เราอาจคุ้นกับภาพจำนักการเมืองไทยเคยเต็มไปด้วยนักพูด นักบริหาร และนักต่อสู้ แต่ครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยกลับเลือกเปิดตัวนักวิจัยสายวิทยาศาสตร์อย่าง ‘ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
พรรคเพื่อไทยเคยขับเคลื่อนด้วยฐานเสียงกว้างขวาง ชูจุดเด่นความเข้าใจปัญหาปากท้อง และแนวนโยบายที่จับต้องได้ ในรอบนี้พวกเขากำลังเสริมแนวทางนั้นด้วยโครงสร้างคิดแบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก
เพื่อไทยเห็นอะไรที่คนอื่นอาจยังไม่เห็น
ในยุคที่โลกทั้งใบถูก Reset ด้วย AI พลังงานสะอาด และความปั่นป่วนทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อไทยเชื่อว่าต้องพยายามตอบโจทย์หนึ่งที่หลายพรรคยังไม่กล้าแตะ คือการวางโครงสร้างรองรับอนาคต ในวันที่เราไม่อาจพึ่งพาเพียงโชค หรือแรงงานราคาถูกได้อีกต่อไป
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่พรรคตัดสินใจผลักดันแนวคิดอย่าง Backcasting, Data-Driven Policy หรือ Innovation Ecosystem ให้ขึ้นมาบนเวทีใหญ่ แม้จะเสี่ยงต่อการถูกมองว่าพูดยาก เข้าใจยาก ทำยาก
ยศชนันเสนอให้ประเทศไทยใช้วิธีคิดแบบ Backcasting หรือ การกำหนดภาพอนาคตที่ต้องการให้ชัดเจนก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาดูว่าต้องทำอะไรในวันนี้เพื่อไปถึงตรงนั้น โดยตั้งโจทย์ว่า “ถ้าไทยอยากเป็นประเทศรายได้สูงในปี 2030 หน้าตาของประเทศต้องเป็นอย่างไร?” แล้วค่อยถอยกลับมาหาคำตอบว่า “วันนี้ต้องเริ่มอะไรบ้าง?”
“เราอาจไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างทั้งหมด แต่เราสามารถใส่ระบบคิดบางอย่างเข้าไป เพื่อให้ทุกอย่างที่เราทำมันมีเป้าหมายชัดเจนขึ้น” ยศชนันกล่าว
เขาเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้การใช้ทรัพยากรของประเทศไม่สะเปะสะปะ แต่พุ่งเป้าไปที่คอขวดที่ฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
ยศชนันคิดแบบไหน และจะเติมอะไรให้พรรค
ยศชนันเป็นนักวิจัยที่โตมากับการตั้งคำถาม ลงมือทำ และปรับแก้เรื่อยๆ เขาไม่ใช่คนที่พูดว่าตัวเองมีคำตอบทั้งหมด แต่เชื่อว่าระบบที่ดีจะช่วยให้คนจำนวนมากหาคำตอบของตัวเองได้
สิ่งที่เขานำมา ไม่ใช่แค่ไอเดียวิทยาศาสตร์ แต่คือ ‘ระบบการคิด’ แบบวิจัย ที่อาจช่วยเติมเต็มพรรคการเมืองที่เคยชินกับการตอบสนองกระแสมวลชนระยะสั้น
“เราเป็นผู้นำเราต้องปรับ ไม่รู้ก็บอก ไม่รู้ก็เอาคนอื่นมาช่วย ไม่รู้ก็ไป synergy กับคนอื่น การที่เรามีเพื่อนดีกว่ามีศัตรู เราสามารถทำหลายอย่างให้เกิดขึ้นได้ในเวลาเร็วๆ”
ยศชนันไม่ลังเลที่จะบอกว่า การยอมรับว่าไม่รู้ นำไปสู่การ Synergy การเปิดพื้นที่ให้คนจากต่างฝ่าย ต่างพรรค หรือแม้แต่ต่างความเชื่อมาร่วมกันคิด โดยมีเป้าหมายร่วมคือประโยชน์ของประชาชน
อะไรคือจุดเชื่อม จากเทคโนโลยีในแล็บสู่การเมืองระดับประเทศ
ยศชนันไม่ได้เสนอให้ใช้เทคโนโลยีเพื่อโชว์ศักยภาพ แต่เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้าง เช่น เปลี่ยนระบบการแจกเงิน เป็นการ ‘แนะนำโอกาสอาชีพ’ ด้วย AI ที่เข้าใจบริบทท้องถิ่น หรือเปลี่ยนมหาวิทยาลัยจากพื้นที่การศึกษาของคนวัยเรียน เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่เปิดให้เกษตรกร นักธุรกิจ และคนตกงาน เข้ามาเรียนรู้ ทดลอง และสร้างงานได้จริง
พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าไปทางไหน
ภาพของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ คือพรรคที่กำลังชั่งน้ำหนักระหว่าง ‘สิ่งที่เคยเวิร์กในอดีต’ กับ ‘สิ่งที่จำเป็นต่ออนาคต’
พวกเขายังไม่ทิ้งฐานเสียงเดิม แต่พยายามเติมแนวคิดใหม่ เช่น การใช้ข้อมูลเพื่อออกแบบนโยบายสาธารณะ การสร้างสันติภาพภูมิภาคเพื่อดึงดูดนักลงทุน หรือการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมรอบมหาวิทยาลัย
การเลือกยศชนันเป็นแครดิเดตอาจไม่ใช่การเปลี่ยนเกมทันที แต่คือการเปิดพื้นที่ให้เพื่อไทยได้ลองคิด ลองขยับ และลองแสดงความกล้าที่จะเปลี่ยนบางอย่างจากภายใน


