×

สรุปเหตุคนร้ายบุกโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ สงขลา จับตัวประกัน-ยิงครู 3 ราย ก่อนตำรวจคุมสถานการณ์ได้

โดย THE STANDARD TEAM
11.02.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบสรุปไทม์ไลน์สถานการณ์คนร้ายบุก โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จังหวัดสงขลา จับตัวประกัน ยิงครู และผู้อำนวยการเสียชีวิต

THE STANDARD สรุปสถานการณ์เหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จังหวัดสงขลา วันนี้ (11 กุมภาพันธ์)

 

เวลา 16.45 น.

 

มีคนร้ายเป็นชาย (ไม่ทราบอายุ) อยู่ในสภาวะอารมณ์ฉุนเฉียว พกพาอาวุธปืนไม่ทราบชนิดบุกเข้าไปภายใน โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเลิกเรียน แต่ยังมีนักเรียนและบุคลากรครูบางส่วนตกค้างอยู่ภายในโรงเรียน พยานในที่เกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 2-3 นัด โดยคนร้ายได้ควบคุมตัวครูและนักเรียนจำนวนหนึ่งไว้เป็นตัวประกัน

 

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ก่อนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปจับกุมคนร้ายรายนี้ที่บ้านพัก แต่คนร้ายได้ทำการขัดขืนและแย่งอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ ก่อนจะนำอาวุธกระบอกดังกล่าวมาใช้ก่อเหตุภายในโรงเรียน

 

เวลา 18.08 น.

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าปิดกั้นพื้นที่โดยรอบและเข้าควบคุมสถานการณ์ตามยุทธวิธีอย่างเร่งด่วน พร้อมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางเพื่อความปลอดภัย ในขณะที่ รัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง

 

เวลา 18.25 น.

 

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีข้อสั่งการด่วนที่สุดให้ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ นำกำลังเข้าควบคุมและระงับเหตุ โดยกำชับให้การปฏิบัติทุกขั้นตอนต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตของตัวประกันและประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดการถ่ายทอดสด (Live) เพื่อไม่ให้กระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

 

เวลา 18.28 น.

 

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ รายงานความคืบหน้าว่า เนื่องจากเป็นช่วงเลิกเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับบ้านแล้ว เหลือเพียงบางส่วนที่ตกค้าง โดยคนร้ายได้ปักหลักอยู่ที่บริเวณประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 และควบคุมตัวคุณครูไว้ 1 ท่าน ส่วน ผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บเป็นรายแรก ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้วด้วยอาการน่าเป็นห่วง ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้กำชับให้ครูดูแลนักเรียนที่ยังตกค้างอยู่อย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

 

เวลา 18.40 น.

 

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เปิดเผยถึงจุดสิ้นสุดของสถานการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องตัดสินใจใช้วิธีการวิสามัญฆาตกรรมคนร้าย ก่อนควบคุมตัว เพื่อยุติเหตุและระงับความสูญเสีย เนื่องจากคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงครูเพิ่มอีก 2 ท่าน

 

สรุปสถานการณ์ความสูญเสีย มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน และครูอีก 2 ท่าน ในส่วนของนักเรียนได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยทุกคนและได้ทยอยเดินทางกลับบ้านแล้ว ทางด้าน ศธ. และ สพฐ. เตรียมนำเหตุการณ์นี้ไปถอดบทเรียน เนื่องจากคนร้ายอาศัยจังหวะช่วงรอยต่อเวลาผู้ปกครองมารับบุตรหลานในการก่อเหตุ จึงต้องกำชับมาตรการความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น

 

เวลา 18.44 น.

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งข้อมูลอย่างเป็นทางการยืนยันว่า สามารถควบคุมสถานการณ์และคนร้ายที่มีอาการคลุ้มคลั่งได้เรียบร้อยแล้ว โดยตัวประกันทุกคนปลอดภัย

 

เวลา 18.55 น.

 

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุการณ์ที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ได้รับรายงานว่าแม่ทัพภาคที่ 4 และ ผบช.ภ.9 อยู่ในพื้นที่ โดยระบุสาเหตุว่าผู้ก่อเหตุมีอาการคลุ้มคลั่งคล้ายเสพสารเสพติด ซึ่งทางรัฐบาลจะเร่งปราบปรามปัญหานี้อย่างเต็มที่

 

เวลา 19.00 น.

 

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงภายหลังสถานการณ์สงบว่า ได้รับรายงานและมีความห่วงใยต่อสวัสดิภาพของครูและนักเรียนอย่างยิ่ง พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่การก่อการร้ายแต่เป็นเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง

 

รมว.ศธ. ได้สั่งการให้ สพฐ. และหน่วยงานในพื้นที่เร่งดำเนินการ 2 ส่วนหลัก คือ

 

1. การเยียวยา เร่งดูแลสภาพจิตใจของนักเรียน ครู และผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจกลับคืนมา

 

2. มาตรการป้องกันเตรียมหารือร่วมกับฝ่ายความมั่นคงเพื่อยกระดับความปลอดภัย อาทิ การคัดกรองบุคคลเข้า-ออกสถานศึกษาให้เข้มงวดขึ้น และการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โรงเรียนกลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยสูงสุดสำหรับการเรียนรู้อีกครั้ง

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising