การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญต่อผู้ประกันตนทั่วประเทศ เป็นประเด็นที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังบอร์ดชุดเดิมหมดวาระลงตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า ควรเดินหน้าด้วยระเบียบใหม่ หรือย้อนกลับไปใช้กติกาเดิม
ปมปัญหานี้มีที่มาจากความพยายาม ‘ปฏิรูประบบเลือกตั้ง’ ของคณะกรรมการประกันสังคม ที่ในช่วงก่อนหมดวาระ มีแนวคิดปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน โดยอ้างเหตุผลว่า เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทแรงงานยุคใหม่ และเพิ่มความโปร่งใสในการได้มาของบอร์ด
อย่างไรก็ตาม ร่างระเบียบฉบับใหม่กลับถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่าย ทั้งในแง่ความพร้อมของระบบ ขั้นตอนที่ซับซ้อนขึ้น และระยะเวลาดำเนินการที่ยาวนานกว่าเดิม ซึ่งอาจกระทบต่อการจัดการเลือกตั้งให้ทันตามกรอบเวลา หลังบอร์ดชุดเดิมสิ้นสุดวาระไปแล้ว รวมถึงวิธีการเลือกที่ปรับให้เป็นแบบหนึ่งคนหนึ่งเสียง แทนการเลือกแบบยกทีม
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดสุญญากาศเชิงโครงสร้า ในระดับการกำกับนโยบายของสำนักงานประกันสังคม และเพิ่มแรงกดดันต่อกระทรวงแรงงานในการเร่งหาข้อยุติว่า จะใช้กติกาใดในการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่
ล่าสุดวานนี้ (18 มีนาคม) ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า มีความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง รวมถึงการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม จึงได้เร่งรัดให้ปลัดกระทรวงแรงงานสรุปภาพรวมการดำเนินงาน ลำดับเหตุการณ์ และแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อรายงานภายในวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา
ผลการประมวลล่าสุดจากสำนักงานประกันสังคม พบว่า การทำประชาพิจารณ์มีผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก และกว่า 95.22% เห็นควรให้กลับไปใช้ระเบียบกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นระเบียบเดิมในการจัดการเลือกตั้ง
เสียงส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า ระเบียบเดิมมีขั้นตอนที่ชัดเจน ใช้ระยะเวลาดำเนินการสั้นกว่า และส่งผลกระทบต่อภาพรวมของการจัดการเลือกตั้งน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยหากใช้แนวทางนี้ จะสามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2569
ในทางกลับกัน หากเลือกใช้ร่างระเบียบฉบับใหม่ จะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 60 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความล่าช้าและความไม่แน่นอนในระบบ
ปลัดกระทรวงแรงงานให้ความเห็นว่า เมื่อผลประชาพิจารณ์สะท้อนเสียงประชาชนอย่างชัดเจน กระทรวงแรงงานจำเป็นต้องรับฟัง และเมื่อพิจารณาในเชิงประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกันตนและนายจ้างแล้ว เห็นว่าการกลับไปใช้ระเบียบเดิมเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน
อ้างอิง:


