ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็น ‘สภาพปกติใหม่’ ผู้นำธุรกิจไม่อาจตั้งรับด้วยกลยุทธ์แบบเดิมได้อีกต่อไป คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่คือ องค์กรจะปรับตัวและคว้าโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงนั้นได้รวดเร็วเพียงใด
ประเด็นนี้ถูกฉายภาพไว้อย่างชัดเจนใน PwC Thailand Spotlight พอดแคสต์ซีรีส์ ตอน ‘Value in Motion พลิกมุมมองเชิงลึกระดับโลกสู่โอกาสทางธุรกิจของไทย’ ซึ่ง อัลเลน เว็บบ์ หัวหน้าฝ่ายข้อมูลเชิงลึกและกรรมการผู้จัดการด้านผู้นำทางความคิดระดับโลกของ PwC ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ถ่ายทอดมุมมองจากงานวิจัย Value in Motion ว่า เมกะเทรนด์สำคัญอย่าง AI การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และโครงสร้างประชากร กำลังหลอมรวมกันและ ‘ขยับมูลค่า’ ข้ามพรมแดนอุตสาหกรรมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
‘โดเมนแห่งการเติบโต’ กติกาใหม่แห่งการแข่งขัน
หัวใจของงานวิจัย Value in Motion คือ แนวคิดเรื่อง ‘โดเมนใหม่แห่งการเติบโต’ (new domains of growth) ซึ่งไม่ได้มองโลกผ่านเลนส์อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม (traditional industries) แต่พิจารณาจาก ‘ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์’ (human needs) และการบรรจบกันของเทคโนโลยี ความยั่งยืน และโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ
PwC ระบุโดเมนแห่งการเติบโตไว้ ‘เก้าโดเมน’ ตั้งแต่การเคลื่อนย้าย การดูแลสุขภาพ การสร้างและอยู่อาศัย ไปจนถึงการจัดหาเงินทุนและการประกัน โดยโดเมนเหล่านี้กำลังเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้ามาสร้างคุณค่าใหม่ร่วมกัน พร้อม ๆ กับท้าทายผู้เล่นเดิมให้ต้องปรับบทบาทของตนเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับประเทศไทย โดเมนเหล่านี้ช่วยทำให้ ‘โอกาส’ ที่เคยกระจัดกระจาย เริ่มชัดเจนขึ้น ตัวอย่างเช่น โดเมนการเคลื่อนย้าย (how we move) ที่ไทยมีความได้เปรียบจากระบบนิเวศยานยนต์และบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค ขณะที่การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (electric vehicle: EV) กำลังดึงผู้เล่นใหม่ ๆ ตั้งแต่ผู้ให้บริการพลังงาน เครือข่ายสถานีชาร์จ ไปจนถึงสถาบันการเงินที่ออกสินเชื่อเฉพาะทาง เข้ามาร่วมออกแบบประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่
ในทำนองเดียวกัน โดเมนการดูแลสุขภาพ (how we care) เปิดโอกาสให้ไทยต่อยอดความแข็งแกร่งด้านบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ผ่านเทคโนโลยีและการรักษาทางไกลอย่าง telehealth และนวัตกรรมด้านการดูแลเชิงป้องกัน ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกที่มองหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ตลาดเกิดใหม่: จากผู้ตามสู่ผู้นำเกม
หนึ่งในอินไซต์สำคัญที่ อัลเลน เว็บบ์ เน้นย้ำ คือ ‘ตลาดเกิดใหม่มีแต้มต่อเชิงโครงสร้าง’ ในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นแนวหน้าในโดเมนแห่งการเติบโต เมื่อเทคโนโลยี ความเชื่อมั่น และความยั่งยืนมาบรรจบกัน โดยประเทศไทยและประเทศตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ มีทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถต่อยอดสู่เกษตรกรรมสีเขียว พลังงานสะอาด และโมเดลเศรษฐกิจใหม่ได้โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนจากโครงสร้างเดิมมากเท่าประเทศพัฒนาแล้ว อีกทั้งการกระจายตัวของเทคโนโลยี (technology democratisation) โดยเฉพาะ AI ทำให้การเข้าถึงนวัตกรรมไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงบางประเทศอีกต่อไป นี่คือเหตุผลที่ไทยไม่จำเป็นต้องเป็นเพียง ‘ผู้ตามเกม’ แต่มีศักยภาพจะเป็นผู้กำหนดทิศทางในบางโดเมน หากสามารถขยับตัวได้เร็วและกล้าพอที่จะคิดข้ามกรอบอุตสาหกรรมเดิม
สามฉากทัศน์โลก และสิ่งที่ผู้นำธุรกิจต้องเตรียมพร้อม
เพื่อช่วยให้ผู้นำธุรกิจรับมือกับความไม่แน่นอน PwC ได้นำเสนอ สามฉากทัศน์อนาคต (three tomorrows) ตั้งแต่โลกที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่น (trust-based transformation) โลกแห่งการเปลี่ยนผ่านที่ตึงเครียด (tense transition) ไปจนถึงยุคแห่งความวุ่นวายที่ขาดความร่วมมือ (turbulent times) ซึ่งสิ่งที่ทั้งสามฉากทัศน์มีร่วมกันคือ บทบาทของ ‘ความไว้วางใจและความร่วมมือ’ ในฐานะทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ที่มีค่าที่สุด รายงานของ PwC ชี้ว่า ไม่ว่าโลกจะเดินไปในทิศทางใด องค์กรที่สามารถสร้างพันธมิตร ขยายระบบนิเวศ และออกแบบโมเดลคุณค่าใหม่ร่วมกับผู้อื่น จะมีโอกาสคว้ามูลค่าที่กำลังเคลื่อนย้ายอยู่ได้มากกว่า
ตามการวิเคราะห์ของ PwC มูลค่าของโดเมนรวมทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึงประมาณ 132.54 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2578 สะท้อนถึงการเติบโตที่ขับเคลื่อนโดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นวัตกรรมทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการลงทุนในทศวรรษหน้าและหลังจากนั้น
ภารกิจเร่งด่วนของผู้นำธุรกิจไทย
จากอินไซต์ทั้งหมด อัลเลน เว็บบ์ เรียกสิ่งนี้ว่า ‘ความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับโฉมธุรกิจ’ (reinvention imperative) ซึ่งผู้นำองค์กรควรต้องขับเคลื่อนพร้อมกันในสามมิติ ดังต่อไปนี้
1. กระตุ้นการสร้างนวัตกรรมเชิงระบบ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่หมายรวมถึงโมเดลธุรกิจ โมเดลการดำเนินงาน และโมเดลพลังงาน เพราะโดเมนใหม่จำนวนมากต้องอาศัยการเปลี่ยนวิธีสร้างคุณค่า ไม่ใช่แค่เพิ่มประสิทธิภาพของวิธีการเดิม ๆ
2. สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันใหม่จากการมองเห็นและคว้ามูลค่าที่กำลังเคลื่อนย้าย โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวเร่ง ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่น และระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ภายใต้การบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เปลี่ยนอุปสรรคให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือและการพัฒนาขีดความสามารถ ปลดล็อกอุปสรรคทั้งด้านทรัพยากรและช่องว่างด้านทักษะ การสร้างพันธมิตรและการเข้าซื้อกิจการ ไปจนถึงการเตรียมพร้อมรับมือกฎระเบียบและมาตรฐานใหม่ในแต่ละฉากทัศน์ของโลก
โลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ไม่ต่างจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอดีต แต่ครั้งนี้เกิดขึ้นเร็วกว่า ซับซ้อนกว่า และเชื่อมโยงกันมากกว่า โอกาสจึงไม่จำเป็นต้องเป็นขององค์กรที่ใหญ่ที่สุด หากเป็นขององค์กรที่มองเห็นการเคลื่อนย้ายของมูลค่า เข้าใจโดเมนแห่งการเติบโต และกล้าปรับโฉมตนเองก่อนใคร
โดเมนแห่งการเติบโตนี้เปิดโอกาสใหม่ให้ธุรกิจไทยก้าวออกจากกรอบเดิม แต่ขณะเดียวกันก็เปิดให้ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาแข่งขันในพื้นที่ของเราเช่นกัน ผู้ที่ชนะในเกมใหม่นี้ ไม่ใช่ผู้ที่มีทรัพยากรมากที่สุด หากแต่เป็นผู้ที่ขยับตัวได้เร็วที่สุดและออกแบบคุณค่าใหม่ร่วมกับระบบนิเวศได้ดีที่สุด
ภาพ: Anton Vierietin / Shutterstock
อ้างอิง:

