ภารกิจแรกหลังรับตำแหน่งของ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภาคนใหม่ วันนี้ (17 มีนาคม) ได้จัดพิธีทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 10 รูป อาทิ สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม, พระพรหมวัชรเมธี วัดอรุณราชวราราม, พระราชวชิรภาวนาโกศล วัดวีระโชติธรรมาราม, พระราชวัชรสิทธิสุนทร วัดใหญ่อินทาราม เป็นต้น
พร้อมกันนี้ ประธานสภาฯ คนใหม่ยังได้จัดเลี้ยงอาหารให้ข้าราชการรัฐสภา โดยใช้งบประมาณส่วนตัว พร้อมได้มอบโอวาทแก่บุคลากรของรัฐสภาที่จะต้องร่วมงานกันไปนับจากนี้
“เมื่อได้ทำบุญและจุดเทียน แสดงให้เห็นถึงการเปิดมงคลสูตร วันนี้แสงจันทร์จะสว่างเกิดขึ้นในชีวิตของเราแล้ว ถือเป็นมงคลอย่างยิ่ง วันนี้เราได้มงคลกันแล้ว ก็ขอให้พี่น้องข้าราชการรัฐสภาของเรา ในอดีตเป็นอย่างไร คิดอย่างไร ผมไม่ทราบ แต่เมื่อมาอยู่ร่วมเรือลำนี้แล้ว ก็ขอให้ช่วยกันพาย ช่วยกันทำงาน ให้ลบภาพลักษณ์ที่ไม่ดีออก” โสภณกล่าวในช่วงหนึ่ง
ทั้งนี้ พบว่า พล.ต.ต. วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ปรากฏตัวเข้าในพิธีทำบุญร่วมกับประธานสภาฯ คนใหม่ด้วย
ขอจบดราม่างบอาหารกลางวัน สส. ย้ำฟังเสียงทุกฝ่ายก่อนแก้
จากนั้น โสภณได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนต่อกรณีเมื่อวานนี้ (16 มีนาคม) ที่ตนเองได้กล่าวคำว่า “ตลก” หลังถูกถามถึงข้อเสนอของ สส. ที่ให้ลดงบอาหารกลางวัน จำนวนผู้ติดตาม และบำนาญของ สส. โดยระบุว่า เรื่องนี้สื่อเอาคำพูดไปไม่จบ ตนเองไม่ได้ตลกเรื่องนี้ แต่ตลกที่สมาชิกพูดเรื่องนี้อย่างไม่ถูกเวลา
ประธานรัฐสภาคนใหม่บอกด้วยว่า แนวทางการทำงานของตนเอง ทำงานต้องเอาผล ไม่ได้เอาภาพ สังคมเรานำข้อมูลจริงบ้างไม่จริงบ้างไปลงเพื่อให้สะใจ ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก ขาดความรัก
“ผมตลกที่เอาเวลาพูดมาไม่เหมาะสม ไม่เกิดประโยชน์ เพราะเรื่องนี้เขาพูดมานานแล้ว หลายพรรคก็พูด ทั้งเพื่อไทย ภูมิใจไทย รวมถึงพรรคประชาชนก็พูด แต่ไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อผมมาทำงาน ผมก็ตระหนัก และที่ตลกเพราะผมเข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ และผมอธิบายต่อว่าขึ้นอยู่กับสมาชิก หากสมาชิกเอาอย่างไร ผมก็เอาอย่างนั้น วันนี้ไม่ได้มาแก้ข่าว แต่มาขยายความตามข้อเท็จจริง” โสภณเน้นย้ำ
ส่วนสภาแห่งนี้จะให้สวัสดิการกับสมาชิกต่อไปตามเดิมหรือไม่นั้น โสภณกล่าวว่า ต้องพิจารณาว่ามีเหตุผลอะไร หากอาสาเข้ามาแล้ว สวัสดิการก็ไม่ต้องเอา ก็คิดดูว่าควรหรือไม่ควร แต่ยืนยันว่า เรื่องนี้ต้องได้รับการแก้ไขในสมัยของตนเอง ด้วยเหตุผลและความเหมาะสม พร้อมย้ำว่าสำหรับเรื่องอาหารกลางวัน ไม่ต้องมาถามอีกว่าจะทำอย่างไร เพราะบอกไปแล้วว่าสิ่งไหนที่เกิดประโยชน์ก็จะทำ
ห่วงกระแสวิจารณ์ทำคนเบื่อการเมือง ชี้อย่าเผาบ้านจับหนู
โสภณยังกล่าวอีกว่า ช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมมาตรการประหยัดพลังงานของสภาผู้แทนราษฎร หากเราเห็นว่าควรเตรียมการในยุคข้าวยากหมากแพง ควรเตรียมการอย่างไร สวัสดิการที่ควรลด หรือที่ยังคงอยู่ หากไม่มีจะเดือดร้อน เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน เราก็ค่อยแก้ไข และรอการพิสูจน์ ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์แบบไม่รู้ข้อเท็จจริง และไม่รู้ความตั้งใจของคนทำงาน
“มีการวิพากษ์วิจารณ์นักการเมือง ทำให้บางคนเบื่อการเมือง และทำให้คนที่มีความตั้งใจทำการเมืองหมดกำลังใจ และไม่อยากเข้ามา นิ้วไหนมันไม่ดี ก็ตัดทิ้ง ก็แค่นั้น ไม่ใช่ฆ่าหนู ก็เผาบ้านตัวเองเลย เราต้องจับหนูก่อน” โสภณกล่าว
เชื่อประชุมโหวตนายกฯ 19 มี.ค. ไม่วุ่นวาย
ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (16 มีนาคม) โสภณยังได้ลงนามในหนังสือด่วนมากถึง สส. เพื่อนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 19 มีนาคมนี้ โดยจะมีวาระการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่
ขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีความชัดเจนว่าจะเสนอชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรค ให้เป็นบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านอันดับ 1 อย่างพรรคประชาชน ก็มีมติเสนอชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เข้าชิงตำแหน่งนายกฯ เช่นกัน
ต่อกรณีดังกล่าว โสภณยืนยันว่า การประชุมวันที่ 19 มีนาคมนี้ จะไม่มีความวุ่นวาย แม้จะมีการเสนอชื่อแข่ง พร้อมย้ำว่า ภาพที่เกิดขึ้นในสภาฯ จะสะท้อนการทำงานของเรา
“บางทีเราอาจไม่รู้ตัวว่าชาวบ้านด่า แต่สาวกสะใจ โดยที่เราอาจจะไม่รู้ ดังนั้น ถ้าอยากเห็นประชาธิปไตยเดินได้อย่างสง่างาม สภาฯ แห่งนี้จะเป็นตัวอย่าง สัปปายะสภาสถานต้องเป็นที่อยู่ของคนมีคุณธรรม” โสภณทิ้งท้าย


