วันนี้ (11 เมษายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ บริเวณหน้าอาคารบุญถาวร ถนนรัชดาภิเษก (ขาเข้า) แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามมาตรการดูแลความปลอดภัยและกวดขันวินัยจราจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569โดยเมื่อเวลา 19.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม
สำหรับการตั้งจุดตรวจในบริเวณดังกล่าว เป็นการปฏิบัติงานของงานตรวจพิสูจน์ผู้ขับขี่ กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เพื่อขับเคลื่อนแคมเปญรณรงค์เมาไม่ขับ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นการเสริมกำลังการปฏิบัติภารกิจนอกเหนือจากตำรวจท้องที่ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล
พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มมาตรการกวดขันวินัยจราจรใน 10 ข้อหาหลักอย่างเข้มงวดตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากสถิติอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยตลอดทั้งปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เสียชีวิตสูงกว่า 13,000 ราย และได้รับบาดเจ็บกว่า 800,000 ราย ในปีนี้ทางตำรวจจึงตั้งเป้าหมายสูงสุดในการลดความสูญเสียในช่วงเทศกาลให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยจากผลการปฏิบัติงานในวันแรกที่ผ่านมา (10 เม.ย.) สามารถจับกุมผู้ขับขี่ในข้อหาเมาแล้วขับได้ถึง 2,600 ราย จึงขอฝากเตือนผู้ขับขี่ทุกคนให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
แนวทางการตรวจวัดและข้อบังคับทางกฎหมาย
- ปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์: จะถูกดำเนินคดีในข้อหาเมาแล้วขับทันที
- ปริมาณแอลกอฮอล์ไม่ถึง 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์: หากตรวจพบว่ามีการดื่มสุรามา แต่ปริมาณยังไม่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่จะให้นั่งพักที่จุดพักใจ ภายในด่านตรวจ เมื่อประเมินว่าร่างกายมีความพร้อมและปลอดภัยแล้ว จึงจะอนุญาตให้ขับรถเดินทางกลับได้
- กรณีปฏิเสธการเป่า: หากผู้ขับขี่ไม่ยอมเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ หรือปฏิเสธการตรวจวัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามกฎหมายจะถือว่าผู้นั้นมีความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุรา และจะถูกแจ้งข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน เพิ่มเติมอีกด้วย
เพื่อความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดขั้นตอนมาตรฐานในการตรวจวัดแอลกอฮอล์ 4 ข้อ
- เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแจ้งให้ผู้ขับขี่ทราบถึงมาตรฐานของเครื่องวัดแอลกอฮอล์และขั้นตอนการตรวจอย่างชัดเจน
- ระหว่างการตรวจวัด จะต้องมีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบดิจิทัลเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการปฏิบัติงาน
- หลอดที่ใช้เป่าทดสอบจะต้องเป็นของใหม่ และต้องแกะซองบรรจุภัณฑ์ต่อหน้าผู้รับการตรวจทุกครั้ง
- หากประชาชนพบเห็นเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมทุจริตหรือประพฤติมิชอบ สามารถแจ้งร้องเรียนไปยังผู้บังคับการตำรวจจราจร หรือผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุไว้บนป้ายประจำจุดตั้งด่าน หรือโทรสายด่วน 1599
บทลงโทษทางกฎหมายข้อหาเมาแล้วขับ
- เมาแล้วขับ (กรณีทั่วไป): โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
- เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ: โทษจำคุก 1 – 5 ปี และปรับ 20,000 – 100,000 บาท และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
- เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส: โทษจำคุก 2 – 6 ปี และปรับ 40,000 – 120,000 บาท และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
- เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย: โทษจำคุก 3 – 10 ปี และปรับ 60,000 – 200,000 บาท และถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที


