วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ฝ่ายค้านนำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้ยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจรายบุคคลต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมุ่งเป้าไปที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว พร้อมระบุว่า แม้จะเป็นชื่อเดียว แต่เนื้อหาครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ
ผู้นำฝ่ายค้านให้เหตุผลว่า แพทองธารขาดความสามารถและประสบการณ์ในการบริหารประเทศ ขาดภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง ไม่สามารถควบคุมเสียงรัฐบาลได้ ทำให้เกิดปัญหาการบริหารงานที่ไร้เสถียรภาพ นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการใช้อำนาจ เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มพรรคพวกและครอบครัว
ญัตติยังกล่าวถึงบทบาทของ ทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็นผู้กำกับทิศทางการบริหารงานรัฐบาลจากเบื้องหลัง ทำให้ แพทองธารเป็นเพียง ‘นายกฯ หุ่นเชิด’ ซึ่งฝ่ายค้านมองว่าเป็นการบริหารที่ไม่เหมาะสม และขาดความเป็นอิสระในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของประเทศ
ผู้นำฝ่ายค้านยังระบุว่า หากรัฐบาลยังคงอยู่ในอำนาจต่อไป อาจส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อประเทศ และเป็นอุปสรรคในการพัฒนานโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนี้โดยเร็ว ซึ่งคาดว่าจะมีการกำหนดวันอภิปรายในเร็วๆ นี้ โดยฝ่ายค้านยืนยันว่าจะใช้เวทีนี้แสดงให้ประชาชนเห็นถึงข้อบกพร่องของรัฐบาล
สำหรับเนื้อหาของญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่ฝ่ายค้านยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร มีรายละเอียดดังนี้
อาศัยอำนาจตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พวกข้าพเจ้าซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ผู้มีรายนามท้ายญัตตินี้ ขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ขาดคุณสมบัติและความสามารถ
โดยพวกข้าพเจ้าเห็นว่า แพทองธาร ชินวัตร เป็นผู้มีพฤติการณ์อันไม่อาจไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินในฐานะนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป เนื่องจากไม่มีคุณสมบัติและไม่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหารด้วยประการทั้งปวง ทั้งขาดภาวะผู้นำ ขาดวุฒิภาวะ ขาดความรู้ความสามารถ และขาดเจตจำนงในการบริหารราชการแผ่นดินที่แก้ปัญหาให้แก่ประเทศชาติและประชาชน ส่งผลทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศชาติ จงใจลอยตัวอยู่เหนือปัญหา และไม่มีความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่เพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเอง บิดา ครอบครัว และพวกพ้องเป็นตัวตั้ง อยู่เหนือผลประโยชน์ของส่วนรวม
ขาดความซื่อสัตย์สุจริต-บริหารประเทศผิดพลาดในหลายด้าน
แพทองธาร ชินวัตร ยังไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์เอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบสังคม โกหกหลอกลวง ไม่ดำเนินการตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน เป็นนั่งร้านช่วยเหลือต่างตอบแทนกลุ่มบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย บริหารบ้านเมืองผิดพลาด ล้มเหลวอย่างร้ายแรงทั้งในด้านการเมือง การปฏิรูปกองทัพ ความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม ทำลายนิติรัฐ ทำลายระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา เจตนา ตลอดจนปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันภายใต้การบริหารงานของตนเอง ทั้งยังทุจริตเชิงนโยบาย บริหารบ้านเมืองเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่พวกพ้องและกลุ่มทุน แต่งตั้งบุคคลที่ขาดความเหมาะสม ขาดความรู้ความสามารถ หรือไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไปเป็นรัฐมนตรีหรือตำแหน่งสำคัญอื่น
เป็นนายกฯ หุ่นเชิดของบิดา
นอกจากนี้ยังสมัครใจยินยอมให้ ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นบิดา ชี้นำ ชักใย ให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมือง ประพฤติตนเป็นเสมือนนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด โดยมีบิดาเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ
จากพฤติการณ์ดังที่พวกข้าพเจ้าได้กล่าวมา หากปล่อยให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ยังคงบริหารราชการแผ่นดินสืบไป จะทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างร้ายแรงจนยากจะแก้ไขเยียวยาได้
จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดบรรจุญัตตินี้ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาโดยด่วน ส่วนเหตุผลและรายละเอียดต่างๆ จะได้แถลงและชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง