคำถามพรรคประชาชนจะ Break the Cycle ได้หรือไม่?

07.02.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกจากสื่อนอกตั้งคำถามถึงพรรคประชาชนในการเลือกตั้งไทยว่าจะสามารถ 'Break the Cycle' ได้หรือไม่

สำนักข่าว Al Jazeera เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการเลือกตั้งของไทยที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (8 กุมภาพันธ์) โดยมีเนื้อหาระบุถึงพรรคประชาชน ในฐานะนักปฏิรูปว่าจะสามารถ ‘Break the Cycle’ หรือ ‘ทำลายวงจรอันน่าหดหู่’ ที่พรรคการเมืองฝ่ายปฏิรูปมักชนะการเลือกตั้ง แต่ก็ถูกโค่นล้มโดยศาล รัฐประหาร หรือการแทรกแซงอื่นๆ จากผู้พิพากษา นายพล และบรรดามหาเศรษฐีชนชั้นนำของประเทศ

 

Al Jazeera ชี้ว่าประชาชนไทยจำนวนมากกำลังกลัวว่ารูปแบบของวงจรนี้กำลังจะซ้ำรอย

 

โดยในไทย การชนะการเลือกตั้งไม่ได้เป็นการรับประกันสิทธิ์ในการปกครองประเทศ ซึ่งในการเลือกตั้งปี 2023 พรรคก้าวไกล ที่ปัจจุบันกลายมาเป็นพรรคประชาชน สามารถชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 โดยได้ 151 ที่นั่งจากทั้งหมด 500 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร แต่กลับถูกขัดขวางจากอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่แต่งตั้งโดยกองทัพ และต่อมาถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคในคดีล้มล้างการปกครองฯ เนื่องจากเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

 

ทั้งนี้ แม้ผลสำรวจความคิดเห็นจะชี้ว่าพรรคประชาชน น่าจะชนะที่นั่งส่วนใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกุล มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลได้มากกว่า

 

บทความยังชี้ความเห็นของนักวิเคราะห์ ที่มองว่าพรรคภูมิใจไทยอาจใช้กลยุทธ์ด้วยการสนับสนุนจากกลุ่มผู้มีอำนาจทางการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม ตลอดจนจับมือกับพรรคเพื่อไทย และพรรคเล็กๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

 

ความพ่ายแพ้ในอดีตไม่ควรดับความหวังประชาชน

 

อย่างไรก็ตาม ไอซ์ รักชนก ศรีนอก อดีต ส.ส.บางบอน ผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ Al Jazeera ว่า “ความพ่ายแพ้ในอดีตนั้นไม่ควรดับความหวังของประชาชน”

 

เธอยืนยันว่าพรรคประชาชน “ไม่ใช้เงินซื้ออำนาจ” และ “เป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งได้โดยไม่ใช้เงินแม้แต่บาทเดียวในการซื้อเสียง”

 

“เมื่อประชาชนเข้าใจว่าพวกเขามีบทบาทและเสียงของพวกเขามีความสำคัญ พวกเขาจะไม่สิ้นหวังในทางการเมือง” รักชนกกล่าว

 

ด้าน ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวต่อ Al Jazeera โดยเตือนว่า “การเมืองที่ใช้เงินซื้อเสียง ยังคงสามารถเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งในพื้นที่ชนบทได้ แม้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะ ‘รับเงินแต่ลงคะแนนด้วยหัวใจ’ มากขึ้นก็ตาม”

 

“สำหรับพรรคประชาชน ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นจริง ก็ต่อเมื่อได้รับที่นั่ง 200 ที่นั่งขึ้นไป” เขากล่าวเสริม

 

นายกรัฐมนตรีที่รักชาติ

 

นอกจากนี้ บทความของ Al Jazeera ยังฉายมุมมองจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างพรรคภูมิใจไทย โดยชี้ถึงแนวทางหาเสียงของพรรคและอนุทิน ที่ยืนยันว่า “เมื่อมีกองทัพอยู่เคียงข้าง เราจะไม่มีวันพ่ายแพ้”

 

Al Jazeera ระบุว่า อนุทิน ยังได้รวบรวมทีมงานผู้มากประสบการณ์จากแวดวงธุรกิจและการทูต และได้รับการสนับสนุนจากราชวงศ์การเมืองที่มีอำนาจซึ่งแลกเปลี่ยนการสนับสนุนกับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี

 

โดยพรรคของเขายังได้ออกนโยบายประชานิยม ที่รวมถึงโครงการคนละครึ่ง ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่ครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กที่เผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจ

 

ขณะที่ความเห็นจากหนึ่งในผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยวัย 56 ปี ที่ให้สัมภาษณ์ Al Jazeera ระหว่างการปราศรัยหาเสียงของพรรคในกรุงเทพฯ เมื่อไม่นานนี้ ระบุว่า “เขาไม่รู้จักนโยบายอื่นๆ มากนัก แต่มองว่าประเทศไทยต้องมีนายกรัฐมนตรีที่รักชาติด้วย”

 

โอกาสสุดท้ายฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

 

อย่างไรก็ตาม Al Jazeera ชี้ว่า ไม่ว่าพรรคใดจะชนะการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ ก็จะต้องรับภารกิจอันท้าทายของประเทศไทยที่กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ทั้งจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกของไทย และการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงเหลือต่ำกว่า 2% ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวก็ลดลง

 

ศ.ดร.ภวิดา ปานะนนท์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ โลจิสติกส์และการขนส่ง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองความสำคัญของการเลือกตั้งในครั้งนี้ ว่า “อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยที่เคยแข็งแกร่ง” ซึ่งการที่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้นั้น ความมั่นคงทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

 

“การเคารพผลการเลือกตั้งและหลีกเลี่ยงการเล่นการเมืองที่ขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ” เธอกล่าว

 

ขณะที่บทความทิ้งท้ายด้วยข้อความในระหว่างการหาเสียงของรักชนก ที่เรียกร้องให้คนไทยอย่าท้อถอย

 

“ทันทีที่คุณหยุดส่งสัญญาณด้วยการลงคะแนนเลือกตั้ง นั่นคือเวลาที่ 1% ของผู้ที่ถือครองทรัพยากรของประเทศนี้จะตัดสินใจแทนคุณ หลายคนอาจมองการเมืองว่าเป็นเรื่อง ‘สกปรก’ เต็มไปด้วยการหลอกลวง การใส่ร้ายป้ายสี และการโต้เถียงไม่รู้จบ แต่ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนแปลงได้ก็ต่อเมื่อการเมืองเปลี่ยนแปลง” รักชนกกล่าว และยืนยันว่าเธอ “ยังคงมีความศรัทธาในประชาชน”

 

อ้างอิง :

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising