นีลเส็นไอคิวเปิดเผยผลการสำรวจคุณภาพรถยนต์ประจำปี 2568 จากผู้ซื้อรถใหม่จำนวน 3,479 รายทั่วประเทศ โดยครอบคลุมทั้งรถยนต์ทั่วไปและ ‘รถยนต์พลังงานไฟฟ้า’ อย่างครบถ้วน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความคาดหวังด้านคุณภาพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการใช้งานในชีวิตประจำวันที่เข้มข้นและหลากหลายรูปแบบมากขึ้น
พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ต่างให้ความสำคัญกับความง่ายในการใช้งานและ ‘ความน่าเชื่อถือ’ เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อรถยนต์ประเภทใดก็ตาม ประสิทธิภาพในการใช้งานจริงต้องสามารถตอบสนองความต้องการของทั้งผู้ขับขี่และสมาชิกในครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบและไร้รอยต่อที่สุด
พฤติกรรมผู้ใช้รถและเกณฑ์การวัดคุณภาพ
การวัดคุณภาพรถยนต์ในการศึกษาครั้งนี้ใช้เกณฑ์จำนวนปัญหาที่พบต่อรถยนต์ 100 คัน หรือ ‘PP100’ ในช่วงระยะเวลา 1 ถึง 6 เดือนแรกหลังจากการซื้อรถยนต์ใหม่ โดยคะแนนประเมินที่ต่ำจะสะท้อนถึงคุณภาพรถยนต์ที่สูงกว่าและมีปัญหากวนใจระหว่างการใช้งานน้อยกว่าอย่างชัดเจน
ผลการศึกษาพบว่าเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าพบปัญหาจากการใช้งานเฉลี่ย 174 ปัญหาต่อรถ 100 คัน ขณะที่กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปพบ 169 ปัญหาต่อรถ 100 คัน ความแตกต่างของตัวเลขนี้เกิดจากลักษณะการใช้งานและความคุ้นเคยของผู้ใช้ที่แตกต่างกัน มากกว่าจะเป็นตัวชี้วัดเรื่องคุณภาพของยานยนต์โดยตรง
มณีณัฐฐา จิระเสวีจินดา ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกผู้บริโภค ธุรกิจยานยนต์ นีลเส็นไอคิว ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า “ตลาดรถยนต์ไทยกำลังก้าวสู่ช่วงอิ่มตัว ซึ่งนวัตกรรมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้อีกต่อไป”
ผู้อำนวยการบริหารยังกล่าวเสริมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคอีกว่า “ผู้บริโภคประเมินรถจากการใช้งานจริง ทั้งการตอบสนองของระบบดิจิทัล ความสบาย หรือประสิทธิภาพแอร์ ผู้ผลิตที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับสมรรถนะที่น่าเชื่อถือได้ จะมีความได้เปรียบในการเป็นผู้นำตลาด ท่ามกลางความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”
การขยายตัวของกลุ่มผู้ใช้งานที่หลากหลาย
ข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่น่าสนใจ โดยกลุ่มผู้ซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเริ่มมีช่วงอายุที่ขยับสูงขึ้น สัดส่วนของผู้ซื้อในวัย 40 ปีขึ้นไปเพิ่มจาก 33% ในปี 2567 ขยับขึ้นมาเป็น 38% ในปี 2568 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ใหญ่
นอกจากนี้ การใช้งานรถพลังงานไฟฟ้ายังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่ โดยกลุ่มที่มีผู้โดยสารเดินทางร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปเพิ่มขึ้นเป็น 42% สิ่งนี้สะท้อนพฤติกรรมว่ารถอีวีกำลังก้าวสู่การเป็น ‘ตัวเลือกหลัก’ สำหรับผู้ใช้งานในวงกว้างและตอบโจทย์การใช้งานแบบครอบครัว
ในฝั่งของผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปก็พบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเช่นกัน โดยรถยนต์กลุ่มนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ซื้อรถใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง หรือมีรายได้ครอบครัวอย่างน้อย 95,000 บาทต่อเดือน ซึ่งมีสัดส่วนการซื้อเพิ่มขึ้นจาก 22% ขยับเป็น 27% ในปีการสำรวจล่าสุด
เมื่อกลุ่มผู้ใช้มีกำลังซื้อที่สูงขึ้น ความคาดหวังต่อคุณภาพรถยนต์ก็พุ่งสูงตามไปด้วย ผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปถึง 85% ได้รายงานว่าพบปัญหาจากการใช้งานอย่างน้อย 1 ปัญหาในปี 2568 ซึ่งตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ตอกย้ำว่าตลาดกำลังเผชิญกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในการขับขี่มากขึ้น
รถไฟฟ้ามักเจอปัญหา ‘ระบบดิจิทัล’
เมื่อเจาะลึกถึงปัญหาการใช้งาน ผู้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามักรายงานปัญหาด้าน ‘ระบบดิจิทัล’ โดยเฉพาะหน้าจอสัมผัสที่ตอบสนองล่าช้าหรือไม่เสถียร ซึ่งหมวดระบบความบันเทิงและนำทางมีคะแนนปัญหาพุ่งสูงขึ้นจาก 20.8 เป็น 28.0 PP100 ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี
พฤติกรรมการชาร์จไฟที่บ้านก็พบอุปสรรคสำคัญ โดยปัญหาความล่าช้าในการชาร์จเพิ่มขึ้นจาก 3.9 เป็น 6.2 PP100 และผู้ใช้ถึง 64% ระบุว่าต้องรอชาร์จไฟนานกว่า 8 ชั่วโมง นอกจากนี้ปัญหาความกังวลเรื่องระยะทางวิ่งที่ลดลงกะทันหันก็มีรายงานเพิ่มสูงขึ้นจาก 0.7 เป็น 2.1 PP100 เช่นกัน
ส่วนผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปมักเผชิญปัญหาด้านสมรรถนะเครื่องยนต์ โดยเฉพาะเรื่องกำลังรถยนต์ไม่เพียงพอที่มีรายงานสะสมเพิ่มสูงขึ้นเป็น 4.5 PP100 ขณะเดียวกันทั้งสองกลุ่มผู้ใช้งานต่างพบปัญหาที่คล้ายคลึงกันคือ ระบบแอร์ที่ไม่เย็นเร็วพอและการป้องกันแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนที่ยังตอบโจทย์ได้ไม่ดีนัก
สำหรับการประเมินรุ่นรถที่ทำคะแนนความพึงพอใจได้ดีที่สุดในกลุ่มกระบะ 4 ประตูคือ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บ พลัส ขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่คว้าคะแนนต่ำสุดเพียง 133 PP100
ในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก โตโยต้า ยาริส ทำคะแนนนำมาที่ 170 PP100 ส่วนกลุ่มรถยนต์ขนาดกลางระดับต้นตกเป็นของ มาสด้า 2 ด้วยคะแนน 169 PP100 ขณะที่ โตโยต้า โคโรลล่า ครอส สามารถครองแชมป์ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กที่คะแนน 145 PP100
ด้านรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่หรือพีพีวีตกเป็นของ อีซูซุ มิวเอกซ์ ที่ทำได้ 150 PP100 สำหรับกระบะตอนเดียวคือ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สปาร์ค ขับเคลื่อน 4 ล้อ คว้าคะแนนไป 146 PP100 และรุ่นกระบะตอนขยายคือ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สเปซแค็บ 2 ประตู ทำผลงานไว้ที่ 156 PP100
ปิดท้ายด้วยกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีตัวแทนที่ทำคะแนนคุณภาพได้เท่ากันถึง 2 รุ่น ได้แก่ ไอออน ไฮป์เทค เอชที และ บีวายดี ซีไลออน 7 โดยทั้งคู่สามารถคว้าคะแนนประเมินไปได้ที่ 152 PP100 จากประสบการณ์การขับขี่จริงของผู้บริโภคชาวไทย


