วานนี้ (4 กุมภาพันธ์) ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 5) โดยมี วิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม วาระสำคัญที่มีการพิจารณาคือกระทู้ถามสดของ สุทธิชัย วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตจอมทอง เรื่องความคืบหน้าการซ่อมแซมถนนสามเสนที่เกิดการทรุดตัวจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เขตดุสิต
สุทธิชัย ได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการจราจรของผู้ที่ต้องเดินทางมาใช้บริการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าในบริเวณดังกล่าวที่ต้องปิดกิจการลงเนื่องจากไม่มีลูกค้า แม้โครงการดังกล่าวจะเป็นความรับผิดชอบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แต่ในฐานะเจ้าของพื้นที่ กรุงเทพมหานครควรมีมาตรการกำกับดูแลและเร่งรัดการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงถึงสาเหตุและขั้นตอนการดำเนินงานว่า พื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านกายภาพ เนื่องจากถนนมีความแคบ ทำให้การวางโครงสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าไม่สามารถทำคู่ขนานกันได้ จึงจำเป็นต้องก่อสร้างแบบซ้อนกัน (บน-ล่าง)
นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังมีท่อประปาขนาดใหญ่ของการประปานครหลวง (โรงงานผลิตน้ำสามเสน) พาดผ่าน ซึ่งเหตุการณ์ทรุดตัวเกิดจากความเสียหายระหว่างอุโมงค์ด้านบนกับสถานีวชิรพยาบาล ทำให้ดินไหลลงไป ประกอบกับท่อประปาแรงดันสูงเกิดการแตกชำรุด น้ำจึงชะล้างดินลงไปในอุโมงค์และตัวสถานี
สำหรับความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่าในเบื้องต้นได้มีการถมดินเพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของอาคารข้างเคียง ส่วนขั้นตอนการซ่อมแซมถาวรนั้นมีความซับซ้อน โดยต้องสร้างกำแพงล้อมรอบอุโมงค์ เปิดหน้าดินเพื่อลงไปซ่อมแซมโครงสร้าง และถมดินกลับคืน ซึ่งทาง รฟม. ชี้แจงว่าไม่สามารถเปิดช่องจราจรเพียง 1 ช่องทางได้ในขณะนี้ เนื่องจากต้องใช้พื้นที่สำหรับเครื่องจักรหนักและการก่อสร้างกำแพงกันดิน หากฝืนเปิดใช้อาจเกิดอันตรายและทำให้งานล่าช้ากว่าเดิม
ทั้งนี้ กทม. และ รฟม. ได้วางกรอบเวลาการคืนผิวจราจร โดยคาดว่าจะสามารถ เปิดใช้งานผิวจราจรได้ 2 ช่องทาง ในเดือนพฤษภาคม 2570 และจะ เปิดใช้งานผิวจราจรทั้งหมดได้สมบูรณ์ ในเดือนตุลาคม 2570 โดยชัชชาติ ย้ำว่าแม้สภาพถนนภายนอกอาจดูเหมือนเรียบร้อยแล้ว แต่กระบวนการซ่อมแซมโครงสร้างใต้ดินยังคงดำเนินอยู่ หากรีบเปิดใช้แล้วต้องกลับมาปิดซ่อมอีกจะยิ่งสร้างความสับสนและล่าช้า
อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรเทาผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง กทม. ได้จัดเตรียมระบบขนส่งสาธารณะทางเลือกสำหรับบุคลากรและผู้ใช้บริการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ทั้งรถโดยสารประจำทาง, รถ BMA Feeder, รถตู้ และเรือด่วนเจ้าพระยา เพื่อลดความจำเป็นในการนำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาในพื้นที่
ด้าน นภาพล จีระกุล ส.ก. เขตบางกอกน้อย ได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ผู้บริหาร กทม. ควรลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเองว่าสภาพหน้างานเป็นไปตามที่ รฟม. ชี้แจงหรือไม่ เนื่องจากระยะเวลาในการซ่อมแซมถึง 2 ปี ถือว่านานเกินไปและส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง


