ดัชนีตลาดหุ้นหลักของเกาหลีใต้ ทั้ง KOSPI และ KOSDAQ ปรับตัวร่วงลงอย่างรุนแรงในการซื้อขายวันแรกของเดือนกุมภาพันธ์ โดยดัชนีหลักอย่าง KOSPI ร่วงลงกว่า 5% ทำให้ดัชนีลดลงไปต่ำกว่า 5,000 จุด
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ระบุว่า ดัชนี KOSPI ปิดตลาดที่ระดับ 4,949.67 จุด ลดลง 5.26% จากวันทำการก่อนหน้า ที่ดัชนีพุ่งขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับ 5,321.68 จุด ด้านดัชนี KOSDAQ ซึ่งเพิ่งพุ่งทะลุระดับ 1,000 จุดไปเมื่อเร็วๆ นี้ ก็ปิดตลาดที่ 1,098.36 จุด ลดลง 4.44% จากวันทำการก่อนหน้าเช่นกัน
ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ประกาศเริ่มใช้มาตรการ Circuit Breaker (การระงับการซื้อขายชั่วคราว) ฝั่งขาย ในเวลา 12.31 น. ของวันเดียวกัน โดย Circuit Breaker ของ KOSPI จะทำงานเมื่อราคาของสัญญาฟิวเจอร์ส KOSPI 200 ที่มีการซื้อขายสูงสุด ปรับตัวขึ้นหรือลดลงมากกว่า 5% จากวันทำการก่อนหน้า เป็นเวลา 1 นาที
หุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดย Samsung Electronics ปิดที่ 150,400 วอน ลดลง 6.29% จากวันทำการก่อนหน้า ขณะที่ SK Hynix ปิดตลาดที่ 830,000 วอน ลดลง 8.69%
นักวิเคราะห์ระบุว่า ผลกระทบต่อตลาดหุ้นในประเทศเกิดจากความคาดการณ์ที่ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะชะลอตัวลง หลังจากมีการเสนอชื่อ เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีแนวโน้มสนับสนุนนโยบายการเงินตึงตัว เป็นแคนดิเดตประธานเฟดคนต่อไป
ดัชนี KOSPI ถือเป็นดัชนีหุ้นหลักที่ร้อนแรงที่สุดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา หลังจากดัชนีปรับตัวขึ้นกว่า 100% และภายใน 1 เดือนที่ผ่านมา ก็ปรับตัวขึ้นได้ราว 20% ก่อนที่จะเกิดการร่วงลงอย่างรุนแรงในวันนี้
จากปรากฏการณ์ ‘Warsh Shock’ เมื่อวันที่ 30 ที่ผ่านมา ตลาดสินทรัพย์ทั่วโลกต่างทรุดตัวลงอย่างหนัก โดยในวันดังกล่าวราคาทองคำร่วงลงถึง 11% และราคาโลหะเงินดิ่งลง 31% ด้าน Bitcoin ก็ร่วงหลุดระดับ 80,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือนนับตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว ส่วนตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.36% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite และ S&P 500 ปรับตัวลง 0.94% และ 0.43% ตามลำดับ
ในวันดังกล่าว นักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นเกาหลีใต้มียอดขายสุทธิ (ขายมากกว่าซื้อ) สูงกว่า 2.2 ล้านล้านวอน
Han Jiyoung นักวิเคราะห์จาก Kiwoom Securities ระบุว่า “เครื่องยนต์หลักที่เป็นปัจจัยหนุนขาขึ้นของหุ้นเกาหลีใต้ ทั้งโมเมนตัมกำไรที่แข็งแกร่งและมูลค่าหุ้นที่ยังไม่ได้ตึงตัวมากนัก ยังคงอยู่ครบถ้วน”
ค่าเงินวอนเกาหลีร่วงลงมากถึง 1.6% แตะระดับ 1,464.75 ต่อดอลลาร์ในระหว่างวัน ถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม และทำผลงานได้แย่กว่าคู่แข่งท่ามกลางการอ่อนค่าของสกุลเงินเอเชียในภาพรวม ผสมโรงด้วยแรงขายจากต่างชาติ
“อาจมีแรงกดดันจากการขายทางเทคนิค เนื่องจากเทรดเดอร์ทำการบันทึกกำไรบางส่วนจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่แข็งแกร่งมากในกลุ่มบริษัทหน่วยความจำและหุ้นเกาหลีใต้ตั้งแต่ต้นปี” Cameron Chui นักกลยุทธ์ตราสารทุนจาก JPMorgan Private Bank กล่าว
ภาพ: Tibor Bognar/Getty Images
อ้างอิง:
- https://www.chosun.com/english/market-money-en/2026/02/02/HU7NTU3T3JDXDAZALQRFUN3HGM/
- https://www.cnbc.com/2026/02/02/asia-pacific-markets-hang-seng-index-csi-300-gold-silver.html
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-02-02/korean-stocks-slide-on-uncertainties-over-rates-ai-spending
- https://www.livemint.com/market/stock-market-news/south-korea-halts-program-selling-as-kospi-slides-over-5-tech-rout-spreads-across-asian-markets-11770020308461.html


