วันนี้ (9 มกราคม) กองทัพอากาศได้แถลงข่าวชี้แจงต่อคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำกรุงเทพฯ จำนวน 23 ประเทศ และสื่อมวลชนทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ เกี่ยวกับการปฏิบัติการของกองทัพอากาศบริเวณชายแดนระหว่างไทย–กัมพูชา ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ กรุงเทพฯ
การแถลงครั้งนี้มีพลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธี และให้ข้อมูลเพิ่มเติมโดย พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ซึ่งมีการชี้แจงว่า การปฏิบัติภารกิจทุกขั้นตอนของกองทัพอากาศยึดถือหลักกฎหมายสากล ความรับผิดชอบ และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ทอ.ยังยืนยันด้วยว่า การโจมตีทางอากาศบริเวณชายแดนกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา เป็นการโจมตีที่ได้สัดส่วน และมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายทางทหารเป็นหลัก ในขณะที่กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดไทยด้วยการโจมตีข้ามชายแดนก่อน ซึ่งรวมถึงการฝังทุ่นระเบิดใหม่ นอกจากนี้ยังมีการใช้อาวุธหนักต่อพลเรือนไทย และใช้โบราณสถานมรดกโลกเป็นฐานปฏิบัติการทหาร ซึ่งผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
กองทัพอากาศระบุว่า วัตถุประสงค์หลักของการชี้แจงครั้งนี้ คือการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและโปร่งใสต่อแนวทางการปฏิบัติการของกองทัพอากาศ และแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถ ความเป็นมืออาชีพ และมาตรฐานการปฏิบัติงานของกำลังพลไทย ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตฝ่ายทหาร และภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ
ช่วงถามตอบสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าว THE STANDARD ได้สอบถามทีมโฆษกทหารอากาศว่า ในปฏิบัติการต่อกัมพูชารอบที่ 2 นี้ ได้ส่งเครื่องบินรบออกปฏฺิบัติการรวมกี่เที่ยว และใช้ระเบิดจำนวนเท่าใด ซึ่งทีมโฆษก ทอ.ให้ข้อมูลว่า ปฏิบัติการทางอากาศรอบที่ 2 มีขนาดเป็น 3 เท่าของปฏิบัติการรอบแรก ส่วนจำนวนแน่ชัดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากยังเป็นชั้นความลับ
การแถลงข่าวในวันนี้ นอกจากผู้บัญชาการทหารอากาศและโฆษกกองทัพอากาศแล้ว ยังมีพลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ร่วมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปฏิบัติการในภาพรวม และตอบคำถามสื่อมวลชนในช่วงท้ายด้วย


