ในวันพรุ่งนี้ (27 มกราคม 2569 )บอร์ดประกันสังคม มีนัดประชุมเคาะแผน กรอบนโยบายการลงทุน (Strategic Asset Allocation: SAA) ฉบับใหม่ หรือ ‘SAA เฟส 2’ สำหรับช่วงปี 2570-2574 เฟส 2 ปรับสูตรพอร์ตลงทุน ลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงสูง-เสี่ยงต่ำ เท่ากัน 50:50
รศ. ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน คณะกรรมการประกันสังคม ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ระบุว่า ในวันพรุ่งนี้ (27 มกราคม 2569 ) ระบุว่า การประชุมครั้งนี้จะเป็นการพิจารณากรอบ SAA เฟส 2 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในปี 2570 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญถัดจากเฟส 1 โดยสาระสำคัญคือการปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่าง สินทรัพย์เสี่ยงต่ำ (Low Risk) และ สินทรัพย์เสี่ยงสูง (High Risk) ให้อยู่ในระดับที่สมดุลกันคือ 50:50
หากย้อนดูไทม์ไลน์การปรับพอร์ตของประกันสังคมจะพบพัฒนาการดังนี้
- อดีต สินทรัพย์เสี่ยงต่ำ 70% สินทรัพย์เสี่ยงสูง 30%
- เฟส 1 เริ่มปี 2568 สินทรัพย์เสี่ยงสูปรับเป็น 60% สินทรัพย์เสี่ยงต่ำ40%
- เฟส 2 เริ่มปี 2570 เสนอปรับเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูง และสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ที่ 50% เท่ากัน
รศ. ดร.ษัษฐรัมย์ อธิบายเบื้องหลังแนวคิดนี้ว่า แม้เดิมทีจะมีข้อเสนอให้เพิ่มสินทรัพย์เสี่ยงสูงไปถึง 60% แต่จากการศึกษาของอนุกรรมการบริหารการลงทุนพบว่า การถือสินทรัพย์เสี่ยงสูงที่ระดับ 60% เมื่อเทียบกับ 50% ให้ผลตอบแทนที่คาดการณ์ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ บอร์ดจึงเลือกความเสี่ยงที่ระดับ 50% ซึ่งมีความเหมาะสมและปลอดภัยกว่า
เดิมพัน ‘สินทรัพย์นอกตลาด’ เป้าหมาย 1 แสนล้านบาท
อีประเด็นสำคัญคือการขยายสัดส่วน สินทรัพย์นอกตลาด (Unlisted Asset) หรือสินทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มผลตอบแทนระยะยาว
- เฟส 1 กรอบนโยบายกำหนดให้ขยายสัดส่วนจากเดิม 2% เพิ่มเป็น 6% ของพอร์ต หรือคิดเป็นมูลค่าเม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นจากประมาณ 10,000 ล้านบาท ไปสู่ระดับกว่า 100,000 ล้านบาท
- เฟส 2 มีเป้าหมายจะขยายสัดส่วนสินทรัพย์นอกตลาดนี้ไปจนถึงประมาณ 20% ของพอร์ตลงทุนรวม

ภาพ : เปิดวาระสำคัญประชุมบอร์ดประกันสังคม วันที่ 27 มกราคม 2569
บทความที่เกี่ยวข้อง:
- ปฏิรูปกองทุนประกันสังคม จุดยืนที่ทุกพรรคควรตอบคนไทย 25 ล้านคน ดึงออกจากระบบราชการใช่ทางออกหรือไม่?
- เจาะเงินสมทบประกันสังคมสูงสุด 875 บาท ผู้ประกันตนได้รับสิทธิอะไรบ้าง
- เจาะประเด็น รื้อระเบียบเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ ใครได้ประโยชน์? | THE STANDARD WEALTH
- ทางรอดวิกฤต ‘ประกันสังคม’ ที่กำลังจะล้มละลายใน 27 ปี (ตอน 2/2) | Exclusive Interview EP.41
บทเรียนจาก SKY9 สู่กฎเหล็กคุมความเสี่ยงฉบับใหม่
รศ. ดร.ษัษฐรัมย์ ยอมรับว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้การขยายสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดต้อง ‘ชะลอ’ หรือหยุดไว้ชั่วคราวในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากประเด็นการลงทุนในตึก SKY9 ที่เคยเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม
ทั้งนี้ จากบทเรียนดังกล่าว บอร์ดประกันสังคมจึงมีนโยบายชัดเจนว่า จะยังไม่ปล่อยมือให้เดินหน้าลงทุนเพิ่ม จนกว่าจะมีการจัดทำ ‘กรอบบริหารความเสี่ยง’ (Risk Management Framework) ฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์เสียก่อน เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอดีต หรือมีการลงทุนที่ถูกตั้งคำถามในลักษณะเดิมอีก
โดย รศ. ดร.ษัษฐรัมย์ ยืนยันว่า กรอบบริหารความเสี่ยงใหม่นี้จะมีความ ‘รัดกุม’ สูงมาก เพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และจะไม่มีกรณีการอนุมัติการลงทุนที่ดู รวบรัด หรือมีปัญหาเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอย่างแน่นอน
รอความพร้อมครบ 3 ขา ก่อนเดินหน้าลงทุน
แม้ปัจจุบันกรอบบริหารความเสี่ยงในส่วนของ อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) – ซึ่งเป็นประเภทสินทรัพย์เดียวกับกรณี SKY9 – จะดำเนินการเสร็จสิ้นและแก้ไขปัญหาได้แล้ว แต่ทางสำนักงานประกันสังคมยังเลือกที่จะรอให้กรอบความเสี่ยงของอีก 2 สินทรัพย์ที่เหลือ คือ กองทุนหุ้นนอกตลาด (Private Equity) และ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) แล้วเสร็จภายในเดือนหน้าก่อน
เหตุผลที่ต้องรอให้ครบทั้ง 3 ส่วน เพราะต้องการมองภาพรวมของพอร์ตสินทรัพย์นอกตลาดทั้งหมดไปพร้อมกัน แทนที่จะเร่งรีบขยับลงทุนเพียงขาใดขาหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการพอร์ตมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด
ปลดล็อกการลงทุนหลังวางกฎเหล็กคุมความเสี่ยง
สาเหตุที่การลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดมูลค่า 1 แสนล้านบาทยังไม่เกิดขึ้นทันที เป็นเพราะบอร์ดต้องการความรัดกุมสูงสุด โดยต้องรอให้กรอบบริหารความเสี่ยงเสร็จสมบูรณ์ทั้ง 3 ประเภทสินทรัพย์ ได้แก่
- อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) – กรอบบริหารความเสี่ยงเสร็จแล้ว
- กองทุนหุ้นนอกตลาด (Private Equity) – อยู่ระหว่างดำเนินการ
- โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) – อยู่ระหว่างดำเนินการ
รศ. ดร.ษัษฐรัมย์ คาดว่ากรอบความเสี่ยงของอีก 2 ตัวที่เหลือจะแล้วเสร็จภายในเดือนหน้า ซึ่งจะทำให้ประกันสังคมสามารถเริ่มทยอยขยายการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดได้ตามเป้าหมายเฟส 1 โดยเน้นการลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรีบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเงินกองทุน ผลตอบแทนเริ่มฟื้นตัวแตะ 6%
จากการเริ่มทดลองปรับพอร์ตตามแนวทางใหม่ (Pilot) ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 ต่อเนื่องปี 2568 พบว่าผลตอบแทนการลงทุน (Return) ของกองทุนประกันสังคมปรับตัวดีขึ้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 6% กว่า หรือมีผลตอบรวมประมาณ 1.7 แสนล้านบาทซึ่งเป็นทั้งที่เป็นเงินสดประมาณ 8 หมื่นล้านบาท และที่เหลือไม่ใช่เงินสด คือ Unrealized gain ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีเมื่อเทียบกับช่วงวิกฤตโควิดที่ผลตอบแทนลดต่ำลงหรือติดลบในบางปี

ภาพ : ภาพรวมผลตอบแทนการบริหารเงินลงทุน ‘กองทุนประกันสังคม’ ปี 2568
จับตาท่าที ‘บอร์ดฝั่งนายจ้าง’ ตัวแปรสำคัญชี้ขาดแผนลงทุน
แม้ฝ่ายผู้ประกันตนจะผลักดันแผนนี้เต็มที่ แต่ รศ. ดร.ษัษฐรัมย์ ยอมรับว่าวาระการพิจารณา SAA เฟส 2 ถือเป็นวาระที่ ‘ใหญ่และสำคัญที่สุด’ ในการประชุมครั้งนี้ และยังไม่แน่ใจ ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร เนื่องจากต้องรอดูท่าทีของคณะกรรมการท่านอื่น โดยเฉพาะ กรรมการฝั่งนายจ้าง
รศ. ดร.ษัษฐรัมย์ เปิดเผยข้อกังวลว่า บอร์ดฝั่งนายจ้างกลุ่มหนึ่งมีมุมมองการลงทุนแบบ Conservative หรือ อนุรักษนิยม ซึ่งโดยปกติมักจะไม่ค่อยเห็นด้วยหรือไม่ชื่นชอบแนวทางการขยายพอร์ตไปสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น
ดังนั้น การประชุมในวันที่ 27 มกราคมนี้ จึงเป็นจุดวัดใจสำคัญว่า แผนการปรับพอร์ตสู่สมดุล 50:50 เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว จะสามารถฝ่าด่านแรงต้านและได้รับเสียงโหวตสนับสนุนเกิน “กึ่งหนึ่ง” ของที่ประชุมตามกติกาได้หรือไม่
ฝ่าด่าน ‘แก้กฎหมาย-ระเบียบ’ เหตุผลที่ต้องเร่งเคาะก่อนหมดวาระ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ รศ. ดร.ษัษฐรัมย์ เน้นย้ำคือ การปรับเปลี่ยนกรอบ SAA เฟส 2 เพื่อขยับสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงจาก 40% ในเฟส 1 ขึ้นมาเป็น 50% ในเฟส 2 นั้น ไม่สามารถทำได้ทันทีเพียงแค่การอนุมัติของบอร์ดประกันสังคม แต่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการ แก้ไขกฎหมายและระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาดำเนินการนาน
รศ. ดร.ษัษฐรัมย์ ขยายความว่า การขยับเพดานสัดส่วนการลงทุนต้องผ่านการพิจารณาจากหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องได้รับความเห็นชอบจาก กระทรวงการคลัง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับวินัยการเงินการคลังและกรอบการลงทุนของกองทุนภาครัฐ
แม้ในเบื้องต้นประเมินว่า อาจจะไม่ต้องถึงขั้นเข้าสู่กระบวนการรัฐสภาเพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แต่ขั้นตอนการแก้ไขระเบียบในระดับกระทรวงและหน่วยงานกำกับดูแลนั้นมีหลายขั้นตอน ทำให้บอร์ดประกันสังคมชุดปัจจุบัน จำเป็นต้องเร่งพิจารณาอนุมัติกรอบ SAA เฟส 2 ในการประชุมวันที่ 27 มกราคมนี้ เพื่อให้มีเวลาดำเนินการด้านกฎหมายเตรียมไว้ล่วงหน้า ให้ทันต่อการเริ่มบังคับใช้จริงในปี 2570

11 พฤศจิกายน 2022 , ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี , ช่างภาพ : THE STANDARD
ภาพ : รศ. ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน คณะกรรมการประกันสังคม
จับตาประเด็น ‘หนี้สูญ’ บอร์ดชุดปัจจุบันยันไม่รีบตัดจำหน่าย
นอกเหนือจากเรื่อง SAA แล้ว ในการประชุมครั้งนี้ยังมีวาระพิจารณาการจำหน่ายหนี้สูญทางบัญชี (Write-off) มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท ของบริษัทที่ติดตามหนี้ไม่ได้มานานนับ 10 ปี
อย่างไรก็ตาม รศ. ดร.ษัษฐรัมย์ ในนามทีมประกันสังคมก้าวหน้า แสดงจุดยืนว่า ไม่เห็นด้วย ที่จะเร่งจำหน่ายหนี้สูญในช่วงปลายวาระของบอร์ดชุดนี้ แม้จะเป็นเพียงการตัดจำหน่ายทางบัญชีและคดีความยังคงอยู่ แต่ควรรอให้เป็นหน้าที่ของบอร์ดชุดใหม่พิจารณาจะเหมาะสมกว่า เพื่อให้ตัวเลขหนี้ยังคงปรากฏอยู่ในงบการเงินเพื่อการติดตามต่อไป
ภาพ: Wannee_Photographer/Shutterstock


