AirAsia MOVE ได้เปิดเผยข้อมูลพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (10-18 เมษายน) ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2567 ถึง 2569
ข้อมูลดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของนักเดินทางกลุ่มหลัก โดยเฉพาะพลังของการเดินทางจากกลุ่ม Gen Y รวมถึงเทรนด์การเที่ยวคนเดียวที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Gen Y ครองบัลลังก์นักเดินทาง
จากการเปรียบเทียบข้อมูลนักเดินทางตลอด 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า กลุ่ม Gen Y คือหัวใจหลักของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ โดยครองสัดส่วนจำนวนที่นั่งจำหน่ายได้สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในทุกปี
นอกจากนี้ยังพบการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ซึ่งจำนวนที่นั่งที่จำหน่ายได้ของกลุ่ม Gen Y มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ผ่านมา
แม้ภาพรวมตลาดจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่กลุ่ม Gen Y ยังคงเดินทางอย่างต่อเนื่องในปี 2569 โดยครองสัดส่วนการจองที่นั่งสูงกว่ากลุ่ม Gen Z และ Gen X ถึงเกือบ 1 เท่าตัว
พฤติกรรมของนักท่องเที่ยว Gen Y ส่วนใหญ่นิยมใช้เวลาพักผ่อนยาวประมาณ 3-5 วัน และมักจะวางแผนการเดินทางล่วงหน้าประมาณ 31-60 วัน ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่คุ้นเคยกับการจองผ่านระบบดิจิทัล
สำหรับจุดหมายปลายทาง คนไทยยังคงให้ความสำคัญกับการเดินทางแบบไทยเที่ยวไทยเป็นอันดับหนึ่งในทุกๆ ปี โดยเส้นทางในประเทศยอดฮิตยังคงเป็นเชียงใหม่, ภูเก็ต และหาดใหญ่
ในขณะที่เทรนด์การเดินทางไปต่างประเทศเริ่มมีการขยายตัวสู่จุดหมายที่หลากหลาย โดยประเทศญี่ปุ่นยังคงครองแชมป์จุดหมายต่างประเทศที่คนไทยกลุ่ม Gen Y และ Gen X เลือกเดินทางไปมากที่สุด
ตามมาด้วยจุดหมายอย่างประเทศเวียดนามและจีน ซึ่งพบว่ามีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวไทยอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2568 และ 2569
จับกระแสนักเดินทางคนเดียว
แม้พฤติกรรมการเดินทางจะเปลี่ยนไป แต่ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้โดยสารในปี 2569 กลับเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 3,200 บาท สะท้อนให้เห็นถึงการยอมจ่ายเพื่อเลือกซื้อบริการเสริมที่มากขึ้น
บริการน้ำหนักกระเป๋าครองสัดส่วนการใช้จ่ายสูงสุดในกลุ่มบริการเสริมทั้งหมด ซึ่งหมายความว่ากลุ่มนักเดินทางนี้มีกำลังความพร้อมในการจับจ่ายใช้สอยระหว่างทริป
นอกจากนี้ บริการสั่งอาหารล่วงหน้าก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในปี 2568 ที่พบว่าความต้องการสั่งอาหารบนเครื่องพุ่งสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้าอย่างชัดเจน
สำหรับเทรนด์ใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญคือกลุ่ม ‘Solo Traveller’ ซึ่งมีสัดส่วนการจองสูงที่สุดถึง 65-75% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และเริ่มวางแผนจองล่วงหน้าสั้นลงอยู่ในกลุ่ม 31-60 วันก่อนเดินทาง
AirAsia MOVE จึงมีข้อแนะนำให้ผู้ประกอบการโรงแรมปรับกลยุทธ์ด้วยการออกแบบแพ็กเกจสำหรับผู้เข้าพักคนเดียว หรือเพิ่มกิจกรรมที่เข้าร่วมได้ง่าย เนื่องจากนักเดินทางกลุ่มนี้มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 70% ของยอดจองทั้งหมด
ผู้ประกอบการควรทำโปรโมชันสำหรับการเข้าพักยาวเพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Y ที่นิยมพัก 3-5 วัน พร้อมทั้งพัฒนาระบบจองออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันมือถือและ OTA ให้ใช้งานได้ลื่นไหลที่สุด
สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรเน้นโปรแกรมในญี่ปุ่นและเวียดนามที่เจาะกลุ่ม Gen Y ที่ชอบถ่ายภาพและสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น
ท้ายที่สุดคือการเตรียมบริการที่เน้นความสะดวกสบาย เช่นบริการส่งกระเป๋า หรือแพ็กเกจอาหารที่พร้อมเดินทางเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค


