เงินบาทมีแนวโน้ม ‘แข็งค่า’ ต่อ โดย SCB FM มองมีโอกาสหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์ (กรอบที่ราว 30.85-31.35) ขณะที่กรุงศรีฯ ชี้หากตั้งรัฐบาลได้เร็วอาจดึงดูดกระแสเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง
วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) วชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เงินบาทปรับแข็งค่าแรงถึง 50 สตางค์ หลังพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง ด้วยคะแนนสูงกว่าที่ผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาด อีกทั้ง ยังพบว่าอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (THOR) ปรับสูงขึ้นราว 2 bps และดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับสูงขึ้นแรง
“สถานการณ์ในตลาดการเงินสะท้อนได้ว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดปรับดีขึ้น โดยมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลในรอบนี้น่าจะมีเสถียรภาพมากขึ้น การดำเนินนโยบายภาครัฐมีแนวโน้มเป็นไปได้ ‘ต่อเนื่อง’ เพราะพรรคภูมิใจไทยจะได้บริหารประเทศต่อจากก่อนเลือกตั้ง ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของผู้ร่วมตลาด นอกจากนี้ คาดว่านโยบายภาครัฐน่าจะเป็นแบบขยายตัว (Expansionary)โดยน่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อ เช่น คนละครึ่ง เฟส 2” วชิรวัฒน์กล่าว
SCB FM ยังมองว่า เงินบาทในระยะต่อไปมีแนวโน้มแข็งค่าต่อได้ โดยมองกรอบที่ราว 30.85-31.35 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจาก (1) ความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลง (2) ราคาทองคำกลับมาสูงขึ้น (3) ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสอ่อนค่าลงอีกได้ (4) เงินเยนมีความเสี่ยงด้านอ่อนค่าลดลง และ (5) เห็นสัญญาณเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ไหลเข้ามาสู่ตลาดการเงินไทย
เปิดคัมภีร์เงินบาทสำหรับ ‘ผู้ส่งออก-นำเข้า’
SCB FM กล่าวต่อว่า สำหรับผู้นำเข้า หาก USDTHB ลงมาที่ระดับราว 30.75-31.25 เป็นระดับที่น่าเข้าซื้อ โดยมองว่า ธปท. น่าจะเข้าไปประคองให้เงินบาทไม่แข็งค่าลงไปมาก เพราะยังมีความสามารถ (Room) ในการเข้าแทรกแซงค่าเงินบาทได้ หลังไทยรอดพ้นจากการถูกจัดเป็น FX manipulator ของกระทรวงคลังสหรัฐฯ
ส่วนในฝั่งผู้ส่งออก มองว่าหาก USDTHB สูงขึ้นมาที่ระดับราว 31.50-32.00 เป็นระดับที่ขายได้ โดยหากมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เช่น เลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาดีตามที่ตลาดคาด อาจทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้น หรือหากราคาทองคำลดลงอีก อาจกดดันบาทอ่อนค่าได้
กรุงศรีฯ จับตาตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ และไทยจับขั้วตั้งรัฐบาล
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.70 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลจ้างงานเดือนมกราคมของสหรัฐฯ ซึ่งถูกเลื่อนมาประกาศในวันที่ 11 กุมภาพันธ์
โดยในภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงมีลักษณะจ้างงานต่ำและเลิกจ้างต่ำ ขณะที่ตัวเลขล่าสุดได้สร้างความสงสัยว่าในการประชุมครั้งที่ผ่านมาเฟดอาจสรุปเร็วเกินไปว่าความเสี่ยงด้านลบต่อตลาดแรงงานได้ผ่อนคลายลงแล้ว อีกทั้งสนับสนุนมุมมองของเราว่า อุปสงค์แรงงานที่อ่อนแอจะชัดเจนมากขึ้นและเอื้อให้เฟดปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมราวช่วงกลางปีนี้ภายใต้ประธานเฟดคนใหม่ โดยแนวโน้มหลักของเงินดอลลาร์ยังคงอยู่ในทิศทางอ่อนลง
นอกจากนี้ ตลาดจะประเมินผลชัยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายของพรรค LDP ในญี่ปุ่น โดยชัยชนะที่เด็ดขาดทำให้นายกฯทาคาอิจิมีโอกาสสูงขึ้นในการผลักดันนโยบายด้านการคลัง ภาวะดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินเยนในระยะนี้
สำหรับปัจจัยในประเทศ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า ตลาดคาดหวังเสถียรภาพทางการเมืองจากผลเลือกตั้ง และหากสามารถจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วอาจดึงดูดกระแสเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง


