‘ยิ่งเครดิตดี ดอกยิ่งต่ำ’ รู้จัก ‘Risk-based Pricing’ ระบบคิดคำนวณอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ผ่านคะแนนเครดิตและระดับความเสี่ยง ttb นำร่องใช้แบงก์แรกในไทย! โดยเริ่มกับสินเชื่อบุคคล ‘ทีทีบี แคชทูโก’ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 13.99% เผยผลการทดลอง ลดดอกเบี้ยได้เฉลี่ย 5% คาดช่วยลูกค้าลดภาระดอกเบี้ยได้ถึง 350 ล้านบาทในปี 2569 หนุนแบงก์อื่นๆ หันมาใช้ตาม คาดช่วยคนไทยประหยัดดอกเบี้ยได้ปีละ 13,00 ล้านบาท นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทาง
ฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี (ttb) เปิดเผยว่า ttb ได้ริเริ่มนำระบบคิดอัตราดอกเบี้ยใหม่มาใช้แล้ว นั่นคือ ระบบคิดอัตราดอกเบี้ยจากคะแนนเครดิตและระดับความเสี่ยง (Risk-based Pricing: RBP) แทนการคิดดอกเบี้ยจากเกณฑ์รายได้แบบเดิมๆ โดยนำร่องด้วยสินเชื่อบุคคลก่อน นับเป็นธนาคาร ‘แห่งแรก’ ในประเทศไทย ที่ใช้หลักการคิดดอกเบี้ยแบบนี้
ฐากร ยังกล่าวต่อว่า การนำระบบ Risk-based Pricing มาใช้ เพื่อหวังว่า จะสร้างความเป็นธรรมมากขึ้น และเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ทำให้ “คนที่มีพฤติกรรมผ่อนดี มีคะแนนเครดิตดี จะได้รับรางวัลเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้นกว่าเดิม”
รู้จักกลไก Risk-based Pricing ดอกเบี้ยที่เป็นธรรม สำหรับคนเครดิตดี
Risk-based Pricing คือ กลไกการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามระดับความเสี่ยงลูกหนี้ โดยลูกหนี้ที่ยิ่งมีประวัติเครดิตดี ก็จะยิ่งได้ดอกเบี้ยต่ำ
นอกจากนี้ Risk-based Pricing จะช่วยทำให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศมีความเป็นธรรมมากขึ้น เนื่องจากให้ผู้กู้ได้รับอัตราดอกเบี้ยสอดคล้องกับความเสี่ยง ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยตาม ‘เพดาน’ ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด ดังนั้น การนำกลไกนี้มาใช้อาจจะช่วยเป็นการสร้างวัฒนธรรมด้านสินเชื่อที่ดี (good credit culture) ด้วย
เพดานดอกเบี้ยสินเชื่อรายย่อยที่ ‘แบงก์ชาติ’ กำหนด ปัจจุบันอยู่ที่เท่าไหร่?
ปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเพดานดอกเบี้ยสินเชื่อรายย่อยประเภทต่างๆ ไว้ ดังนี้
- บัตรเครดิต มีเพดานอัตราดอกเบี้ยที่ 16% ต่อปี
- สินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับ ที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน มีเพดานอัตราดอกเบี้ยที่ 25% ต่อปี
- สินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับ ที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน มีเพดานอัตราดอกเบี้ยที่ 24% ต่อปี
- สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้กำกับ มีเพดานอัตราดอกเบี้ยที่ 33% ต่อปี

รู้จัก สินเชื่อบุคคล ‘ทีทีบี แคชทูโก’ ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 13.99%
โดยแนวทางการพิจารณาระบบคิดอัตราดอกเบี้ยแบบใหม่นี้ จะเริ่มนำร่องกับสินเชื่อบุคคล ‘ทีทีบี แคชทูโก’ ที่มีอัตราดอกเบี้ยจะเริ่มต้นเพียง 13.99% ต่อปี สำหรับผู้มีรายได้ประจำ คงที่เรทเดียวตลอดสัญญา (จากเดิมที่อัตราดอกเบี้ยมักสูงถึง 25%) วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาทหรือ 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน และเลือกผ่อนได้นานสูงสุดถึง 72 เดือน
ทั้งนี้ ระบบธนาคารปัจจุบันมักคิดดอกเบี้ยตามเกณฑ์ ‘รายได้’ เพราะเชื่อว่า คนที่รายได้สูงน่าจะมีความเสี่ยงต่ำ ตัวอย่างเช่น รายได้ประจำไม่ถึง 30,000 บาทต่อเดือนมักจะได้อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี ขณะที่ผู้มีรายได้ประจำเกิน 200,000 บาทอาจจะได้อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี
โดยสำหรับสินเชื่อ ‘ทีทีบี แคชทูโก’ ที่เปลี่ยนมาอิงกับคะแนนเครดิต มีเกณฑ์คิดดอกเบี้ยดังนี้
- คะแนนเครดิต AA จะได้อัตราดอกเบี้ย 13.99% ต่อปี
- คะแนนเครดิต BB จะได้อัตราดอกเบี้ย 16% ต่อปี
- คะแนนเครดิต CC, DD จะได้อัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี
- คะแนนเครดิต EE จะได้อัตราดอกเบี้ย 20% ต่อปี
- คะแนนเครดิต FF จะได้อัตราดอกเบี้ย 22% ต่อปี
- คะแนนเครดิต GG,HH,อื่น จะได้อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี

ทำไมเพิ่งเริ่มคิดทำเอาตอนนี้
ฐาการยังเผยสาเหตุที่มีความคิดเริ่มนำ ‘คะแนนเครดิต’ มาใช้เนื่องจาก ปัจจุบันฐานข้อมูล Credit Scoring มีความแม่นยำและสะสมมานานพอที่จะทำให้ธนาคารกล้าปล่อยดอกเบี้ยต่ำให้กับกลุ่มลูกค้าที่ดีจริงๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่างจากในอดีตธนาคารใช้ข้อมูลเครดิต เพื่อดูแค่ความสามารถในการชำระหนี้ (อนุมัติ หรือไม่อนุมัติ) เท่านั้น และมักคิดดอกเบี้ยเผื่อความเสี่ยงไว้สูงๆ (Risk Premium)
ฐากรยังระบุต่อว่า คะแนนเครดิตหรือ ‘เครดิตสกอร์’ ที่ ttb จะใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาอัตราดอกเบี้ยจะมาจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) หรือเครดิตบูโร
ด้าน ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) กล่าวว่า NCB มีความยินดีที่คะแนนเครดิต (เครดิตสกอร์) ได้ถูกนำมาใช้เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยง ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ NCB ในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลเครดิตของประเทศ ที่ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลพฤติกรรมทางการเงินให้ถูกนำไปใช้เพื่อการเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะสม

ttb เปิดผลการทดลอง 1 เดือนลูกค้าได้ดอกเบี้ยถูกลง 5% โดยเฉลี่ย
ฐากรกล่าวต่อว่า ttb ได้ทดลองใช้ระบบ Risk-based Pricing นี้มาประมาณ 1 เดือนแล้ว พบว่า มีลูกค้าถึง 70% ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อด้วยอัตราดอกเบี้ย ‘ต่ำกว่า’ การคิดแบบเดิมโดยลดลงเฉลี่ยประมาณ 5% หรือเท่ากับประหยัดได้ประมาณ 20,000 บาท ต่อการกู้เงินทุก 100,000 บาท
ttb ตั้งเป้าช่วยลูกค้าลดภาระดอกเบี้ย 350 ล้านบาทในปี 2569
ฐากรกล่าวต่อว่า ttb ตั้งเป้าหมายช่วยเหลือลูกค้าที่เครดิตดี ให้เข้าถึงสินเชื่อบุคคลด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ดี ผ่านสินเชื่อบุคคล ‘ทีทีบี แคชทูโก’ 100,000 ราย รวมวงเงินกว่า 15,000 ล้านบาทภายในปี 2569 ซึ่งคาดว่า จะช่วยลูกค้าประหยัดดอกเบี้ยได้ปีละ 350 ล้านบาท
หนุนทุกแบงก์ ‘เปลี่ยน’ ช่วยคนไทยประหยัดดอกเบี้ยปีละ 13,000 ล้านบาท กระตุ้เนเศรษฐกิจ
ฐากรกล่าวต่อว่า ตามข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า สินเชื่อบุคคลทั้งตลาดมีมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ดังนั้นถ้าทุกแบงก์ ‘เปลี่ยน’ มาใช้กลไก Risk-based Pricing ด้วยกันจะสามารถช่วยคนไทยประหยัดดอกเบี้ยได้ปีละ 13,000 ล้านบาท ตามการคำนวณของ ttb
ฐากรยังเชื่อว่า Risk-based Pricing เป็นการการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทาง แบบที่ไม่จำเป็นต้องมาจากการก่อหนี้ก้อนใหม่เสมอไป แต่มาจากการบริหารจัดการหนี้เดิมให้มีต้นทุนถูกลง เพื่อให้เงินเหลือกลับมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจริง
“ผมเชื่อมั่นว่า ถ้าสถาบันการเงินนำกลไกนี้ไปใช้ด้วยก็เหมือนเป็นการกระตุ้นแบบกระตุ้นเศรษฐกิจในอีกมิติหนึ่ง เนื่องจากการที่ลูกค้าจ่ายดอกเบี้ยลดลง ลูกค้าก็จะเอาไปจับจ่ายใช้สอยแทนก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทาง” ฐากรกล่าว
ทำไมเริ่มจาก ‘สินเชื่อส่วนบุคคล’
ฐากรกล่าวต่อว่า สาเหตุที่ต้องการเริ่มใช้กลไก Risk-based Pricing กับ ‘สินเชื่อส่วนบุคคล’ ก่อนเนื่องจากพบว่า ตามข้อมูลจาก NCB ชี้ว่า ‘สินเชื่อส่วนบุคคล’ หนี้ที่คนไทยมีมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 43% ของหนี้ทั้งหมด และมีอยู่ในทุกช่วงอายุตั้งแต่วัยทำงานจนถึงวัยเกษียณ
ขณะเดียวกัน การคิดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อดังกล่าวก็สูงถึง 25% ต่อปี จึงเป็นภาระหนักสำหรับผู้กู้ในทุกช่วงรายได้ ซึ่งปัจจุบันผู้ให้บริการสินเชื่อเกือบทุกรายจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยโดยพิจารณาด้วยเกณฑ์รายได้ของผู้กู้ ทำให้คนที่วินัยการผ่อนชำระดีแต่อาจมีรายได้ไม่สูง ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยสูงอย่างไม่มีทางเลือก

จ่อขยายกลไก Risk-based Pricing ไปสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ
ฐากรกล่าวต่อว่า สำหรับทิศทางการขยายกลไก Risk-Based Pricing ของ ttb ในอนาคต มีความเป็นไปได้ว่า จะขยายไปยังสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เนื่องจาก มีความคล้ายคลึงกับสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) และอยู่ในเกณฑ์ความเสี่ยงเดียวกัน
โดยแม้อัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อจำนำทะเบียนแบบ ‘โอนเล่ม’ ดอกเบี้ยจะไม่สูงมากราว 8-9% ต่อปี แต่แบบ ‘ไม่โอนเล่ม’ อัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงสินเชื่อบุคคล ซึ่งสามารถทำ Pricing ได้ดีกว่า
ฐากรกล่าวต่อว่า อาจไม่เห็นการขยายไปยังสินเชื่อบ้าน (Home Loan) เนื่องจาก ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดสินเชื่อบ้านรุนแรงมาก อัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่นในช่วง 3 ปีแรกมักจะต่ำมากอยู่แล้ว ราว 2% กว่าๆ เท่านั้น จนแทบไม่มีพื้นที่ (Room) เหลือให้ธนาคารนำมาลดแลกแจกแถมเพื่อจูงใจลูกค้าเกรดดีได้อีก
ขณะที่สินเชื่อรถยนต์ใหม่ (Hire Purchase) ก็มีรูปแบบคล้ายกับการทำ Risk-Based Pricing ในตัวของมันเองอยู่แล้ว ผ่านการกำหนด ‘เงินดาวน์’ และ ‘ระยะเวลาผ่อน’ เช่น ดาวน์น้อยดอกเบี้ยแพง ดาวน์เยอะดอกเบี้ยถูก นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยสำหรับรถใหม่ค่อนข้างต่ำตามตลาด ทำให้การจะไปลดดอกเบี้ยลงอีกทำได้ยาก
ภาพ: n_a vector / Shutterstock


