ทำเนียบขาวเผยแพร่แถลงการณ์วานนี้ (25 มีนาคม) ระบุว่า รัสเซียและยูเครนต่างตอบรับข้อตกลงหยุดยิงทางทะเลในทะเลดำในข้อตกลงที่ทำแยกกัน โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง ภายหลังการเจรจาสันติภาพนาน 3 วันที่ซาอุดีอาระเบีย
ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าว รวมถึงการรับรองการเดินเรืออย่างปลอดภัย ขจัดการใช้กำลัง และป้องกันการใช้เรือพาณิชย์เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารในทะเลดำ นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องให้ระงับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานด้วย
ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าการหยุดยิงจะเริ่มมีผลตั้งแต่เมื่อไรหรือจะดำเนินการได้อย่างไร โดยประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน แถลงภายหลังการเจรจา โดยมองว่าข้อตกลงหยุดยิงในทะเลดำเป็นก้าวสำคัญในทิศทางที่ถูกต้อง และยืนยันว่าข้อตกลงทั้งหมดจะมีผลทันที
“ฝ่ายสหรัฐฯ ถือว่าข้อตกลงของเรามีผลใช้บังคับหลังจากที่มีการประกาศโดยสหรัฐฯ” เซเลนสกีกล่าว และชี้ว่าเขาไม่คาดหวังว่ามอสโกจะเคารพข้อตกลง
ขณะที่รัฐบาลเครมลินประกาศว่า การหยุดยิงในทะเลดำจะมีผลก็ต่อเมื่อมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางประการ ซึ่งรวมถึงการคว่ำบาตรธนาคาร Rosselkhozbank หรือธนาคารเพื่อการเกษตรของรัสเซีย และสถาบันการเงินอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการการค้าระหว่างประเทศด้านอาหารและปุ๋ย
โดยรัสเซียเรียกร้องให้ชาติตะวันตกเชื่อมต่อธนาคารเหล่านี้เข้ากับระบบชำระเงิน SwiftPay อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของทำเนียบขาวไม่ได้ระบุเรื่องการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียที่ชัดเจน แต่ระบุว่าสหรัฐฯ จะช่วยฟื้นฟูการเข้าถึงตลาดโลกสำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและปุ๋ยของรัสเซีย
ความคืบหน้าเจรจาสันติภาพ
ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวอาจเป็นความคืบหน้าครั้งใหญ่ที่สุดในการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปี
โดยการเจรจาสันติภาพที่เกิดขึ้นในกรุงริยาดตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา (24 มีนาคม) เป็นการเจรจาแยกกันระหว่างผู้แทนของสหรัฐฯ ที่ทำหน้าที่ตัวกลางไกล่เกลี่ย กับผู้แทนเจรจาของรัสเซียและยูเครน
ซึ่งจุดเริ่มต้นของข้อตกลงหยุดยิงในทะเลดำเกิดขึ้นหลังมีการหารือความเป็นไปได้ที่รัสเซียและยูเครนจะกลับมาดำเนินการตามแผนริเริ่มธัญพืชทะเลดำปี 2022 (2022 Black Sea Grain Initiative) อีกครั้ง โดยเป็นข้อตกลงที่ได้รับการสนับสนุนจากตุรกีและองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่ออนุญาตให้ยูเครนสามารถส่งออกธัญพืชและอาหารอื่นๆ จำนวนหลายล้านตันจากท่าเรือในทะเลดำ แต่รัสเซียถอนตัวจากแผนริเริ่มดังกล่าว โดยกล่าวหาว่าชาติตะวันตกล้มเหลวในการรักษาคำมั่นสัญญาที่จะผ่อนปรนการคว่ำบาตรการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและปุ๋ยของรัสเซีย
อ้างอิง: