×

เลือกตั้ง 2569 : สว.-ภาคีเครือข่าย 40 องค์กร ผุดงาน Policy Watch Connect 2026 ปั้นสมุดปกขาว ส่งต่อพรรคการเมือง เปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่การเลือกตั้ง 69

โดย THE STANDARD TEAM
13.01.2026
  • LOADING...
สว.-ภาคีเครือข่าย 40 องค์กร ผุด งาน Policy Watch Connect 2026 ปั้นสมุดปกขาว ส่งต่อพรรคการเมือง เปลี่ยนผ่าน ประเทศไทย สู่การเลือกตั้ง 69

วานนี้ (12 มกราคม) The Active ไทยพีบีเอส จับมือภาคีเครือข่ายกว่า 40 องค์กร เปิดเวที Policy Watch Connect 2026 เชื่อมโยงเสียงประชาชนสู่ผู้ออกแบบนโยบาย มุ่งกลั่นกรองปัญหาประเทศเป็นข้อเสนอที่จับต้องได้จริง พร้อมส่งมอบพรรคการเมืองล่วงหน้าก่อนศึกเลือกตั้งกุมภาพันธ์นี้ ย้ำนโยบายต้องเริ่มจากฐานราก ไม่ใช่รอรับฟังจากนักการเมืองเพียงฝ่ายเดียว

 

เปลี่ยนบทบาทประชาชน: จากผู้รับฟัง สู่ ผู้ริเริ่มนโยบาย

 

นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ เปิดเผยว่า การเลือกตั้งและประชามติที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือหมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจของประเทศ งาน Policy Watch Connect 2026 จึงถูกจัดขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมให้ประชาชนส่งเสียงถึงพรรคการเมือง

 

“ในอดีต ประชาชนมักเป็นเพียงผู้รับฟังคำหาเสียงของพรรคการเมือง แต่ครั้งนี้เราต้องการเปลี่ยนให้ประชาชนเป็นผู้ริเริ่มและออกแบบนโยบายเอง ข้อเสนอทั้งหมดจาก 12 เวทีเสวนาจะถูกรวบรวมเป็น ‘สมุดปกขาว’ และนำเสนอใน ‘ตลาดนัดนโยบาย’ เพื่อให้ภาคประชาสังคมได้ตั้งคำถาม ติดตาม และทวงถามความชัดเจนจากพรรคการเมืองอย่างเป็นระบบ” นรเศรษฐ์ กล่าว

 

ถอดบทเรียนสิงคโปร์ ชี้พลังประชาชนคือทางออกวิกฤตความเชื่อมั่น

 

ด้าน วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ Thai PBS ระบุว่า พลังประชาธิปไตยที่เข้มแข็งจะเกิดขึ้นได้หากพรรคการเมืองนำปณิธานของประชาชนไปปฏิบัติจริง โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของประเทศสิงคโปร์ที่สามารถแก้ปัญหามลพิษหมอกควันได้จากการกดดันและข้อเสนอแนะที่เข้มข้นของภาคประชาสังคม จนนำไปสู่การออกกฎหมายบังคับใช้กับภาคธุรกิจอย่างจริงจัง

 

ขณะที่ รศ.ประภาส ปิ่นตบแต่ง สว. และกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ย้ำถึงสภาวะวิกฤตในปัจจุบัน ทั้งด้านประชาธิปไตย เศรษฐกิจ และรัฐสวัสดิการ โดยชูโมเดล นโยบายจากฐานราก เช่น นวัตกรรมการจัดการที่อยู่อาศัยคนจนเมืองในรูปแบบการเช่าแทนการเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่เปลี่ยนฐานคิดเดิมและมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน

 

แนะรัฐ-ราชการ ปล่อยวางอำนาจ เปิดพื้นที่ร่วมแก้ปัญหาซับซ้อน

 

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ให้ความเห็นว่า ปัญหาสังคมในปัจจุบันมีความซับซ้อนเกินกว่าที่ระบบราชการจะจัดการได้โดยลำพัง ภาครัฐและฝ่ายการเมืองจึงต้องปล่อยวาง อำนาจบางส่วน และดึงภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการขยายผลโมเดลต้นแบบจากประชาชนสู่ระดับนโยบายชาติ

 

สอดคล้องกับ นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ที่ย้ำว่านโยบายสาธารณะที่ดีต้องเกิดจากการมีส่วนร่วม (Participatory Public Policy) เพื่อสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งกาย จิต และสังคม อันเป็นรากฐานของประชาธิปไตยที่กินได้

 

3 ความหวัง สู่หมุดหมายใหม่ของประเทศไทย

 

ในช่วงท้าย ณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้สรุปถึงความคาดหวังสำคัญ 3 ประการต่อกระบวนการจัดทำนโยบายในครั้งนี้:

 

1. ความโปร่งใส: การเลือกตั้งต้องบริสุทธิ์ ยุติธรรม และตรวจสอบได้

 

2. นโยบายเพื่อคนตัวเล็ก: ข้อเสนอของประชาชนต้องไปอยู่บนโต๊ะตัดสินใจของพรรคการเมือง

 

3. กลไกติดตาม: ภาคประชาสังคมต้องมีบทบาทในการประเมินและทวงถามสัญญาประชาคมหลังการเลือกตั้ง

 

ทั้งนี้ งาน Policy Watch Connect 2026 จะดำเนินต่อเนื่องเพื่อรวบรวมเจตจำนงของประชาชนให้เป็นเอกภาพ ก่อนจะยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการต่อตัวแทนพรรคการเมืองในลำดับถัดไป

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising