ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกและความผันผวนของค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องเผชิญ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่เพียง ‘ทางเลือก’ แต่กำลังกลายเป็น ‘ความจำเป็น’ สำหรับประเทศไทย
ประเด็นสำคัญ
รศ. ดร.ธนิท เรืองรุ่งชัยกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนายั่งยืน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนมุมมองว่า นโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์เซลล์ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจน
เขามองว่านี่คือ ‘โอกาสทอง’ ของประเทศไทยในการเร่งลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมาย Net Zero Emission
นโยบายมาถูกทาง แต่ยัง ‘ไม่ทั่วถึง’
แม้มาตรการปัจจุบันจะช่วยลดต้นทุนและอุปสรรคในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งการลดขั้นตอนใบอนุญาตและการสนับสนุนทางการเงิน
แต่ รศ. ดร.ธนิท เรืองรุ่งชัยกุล ตั้งคำถามสำคัญว่า
ใครเข้าถึงได้จริง
กลุ่มครัวเรือนรายได้น้อย ซึ่งแบกรับภาระค่าไฟในสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับรายได้ กลับเป็นกลุ่มที่เข้าถึงมาตรการเหล่านี้ได้ยากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านฐานภาษี หรือเงื่อนไขสินเชื่อ
ช่องว่างนี้จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของนโยบายพลังงานไทยในระยะต่อไป
3 มาตรการเติมเต็ม ‘โซลาร์เซลล์ประชาชน’
เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานเกิดขึ้นอย่างทั่วถึง รศ. ดร.ธนิท เสนอ 3 แนวทางหลักในการอุดช่องว่างเชิงนโยบาย
1. หนุนเงินทุนกลุ่มเปราะบาง
การสนับสนุนในรูปแบบ ‘เงินอุดหนุนโดยตรง’ (Targeted Subsidy) สำหรับครัวเรือนรายได้น้อยและเกษตรกร จะช่วยลดต้นทุนตั้งต้นของการติดตั้งระบบขนาดเล็ก (1.5-3 กิโลวัตต์)
นี่ไม่ใช่แค่การช่วยลดค่าไฟ แต่คือการสร้าง ‘โอกาสที่เท่าเทียม’ ในการเข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาด
2. ฟื้นรับซื้อไฟคืน สู่ Net Metering 1:1
รศ. ดร.ธนิท ชี้ว่า ปัจจุบันข้อจำกัดแบบ ‘ผลิตใช้เองเท่านั้น’ (Zero Export) ทำให้พลังงานส่วนเกินถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ข้อเสนอคือการฟื้นโครงการรับซื้อไฟคืน และยกระดับสู่ระบบ Net Metering 1:1
เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไฟฟ้าส่วนเกินไปหักลบกับการใช้ไฟในช่วงอื่นได้อย่างเป็นธรรม ช่วยลดระยะเวลาคืนทุน และเพิ่มแรงจูงใจในการลงทุน
3. ลดภาษีแบตเตอรี่บ้าน
อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญจาก รศ. ดร.ธนิท คือการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตสำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้ในครัวเรือน
เพื่อให้ประชาชนสามารถกักเก็บพลังงานไว้ใช้ในช่วงกลางคืนได้จริง ช่วยลดภาระค่าไฟ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้า (Grid Resilience) ของประเทศ
จากนโยบายสู่ความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้
“ต้องขอชื่นชมในความตั้งใจของภาครัฐ และหวังว่าจะเห็นการต่อยอดนโยบายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ทุกคน” เสียงสะท้อนจาก รศ. ดร.ธนิท ไม่ได้เป็นเพียงข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่สะท้อนภาพอนาคตของพลังงานไทย
อนาคตที่ ‘พลังงานสะอาด’ ไม่ใช่สิทธิของคนบางกลุ่ม แต่เป็นโอกาสของ ‘ทุกคน’ อย่างแท้จริง


